xs
xsm
sm
md
lg

100 วันพิธีศพ “น้าชาติ”!!! (ตอน 1)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”

เป็นอีกครั้งที่ “คำทำนาย” ของ “พระอาจารย์” ได้ปรากฎเป็นจริง ตามคำพยากรณ์ที่ว่า “ระวัง! ถ้าคุณชาติชายป่วยครั้งที่สอง หากต้องไปต่างประเทศ.. ระวัง! คุณชาติชายอาจต้องเสียชีวิตในต่างแดน!!!”

พิธีบำเพ็ญกุศลศพ 100 วัน น้าชาติ – พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ จัดพิธีกันอย่างสมเกียรติที่ บ้านราชครู โดยมีบุคคลหลากหลายวงการมาร่วมงานอย่างคับคั่งทุกค่ำคืน

และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุด ที่พระบรมวงศานุวงศ์แห่งราชวงศ์จักรีแทบทุกพระองค์ ได้เสด็จมาทรงร่วมในพิธีบำเพ็ญกุศลศพน้าชาติอย่างต่อเนื่อง

ส่วนบรรดานักการทหาร ทั้งที่เคยอยู่ภายใต้การบังคับบัญชา และนักการทหารทั้งใหญ่น้อยในขณะนั้น รวมถึงนักการเมืองไทยทั้งหลาย ต่างก็มาร่วมงานสวดศพน้าชาติกันอย่างคับคั่ง

ด้วยผู้คนทั้งในวงการทหารและการเมือง ต่างถือน้าชาติเป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองไทย ชนิดหาตัวจับยากคนหนึ่ง เพราะลีลาการเคลื่อนไหวทางการเมืองอันพลิกพลิ้วของน้าชาติ มักมีบทบาทไม่มากก็น้อย ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยเสมอ

น้าชาติ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายทหารการเมืองผู้นี้ เป็นเสมือน “พญามังกร” ที่เชี่ยวทางการเมืองแทบทุกสภาวการณ์

บันทึกคำพูดส่วนหนึ่งของน้าชาติ ที่กล่าวไว้ในหลายโอกาส เมื่อคราวเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ถูกบันทึกไว้ในหนังสือชื่อ สู่ยุคสมัยแห่งการพัฒนาอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน วิสัยทัศน์ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ จัดพิมพ์เผยแพร่เนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิด 5 เมษายน 2539 รวบรวมและเรียบเรียงโดยทีมงานที่ปรึกษานายกฯ ชาติชาย

วันนี้ ผมขอเชิญชวนท่านผู้อ่าน มาร่วมค้นหาว่า.. มีเรื่องอะไรบ้างที่ น้าชาติพูดจากใจ...

“การพัฒนาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้านั้น จะอาศัยกลไกที่ล้าหลัง และไม่เหมาะสมไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ผลพวงจากการพัฒนาที่ผ่านมา ทำให้เราต้องหันมาทบทวนว่า เราได้ทำอะไรลงไปบ้าง ผลที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ทำผิดพลาดก็ต้องแก้ไข เพื่อให้เศรษฐกิจของเราเติบโต คู่กับคุณภาพชีวิตที่ดี”

นายกรัฐมนตรี พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ กล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรี เรื่องการปรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 6 พ.ศ.2532

นั่นเป็นวิสัยทัศน์ของน้าชาติเมื่อ 37 ปีก่อน ผ่านมาจนถึงยุค นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ในปี 2569 ต้องถือว่า “กลไก” ล้าหลัง-ไม่เหมาะสม อย่างยิ่ง!

“ปัญหาสิ่งแวดล้อม ถือเป็นปัญหาหลักที่สำคัญของประเทศไทยในขณะนี้ และจะต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ มิให้เลวร้ายเกินไปกว่านี้ และต้องหาหนทางในทุกวิธี ที่จะทำให้สิ่งแวดล้อมกลับคืนสภาพเดิม โดยเร็วที่สุด”

ปัญหาสิ่งแวดล้อมนี้ นายกรัฐมนตรี พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ กล่าวไว้เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2533 เป็นเวลา 36 ปีแล้ว!

