xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อญี่ปุ่น“หิว”แร่หายาก!!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น
“สงครามรอบใหม่” อย่างเป็นทางการ...ระหว่างอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน จะอุบัติขึ้นมาอีกครั้งในตอนไหน? เมื่อไหร่? ก็ยังยากที่จะสรุปได้ชัดเจน ด้วยเหตุนี้ปิดท้ายสัปดาห์นี้...เลยคงต้องขออนุญาตเปลี่ยนบรรยากาศแวะไปดูคุณพี่ญี่ปุ่น ยุ่นปี่ เอาไว้สักครั้ง เพราะแทบไม่น่าเชื่อแต่คงต้องเชื่อว่าประเทศที่รวยเป็นอันดับสาม อันดับสี่ของโลก อย่างบรรดาชาวซามูไรทั้งหลาย มาถึงขณะนี้ ทุกวันนี้...ถึงขั้นต้อง “คุ้ยขยะหาของ” กันแล้ว!!! และไม่ใช่แค่ระดับคนธรรมดา คนจรหมอนหมิ่น คนไร้บ้านไร้ที่อยู่อาศัยแต่อย่างใด แต่ระดับฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาล ระดับบริษัทยักษ์ใหญ่ อันเป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งโลกเอาเลยก็ว่าได้... 

นั่นก็คือบริษัท “Mitsubishi Electronic” ที่ไม่ได้มีบทบาทแต่เฉพาะการผลิตเครื่องยนต์กลไกแบบปกติธรรมดาเท่านั้น แต่ยังเป็นบริษัทที่ขยายขอบเขตการผลิตครอบคลุมไปถึงเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์สำคัญๆโดยเฉพาะในสงครามสมัยใหม่ เช่น ประเภทเรดาร์ ระบบขีปนาวุธ หรือโดรน ฯลฯ เป็นต้น ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่แล้ว จนมาถึงวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ตามคำยืนยันของสำนักข่าวออนไลน์ “ANN” (All Nippon News Network)ของญี่ปุ่นสรุปว่า บริษัทดังกล่าวได้ประกาศโครงการริเริ่มอย่างเป็นทางการ ที่จะหาทางแยกชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศที่ใช้แล้ว เพื่อสกัดเอา “แร่หายาก” หรือที่เรียกๆกันว่า “Rare Earth” ออกมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะสำหรับกระบวนการผลิตอาวุธ หรือกระบวนการอุตสาหกรรมทางทหารของบริษัทให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และถ้าการ “คุ้ยขยะ” หาแร่หายากยังไม่พอ บริษัทก็กำลังเตรียมการที่จะมุดลงไป “ขุดโคลน” ใต้พื้นมหาสมุทรแปซิฟิกระดับลึกลงไปถึง 6,000 เมตร บริเวณที่เรียกว่า “Minami Torishima” เพื่อจะให้ได้มาซึ่ง “Rare Earth” หรือแร่หายากให้จงได้!!! 

นี่...อะไรจะยากลำบาก เลือดตาแทบกระเด็นเช่นนี้ย่อมไม่มีอีกแล้ว สำหรับการค้นหาวัตถุดิบประเภทนี้ชนิดไม่ต่างอะไรไปจาก “ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า” สำหรับคุณพี่ญี่ปุ่น ยุ่นปี่ เอาเลยก็ว่าได้ เพราะทันทีที่สำนักข่าว“ANN” ของญี่ปุ่นเขาได้ออกข่าว ยืนยันข่าวดังกล่าว บรรดา “ชาวเน็ต” ของญี่ปุ่นจำนวนมิใช่น้อย ถึงกับต้องออกมาเอะอะโวยวายเกี่ยวกับเรื่องราวดังกล่าวแบบ “ทัวร์ลง” กันไปเป็นสายๆ เช่น “นายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi เคยบอกว่าเรา (ญี่ปุ่น) ไม่เคยมีปัญหาเรื่อง rare earth แต่ความจริงแล้ว...ดูเหมือนว่าเรากำลังพยายามคุ้ยหาสิ่งนี้จากก้นถัง” หรือ “เรามาถึงจุดที่ต้อง...คุ้ยขยะกันแล้ว” ฯลฯ อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้ เป็นต้น... 

