xs
xsm
sm
md
lg

ความล่มสลายของอเมริกา-อิสราเอล...คือ “โชคดี” ของโลก!!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย
สัปดาห์นี้...คงต้องขออนุญาตเริ่มต้นด้วยการเชิญชวนให้บรรดาท่านผู้สนใจในเรื่องความเป็นไปของโลก ลองไปควานหาในช่อง YouTube” ไปฟังความคิด ความเห็นของ “อภิมหานักวิเคราะห์ระดับโลก” อย่าง “พันเอกDouglas Mcgragor” นักการทหารผู้มีทัศนะ มุมมอง ที่ต้องเรียกว่า...เฉียบขาด เฉียมคม เอามากๆ โดยเฉพาะการวาดภาพ วาดจินตนาการ ให้เห็นถึงฉากสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น หลังจากที่ผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” ได้ประกาศสิ้นสุด ยุติ ช่วงเวลาแห่ง “การหยุดยิง60 วัน” ตามข้อตกลง หรือตามบันทึกความเข้าใจที่เพิ่งลงนามเซ็นสัญญากับประเทศอิหร่านไปเมื่อกี่สัปดาห์ที่ผ่านมา...

คือถึงแม้ว่าอดีตทหารอเมริกันและนักวิเคราะห์รายนี้...ท่านยังไม่อาจหาข้อสรุป หรือยังไม่รู้แน่ชัด ว่าอะไรกันแน่? ที่ทำให้ผู้นำอเมริกาต้องพลิกไป-พลิกมา ต้องกลับไป-กลับมา ระหว่างการข่มขู่ คุกคาม การคิดจะเปิดศึกรอบใหม่กับอิหร่าน กับการยอมรับความพ่ายแพ้อย่างแทบไม่มีเงื่อนไขที่ได้สะท้อนให้เห็นจากข้อตกลง14 ข้อที่ได้ลงนามกับอิหร่านไปแล้ว แต่ท่านก็เชื่อของท่านว่า...มันคงต้องมีพลังอำนาจเอามากๆ หรือมากพอที่จะบีบผู้นำอเมริกาให้ต้องทำตามความปรารถนา-ความต้องการของประเทศเล็กๆ ในตะวันออกกลางอย่างอิสราเอล นั่นก็คือต้องหาทางทำลายประเทศอิหร่านให้ฉิบหายวายวอด ลงไปให้จงได้ ชนิดอาจต้องสู้กันจนไม่เหลือ “จรวดลำสุดท้าย” และจะเป็นการต่อสู้ที่อเมริกาหนีไม่พ้นต้องเป็นฝ่าย “พ่ายแพ้” อยู่แล้วแน่ๆ แพ้ในระดับที่ประธานาธิบดีอเมริกาไม่น่าจะอยู่ในตำแหน่งได้ครบเทอม และประเทศอิสราเอลทั้งประเทศก็มีสิทธิ์ฉิบหายวายวอด ตามไปด้วยอย่างช่วยอะไรไม่ได้ จนอาจต้องงัดอาวุธมหาประลัยอย่างอาวุธนิวเคลียร์ออกมาใช้ และนั่นจะทำให้ประเทศอิสราเอลหนีไม่พ้นต้อง “ถูกลบออกจากแผนที่โลก” อย่างเป็นการถาวร...

นี่...จริง-ไม่จริง เชื่อ-ไม่เชื่อ คงต้องลองไปเงี่ยหูฟังกันดู อาศัยการแปลของ AI” ที่ยังอาจไม่ถึงกับครบถ้วนสมบูรณ์มากมายสักเท่าไหร่ แต่ก็น่าจะพอจับใจความสำคัญๆ ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะต่อการวาดฉาก วาดจินตนาการ ถึงฉากสถานการณ์ความเป็นไปในอนาคตของอเมริกา ประเทศของท่านเอง ว่าน่าจะไม่ต่างอะไรไปจากบรรดา “จักรวรรดินิยม” ในอดีตทั้งหลาย ไม่ว่าจักรวรรดิโรมัน หรือจักรวรรดิที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดินอย่างอังกฤษก็ตาม คือแม้จะพยายามดิ้นรน โผงๆ ผางๆ ในช่วงบั้นปลาย ช่วงวินาทีสุดท้าย แต่ด้วยข้อเท็จจริง ด้วยความเป็นจริง ที่มิอาจปฏิเสธได้ อันได้แก่ “ความเสื่อม” ในลักษณะต่างๆ และในระดับต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่อง “เศรษฐกิจ” ย่อมทำให้ประเทศมหาอำนาจสูงสุด ที่เคยรวยเป็นอันดับหนึ่งของโลก ย่อมมีแต่... “ตาย-กับ-ตาย”หรือ “เจ๊ง-กับ-เจ๊ง” ในการคิดจะเปิดศึกรอบใหม่กับอิหร่าน หรือการถูกฉุดกระชากลากถู ถูลู่-ถูกัง ให้ต้องหันไปกัดใคร ขย้ำใคร ตามความปรารถนา-ความต้องการ ของอิสราเอลอย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้...