ในปี 2569 นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล บริหารชาติด้วยการ “เดินย่ำเท้าอยู่กับที่ กับเดินถอยหลังลงคลอง”แล้วจะแก้ปัญหาชาติได้อย่างไรล่ะ?

“ปัญหาเร่งด่วนที่สำคัญของชาติเราก็คือ ความยากจนของประชาชนในชนบท โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งด้านความรู้พื้นฐาน ชีวอนามัย การประกอบอาชีพเพื่อเพิ่มพูนรายได้ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อม”

นายกรัฐมนตรี พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ กล่าวถึงเรื่องนี้เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2533

36 ปีก่อน น้าชาติ กล่าวถึงปัญหาความยากจนของประชาชนไทย เวลาได้ล่วงเลยมาถึงปี 2569 ยุคนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล คนไทยทั่วประเทศยากจนมากขึ้น การประกอบอาชีพยากลำบาก รายได้ลดลง ค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คุณภาพชีวิตต่ำลง สังคมไทยจมอยู่กับปัญหา ราวกับหลงทางอยู่ในอุโมงค์ที่ไม่มีทางออก!

ส่วนเรื่องของป่าไม้ จากปาก พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีคนที่ 17 กล่าวไว้เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2533

“การกำหนดพื้นที่ป่าสงวนของเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องสำคัญ บางครั้งกำหนดพื้นที่ป่าสงวนไปแล้ว ปรากฎว่ามีราษฎรอาศัยอยู่เป็นอำเภอเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าจะเอาผิดกับใคร เราต้องพิจารณาว่า เราจะปลูกป่าใหม่โดยวิธีใด เพราะขอบเขตของป่าแต่ละประเภทไม่แน่นอน กรมป่าไม้ก็มีหน้าที่ดูแลป่า เพียงกรมเดียว ดูแลไม่ทั่วถึง จะต้องให้ประชาชนหันมาสนใจป่า โดยจัดเป็นป่าชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีส่วนเข้ามาดูแลด้วย เพราะป่าไม้ไม่มีขอบเขต ไม่มีรั้วเหมือนบ้าน”

มาถึงยุค นายกฯ คนปัจจุบัน อนุทิน ชาญวีรกูล ประเทศไทยมี กรมป่าไม้ มีหน้าที่รักษาป่าไม้โดยตรง แต่ผู้คนพากันก่นด่าประณาม “กรมป่าไม้” เพราะป่าไม้ไทยถูกรุกล้ำทำลายต่อเนื่องจนแทบหมดสิ้น!

เรื่องคุณภาพชีวิต นายกรัฐมนตรี พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ กล่าวไว้ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2539

“ประเทศไทยในวันนี้ ได้ก้าวสู่ยุคสมัยแห่งการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ ภายใต้การพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบยั่งยืน ซึ่งจะช่วยให้คนไทยทุกคนในทุกๆ ภาค อยู่ดี กินดี มีงานทำ”

ทว่า.. 30 ปีผ่านไป วันนี้ในยุค นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล คุณภาพชีวิตของคนไทยทุกภาค กลายสภาพเป็น “อยู่แย่ กินแย่ ไม่มีงานทำ” มีแนวโน้มจะยากจนอย่างยั่งยืน!