คือเป็นที่รับรู้ รับทราบ กันโดยทั่วไปนั่นแหละว่า...สิ่งที่เรียกว่า “Rare Earth” นั้น เป็นสิ่งที่สำคัญเอามากๆสำหรับผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะแร่บางตัวที่เรียกว่า “Dysprosium” และ “Terbium” ที่ไม่ต่างอะไรไปจาก “วิตามิน” หรืออาหารเสริมสำหรับการปฏิบัติการขั้นสูงของแม่เหล็กถาวร ที่ต้องนำมาใช้กับอุตสาหกรรมทหารไม่ว่าจะเป็นการผลิตขีปนาวุธ โดรน หรือเรดาร์สำหรับเครื่องบินโจมตี ฯลฯ และจะด้วยวิสั้น หรือวิยาว ของคุณพี่จีนก็แล้วแต่จะคิด ที่ทำให้เขาขุดค้นและพัฒนากระบวนการผลิตแร่ชนิดนี้จนกระทั่งกลายเป็นผู้ควบคุม “ตลาด” ในระดับโลก ระดับเกือบ 80-90 เปอร์เซ็นต์เอาเลยก็ว่าได้... 

ดังนั้น...เมื่อเห็นกิริยาท่าทีของคุณพี่ญี่ปุ่น ยุ่นปี่ ว่าชักจะเริ่มเอียงๆ เริ่มหันมาสู่แนวคิด วิธีคิด แบบที่เรียกๆกันว่า “ลัทธิทหารนิยมใหม่” (Neo-militarism) ไม่ว่าในแง่มุมมองทาง “ยุทธศาสตร์” ที่ได้รับการเปิดเผยออกมาเป็นระยะๆ ความเคลื่อนไหวของพรรครัฐบาลญี่ปุ่น “LDP” (Liberal Democratic Party) ที่เพียรพยายาม“แก้ไขรัฐธรรมนูญ” เพื่อให้ “กองทัพญี่ปุ่น” กลายเป็นกองทัพปกติไม่ใช่เป็นแค่ “กองกำลังป้องกันตนเอง” หรือ“SDF” (Self Defense Force) หลังแพ้สงครามโลกอีกต่อไป หรือการตระเตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดทางยุทธศาสตร์ที่น่าตื่นตะลึงเอามากๆ เช่น การเตรียมแท่นยิงขีปนาวุธ “Type 12” พิสัยทำการ 1,000 กิโลเมตร วางเอาไว้ตลอดแนวตะวันตกเฉียงใต้และตอนกลางของญี่ปุ่น เตรียมที่จะติดตั้งจรวดร่อน หรือ “Ballistic Missile” พิสัยทำการ 2,000 กิโลเมตรไว้ที่เกาะฮอกไกโด เริ่มติดตั้งระบบป้องกัน “Aegis Combat System” ที่ใช้ยิงจรวด “Tomahawk”เอาไว้บนเรือพิฆาตในแต่ละลำ ฯลฯ ดังที่รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น “นายShinjiro Koizumi” ได้สรุปเอาไว้นั่นแหละว่า... “นี่เป็นความพยายามที่สำคัญยิ่ง ในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องปรามและการตอบโต้ของเราต่อสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่รุนแรงและซับซ้อนที่สุดในยุคหลังสงครามที่ผ่านมา”... 

ด้วยอะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่เอง...เลยทำให้คุณพี่จีนที่อยู่ใกล้ชิด ติดพันกับญี่ปุ่น ยุ่นปี่ แถมเคยถูกลูกหลานซามูไรบุกยึดดินแดนบางส่วน จับบรรดากุมารจีนไปฆ่า ไปขัง ไปเป็นหนูทดลอง ฯลฯ สร้างความเจ็บปวด รวดร้าวให้กับชาวจีนแบบ “ลืมไม่ลง” หรือแบบต้องจดจำจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ต่อ “ลัทธิทหารนิยม” ของญี่ปุ่น เขาเลยต้องงัดเอามาตรการบางอย่างที่เรียกๆ กันว่า “Dual-use-Item” หรือมาตรการจำกัดการส่งออกสินค้าสองวัตถุประสงค์ ไม่ยอมส่ง “แร่หายาก” ไปยังประเทศญี่ปุ่น เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมปีนี้ จำนวนแร่ “Dysprosium”และ “Terbium” ที่เคยส่งไปยังญี่ปุ่น ลดลงมาเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์ ส่วน “Yttrium” ลดลงไป 90 เปอร์เซ็นต์ จนทำให้บริษัทผลิตอาวุธของญี่ปุ่น อย่าง “Mitsubishi Electric” เลยต้องไป “คุ้ยขยะ” คุ้ยหาแร่ชนิดนี้เอาจากเครื่องปรับอากาศที่ไม่ได้ใช้แล้ว ไม่ก็มุดลงไปควักโคลนใต้มหาสมุทรแปซิฟิกที่ต่างเต็มไปด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงเอามากๆ แถมอาจได้แร่ที่ไม่ค่อยจะบริสุทธิ์สักเท่าไหร่... 