โดยสิ่งที่อภิมหานักวิเคราะห์รายนี้ท่านได้หยิบมาใช้เป็นภาพสะท้อนถึงความ “เปราะบาง” ของเศรษฐกิจอเมริกาก็คือสถานะของ “พันธบัตรสหรัฐฯ” ที่มีอายุในช่วงระหว่าง 10 ปีนั่นแหละ ที่นักการเงิน นักเศรษฐศาสตร์รายสำคัญๆ อย่างเช่นประธาน FFTT” “นายLuke Gromen” และอีกหลายต่อหลายราย เคยสรุปไว้เป็นมาตรฐานว่า ถ้าหากต้องให้ผลตอบแทน หรือต้องกำหนดอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรดังกล่าว ขึ้นไปแตะระดับ5 เปอร์เซ็นต์เมื่อไหร่? ทุกสิ่งทุกอย่าง...ย่อมต้อง “เด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึง”อย่างมิพึงสงสัย หรือ... “เรา(อเมริกา)ก็จะถึงจุดจบ ไม่สามารถใช้หนี้ได้ ไม่สามารถยืมเงินใครได้ ความเชื่อถือจะถูกทำลายจนหมดสิ้น นั่นคือทิศทางที่เรากำลังมุ่งหน้าไป ส่วนมันจะไปถึงจุดนั้นเมื่อไหร่?...ผมไม่รู้!!! มันอาจเกิดขึ้นในเดือนหน้า เดือนตุลาฯ หรือในช่วงคริสต์มาส ก็แล้วแต่จะว่ากันไป แต่ที่ผมรู้แน่ๆ ก็คือ...เรากำลังมุ่งหน้าไปสู่จุดนั้น” นี่...ถ้าว่ากันตามคำพูดแบบชนิดวรรคต่อวรรค ประโยคต่อประโยค...

อย่างไรก็ตาม...สำหรับความเป็นไปในภูมิภาคตะวันออกกลางในอนาคตเบื้องหน้า ก็ยังอาจมีความสลับซับซ้อน ยังไม่ถึงกับสามารถหา “จุดลงตัว” กันได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อเกิดการรวมกลุ่ม รวมตัว ของพันธมิตรรายใหม่ อย่างเช่นกลุ่ม Sunni
Axis” 
หรือการจับมือเป็นพันธมิตรระหว่างประเทศตุรกี ตุรเคีย ซีเรีย กาตาร์ โดยจะมีอียิปต์ ซาอุฯ ปากีสถาน เข้าร่วมด้วยช่วยกันหรือไม่? อย่างไร? ที่คงต้องกำหนดระยะความสัมพันธ์กับกลุ่ม Axis of Resistance” อันมีอิหร่าน อิรัก เยเมน เลบานอน ร่วมกันยืนหยัดสู้กับอเมริกาอยู่ในทุกวันนี้ ให้เกิด “ความสมดุล” ขึ้นมาให้จงได้ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...มันจะกลายเป็นภูมิภาคที่ปราศจากอเมริกา เป็นพื้นที่ที่มหาอำนาจสูงสุดอย่างอเมริกาแทบไม่เหลือที่ยืนในทางยุทธศาสตร์ใดๆ อีกต่อไป...

ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” เริ่มแสดงอาการพล็อบๆ แพล็บๆ ใน “แนวรบยุโรปตะวันออก”ขึ้นมาอีกครั้ง
ระหว่างการประชุมสุดยอด NATO” เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นั่นก็คือ...ชักทำท่าว่าจะยอมให้บรรดาชาติยุโรปลากอเมริกาเข้าไปร่วมสู้รบกับหมีขาวรัสเซีย เหมือนอย่างที่อิสราเอลสามารถลากอเมริกาให้สู้กับอิหร่านในทุกวันนี้โดยเฉพาะการแสดงความเห็นด้วยที่จะให้ “ตัวตลก-ตัวแทน” อย่างยูเครน ผลิตขีปนาวุธ Patriot missile” เอาไว้ยิง ไว้โจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย อันจะส่งผลให้ความพยายามอดทน อดกลั้น อย่างถึงที่สุดของผู้นำรัสเซียอย่างประธานาธิบดี “ปูติน” ที่พยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงกับ NATO”หรือกับอเมริกา ถูกยกระดับจนเลยจุดที่จะอึด จะทน ได้อีกต่อไปแล้ว!!!

และนั่นเอง...ที่จะทำให้สิ่งที่รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย “นายSergey Lavrov” ซึ่ง “พันเอกDouglas Macgregor” ท่านให้ความยอมรับในความเป็น “มืออาชีพ” เอามากๆ เคยพูดๆ เอาไว้ถึง “สงครามในรูปโฉมใหม่”หรือ A New Form of War” อันไม่ต่างอะไรไปจากการเดินละเมอเข้าสู่ “สงครามโลกครั้งที่3” ในช่วงกลางๆ เข้าไปแล้ว อาจต้องกลายเป็น “สงครามนิวเคลียร์” เอาเลยก็เป็นได้ โดยเฉพาะเมื่อชาตินิวเคลียร์และประเทศมหาอำนาจสูงสุดอย่างอเมริกา ต่างประเมินรัสเซียและประเมินอิหร่าน “ต่ำไป” ด้วยกันทั้งคู่ ดังนั้น...โอกาสที่โลกทั้งโลกจะรอดพ้นจากหายนะ จากมหากลียุคแห่งสงครามนิวเคลียร์ ก็คงเหลืออยู่แค่ต้องตั้งจิตภาวนาให้จักรวรรดิอเมริกาและอิสราเอล เกิด “ความล่มสลาย” ลงไปก่อนหน้าที่จะพยายาม “ดิ้นรนครั้งสุดท้าย” ด้วยการฉุดกระชากลากถู ให้ใครต่อใครต้องฉิบหายวายวอดตามไปด้วย หรือด้วยความล่มสลายของอเมริกาและอิสราเอลก็คือ “โชคดี” ของโลกนั่นแล...

สรุปรวมความแล้ว...สิ่งที่อภิมหานักวิเคราะห์ระดับโลกรายนี้ ได้พยายามสื่อ พยายามสะท้อนให้เห็น ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ และมี “น้ำหนัก” ของเหตุและผลรองรับเอาไว้อย่างน่าทึ่ง น่าประทับใจเอามากๆ เลยอดไม่ได้ที่จะต้องขออนุญาตเชิญชวน ชี้ชวนให้ลองไปเงี่ยหูฟัง ดีกว่ามานั่ง “คิดเอง-เออเอง” ไปตามเรื่อง ตามราว เพราะโลกทุกวันนี้มันชักจะเป็น “โลกที่อันตราย”ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าสำหรับผู้ที่ไม่รู้ ผู้ที่รู้มั่ง-ไม่รู้มั่ง ผู้ที่รู้ทุกเรื่องแต่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร หรือผู้ที่รู้เพื่อเอามาช้อนซื้อ-เทขาย เล่นหุ้น ปั่นหุ้น ทั้งที่โลกมันกำลังใกล้จะล่มสลายต่อหน้า-ต่อตาอีกไม่นาน-ไม่ช้าเอาเลยก็ไม่แน่ เพราะนอกเหนือไปจากที่สรุปไว้คร่าวๆ ยังมีรายละเอียดอีกเยอะแยะมากมายที่สามารถนำมาใช้เป็นแง่คิด เป็นอุทาหรณ์สอนใจ เป็นแนวทางในการปรับตัว ปรับใจ ปรับสภาพให้สอดคล้องไปกับความเป็นไปของโลก ซึ่งกำลังเป็น “โลกที่ไม่มีวันเหมือนเดิม” อีกต่อไป...