ค่ำคืนหนึ่งในเดือนพฤษภาคม 2541 ขณะที่ผู้คนทยอยเข้ามาร่วมพิธีสวดศพของ น้าชาติ ที่บ้านราชครู ผมมองแขกเหรื่อพลางครุ่นคิดถึงวันหนึ่ง น้าชาติได้พูดกับผมและอาจารย์โต้งอย่างเคร่งเครียด กลางโต๊ะกาแฟที่บ้านเรือนไทยของอาจารย์โต้ง

“โต้ง-ชัช พ่ออยากจะบอกความในใจให้รู้ไว้นะว่า การเมืองไทย จะแก้อะไรก็แก้กันไปเลยนะ แต่เรื่องการปราบการคอร์รัปชั่น ที่โต้งกับชัชชอบกดดันพ่อ.. วันนี้พ่อต้องบอกเลยนะว่า.. อย่ายุ่ง!!!.. เพราะนักการเมืองไทยเนี่ย.. พ่อขอบอกว่า.. สันดานมันโคตรโกง! โกงทุกหยด โกงทุกเม็ดด้วย! เลือกตั้งก็โกงเลือกตั้ง.. มีอำนาจก็ใช้อำนาจโกงชาติ.. โกงกินกันจนตายคาโลง.. ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ตรัสแล้วตรัสอีก ให้ประชาชนต้องช่วยกันประณามการคอร์รัปชั่น เพราะเป็นการทำร้ายทำลายชาติ.. แล้วนักการเมืองกับข้าราชการมันฟังและปฏิบัติตามในหลวงหรือเปล่าล่ะ? เผลอหรือไม่เผลอ มันก็จะโกงชาติกันอยู่ตลอด..”

“เฮ้อ! โต้ง-ชัช! รัฐบาลพ่อถึงโดนกล่าวหาว่าเป็นรัฐบาลบุปเฟ่คาบิเน็ตไงล่ะ.. ในหลวง-ป๋าเปรม-พ่อ-โต้ง-ชัช หรือใคร ก็แก้ปัญหาคอร์รัปชั่นในไทยไม่ได้แน่นอน!!!”

ผมจำได้ว่า.. พี่โต้งนั่งมองหน้าพ่อเขม็ง นิ่งฟังอย่างเคร่งขรึม

“พ่อพูดอย่างนี้ก็ไม่ถูกทั้งหมดนะ.. วันนี้พ่อเป็นนายกฯ มีอำนาจ พ่อต้องปราบการโกงชาติของพวกนักการเมืองกับพวกข้าราชการโกงชาติอย่างจริงจังสิ.. พ่อเล่นพูดแบบหมดอาลัยตายอยากแบบนี้ ผมกับไอ้ชัชก็หมดหวังหมดกำลังใจกันน่ะสิ!!!”

น้าชาติ ยกกาแฟร้อนถ้วยตรงหน้าขึ้นดื่ม ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า..

“นั่นเพราะโต้งกับชัชไม่ใช่นักการเมืองน่ะสิ ถึงคิดและพูดตามใจแบบนั้นได้.. อย่าลืม อย่ามองข้ามสิว่า พ่อได้เป็นนายกฯ ในวันนี้เพราะใคร? และอยู่ในอำนาจได้ในทุกวันนี้เพราะใครด้วย นักการเมืองใช่ใหม? ถ้าตราบใดประชาชนยังไม่ตื่นรู้ว่า.. การเลือกตั้งไทยต้องใช้เงิน และยังซื้อเสียงประชาชนด้วยประชานิยม ส.ส. ที่ได้เข้าสภาน่ะ ไม่ใช่ด้วยความดี แต่ด้วยเงินกับการโกหกหลอกลวงทั้งนั้น คนจะเป็น ส.ส.-รัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีไทยทุกคน หนีไม่พ้นวังวนการเมืองโสมม ไม่มากก็น้อยทั้งนั้นนะโต้ง-ชัช”

“อย่าเสียเวลามากดดันให้พ่อปราบการคอร์รัปชั่นอีกนะ.. เพราะพ่อหรือใครก็ทำไม่ได้นะโต้ง-ชัช”

วันนี้ ในปี 2569 ผมหวนนึกถึงเรื่องนี้.. และผมก็หมดคำพูดแล้วครับ!!!!