แต่ทำไงได้...ในเมื่อการตามหาแร่ชนิดนี้ ตั้งแต่แอฟริกาในประเทศนามิเบีย ไปจนแถบอาร์กติกในเกาะกรีนแลนด์โน่นเลย มันออกจะเป็นอะไรที่หายาก หาเย็น เสียเหลือเกิน ส่งผลให้โครงการผลิตและพัฒนาอาวุธ ไม่ว่าขีปนาวุธระยะไกล (Air and Space Self-Defense Force) หรือขีปนาวุธที่เตรียมจะติดตั้งไว้แถวๆ ตะวันตกเฉียงใต้และตอนกลาง ต่างก็หนีไม่พ้นต้องอาศัย “Rare Earth” หรือ “แร่หายาก” ไปด้วยกันทั้งสิ้น การ “คุ้ยขยะเพื่อเอามาสร้างขีปนาวุธ” เลยกลายเป็นเรื่อง “ตลก 69”สำหรับคุณพี่ญี่ปุ่น ยุ่นปี่ไปแล้วในทุกวันนี้ โดยเฉพาะเมื่อผู้ควบคุมตลาดหรือ “ผู้ผูกขาด” อย่างคุณพี่จีน ท่านงัดเอา “ไม้ตาย” ลูกนี้ออกมาใช้ โดยได้อรรถาธิบายถึงเหตุ-ถึงผล ต่อการใช้มาตรการดังกล่าว เอาไว้ในข้อเขียน บทความ หรือบทบรรณาธิการของสื่อทางการจีนอย่าง “Global Times” ว่าด้วยเรื่อง “Extracting Rare earths from air conditioners is more than just an international joke” เมื่อช่วงวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่าไม่ใช่เป็นแค่เรื่อง “ตลกระดับระหว่างประเทศ”เท่านั้น สำหรับการคิดจะสกัดแร่ชนิดนี้จากเครื่องปรับอากาศใช้แล้วของญี่ปุ่น แต่เป็นการเปิดเผยให้เห็นถึงโฉมหน้าของการขยายตัวแห่งความทะเยอทะยานของพวกฝ่ายขวาในญี่ปุ่น ที่ไม่ต่างไปจาก “สัญญาณอันตราย” ต่อบรรดาประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ที่ล้วนแล้วแต่เคยเจ็บ เคยปวดต่อ “ลัทธิทหารนิยม” ของญี่ปุ่นมาแล้วด้วยกันทั้งสิ้น!!! 

นี่...จริง-ไม่จริง เชื่อ-ไม่เชื่อ ไอโอ-ไม่ไอโอ ก็ลองไปคิดคำนวณเอาเองก็แล้วกัน แต่โดยบทสรุป หรือข้อชี้แนะ ชี้นำ ของสื่อทางการจีนอย่าง “Global Times” ในเรื่องนี้ คงต้องยอมรับว่า...ออกจะเป็นอะไรที่น่าคิด น่าสะกิดใจมิใช่น้อย โดยเฉพาะที่กล่าวเอาไว้ว่า “สิ่งที่ญี่ปุ่นล้มเหลวโดยส่วนใหญ่แล้ว...ไม่ใช่เป็นเพราะขาดไร้เสียซึ่งแร่หายาก แต่เป็นเพราะแนวคิดทางยุทธศาสตร์ที่ไม่ได้มุ่งไปสู่สันติภาพ ไม่ได้เข้าใจด้วยเหตุ-ด้วยผลต่อวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นที่ต้องการหวนกลับไปสู่การพัฒนาและการอยู่ร่วมกันโดยสันติกับบรรดาประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลาย...”หรือถ้าหากไม่คิดจะฟื้น “ลัทธิทหารนิยม” ซะอย่างแล้ว โอกาสที่ทั้งจีนและญี่ปุ่นจะ “รวย...ไม่ไหวแล้วโว้ย!!!” ไม่ต้องเสียเวลาคุ้ยหาอะไรต่อมิอะไรในกองขยะ มุดไปขุดเลนขุดโคลน ร่วมกันทำมาหารับประทาน ร่วมกันแบ่งเฉลี่ยความยิ่งใหญ่ภายใต้บรรยากาศที่โลกกำลังย้ายขั้ว ย้ายข้างมาสู่ “ศตวรรษแห่งเอเชีย” ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เอาเลย...