xs
xsm
sm
md
lg

จากสงครามอสมมาตรถึงสงครามนิวเคลียร์!!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน
มาถึงขั้นนี้...ก็ยังมิอาจสรุปได้ชัดเจน ว่า “ข้อตกลงหยุดยิง” ในช่วงระยะ 60 วัน ระหว่างอิหร่านกับอเมริกามันจะหมดสิ้น หมดสภาพ ต้องหันมาดวลระเบิด ดวลจรวดกันรอบใหม่ หรือไม่? อย่างไร? แม้ว่าสำนักข่าวออนไลน์ “Axios” ของอเมริกา ที่ว่ากันว่า... “ทรัมป์บ้า” เขาเอาไว้ใช้ปล่อยข่าว กุข่าว ปั่นหุ้น ปั่นราคา อะไรทำนองนั้น จะระบุไว้ในช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (28 มิ.ย.)ว่าทั้งอิหร่านและอเมริกา ต่างเห็นพ้องต้องกันที่จะหยุดซัดกันไป-ซัดกันมา แต่ก็นั่นแหละ...ตราบใดที่จอมยุแยงตะแคงรั่ว อย่าง “ไอ้เหี้ย...ย์ย์ย์ม์ม์ม์ม-อิสราเอล” ยังสามารถดำรงสถานะเป็นผู้ลาก ผู้จูง “สุนัขบ้า” ให้ไปกัดใคร ขย้ำใคร ตามความปรารถนา-ต้องการของตัวเองโอกาสที่ “สงครามรอบใหม่” จะปะทุขึ้นมาใน “แนวรบตะวันออกกลาง” อีกครั้ง ย่อมน่าจะมีความเป็นไปได้อยู่แล้วแน่ๆ!!! 

อย่างไรก็ตาม...สิ่งที่ขออนุญาตหยิบมาพูดคุย แลกเปลี่ยน ช่วงปิดท้ายสัปดาห์นี้ อาจไม่เกี่ยวอะไรกับการพลิกไป-พลิกมาของฉากสถานการณ์ดังกล่าวมากมายสักเท่าไหร่ แต่หนักไปในแง่ของความยืนยง คงทน ขีดความสามารถในการยืนหยัดของประเทศเล็กๆ ที่ตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบในทางทหาร แต่ก็สามารถรับมือกับแสนยานุภาพของประเทศยักษ์ใหญ่ หรือระดับมหาอำนาจสูงสุดในโลกอย่างคุณพ่ออเมริกาได้แบบ “ถึงไหน-ก็-ถึงกัน” อันทำให้พี่เบิ้มแห่งตะวันออกกลางอย่างอิหร่าน ยังพร้อมเสมอที่จะดวลจรวด ดวลระเบิดกับอเมริกาและอิสราเอล ได้แบบชนิด “กินกันไม่ลง” จนตราบเท่าทุกวันนี้ ด้วยการอาศัยลักษณะพิเศษของการต่อสู้ ล้างผลาญ ในแบบที่เรียกๆ กันว่า “สงครามอสมมาตร” (Asymmetric Warfare) นั่นเอง... 

คือสิ่งที่ “สงครามอสมมาตร” มันสามารถทำให้ฝ่ายที่มีความเหนือกว่าในทางทหาร อย่างคุณพ่ออเมริกาและอิสราเอลไม่อาจเอาชนะอิหร่านได้ง่ายๆ เผลอๆ...อาจมีแต่“แพ้-กับ-แพ้” อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ นอกจากจะเป็นเรื่องของความประณีตละเอียดอ่อน ความชัดเจน รัดกุมในทาง “ยุทธศาสตร์” แล้ว สิ่งที่คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ ก็คือ...พัฒนาการทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะ “เทคโนโลยีดาวเทียม” นั่นแหละเป็นสำคัญ ชนิดที่อาจเรียกได้ว่า ก่อให้เกิด “การปฏิวัติทางทหาร”หรือ “RMA” (Revolution in Military Affairs) จนทำให้ “กองทัพแห่งศตวรรษที่ 20” ของอเมริกา ถูกฝ่ายอิหร่านยกฝ่าตีนลูบหน้า หรือปล่อยหมัดน็อกถึงกับก้นเตี้ยลงไปนอนกับพื้น คราวแล้ว-คราวเล่า โดยอาศัย “ขีปนาวุธแห่งศตวรรษที่ 21” เป็นหลัก หรือทำให้ฉากสถานการณ์สงครามนับจากนี้ ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป ประเทศเล็กๆ มีสิทธิ์ที่จะเอาชนะประเทศใหญ่ๆ ประเทศที่ตกเป็นฝ่ายตั้งรับมีโอกาสปกป้องอธิปไตย ป้องกันตัวเอง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ยิ่งกว่ายุคสงครามเมื่อครั้งอดีต หรือนับจากหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เอาเลยก็ว่าได้... 

ด้วยเหตุเพราะเทคโนโลยีดาวเทียมทุกวันนี้...มันสามารถรวบรวมเอาองค์ประกอบสำคัญในการทำสงครามยุคใหม่เข้าไว้ด้วยกัน อย่างมีเอกภาพและประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าในแง่ของการประมวลข่าว หรือ “Intelligence” การควบคุม ดูแลหรือ“Surveillance” การลาดตระเวน สอดแนม หรือ“Reconnaissance” จนกลายเป็นระบบเครือข่ายที่เรียกกันย่อๆ ว่า “ISR” แถมยังสามารถยกระดับพัฒนาไปสู่การเข้าถึง หรือการกำหนดเป้าหมายในการเล่นงานและสกัดกั้นการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม หรือ “Target Acquisition” จนต้องเติมตัว “T” เข้าไปอีกตัว กลายเป็นระบบ “ISTAR” หรือ “STAR” หรือ “RSTA” ฯลฯ ก็แล้วแต่จะว่ากันไป... 

พูดง่ายๆ ว่า...ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะยกพหลพลโยธามาในรูปไหน ทิศทางไหน บนบก ภาคพื้นดิน ในทะเล อากาศหรือแม้แต่ในอวกาศ โอกาสที่จะเล็ดรอดไปจากความรับรู้ของระบบ “ISR” ที่อาศัยทั้งเรดาร์และอินฟาเรดคอยตรวจ คอยจับ มันแทบเป็นไปไม่ได้เอาเลยการส่งบ้องข้าวหลามยักษ์ชนิดต่างๆ ไม่ว่าจรวดหรือโดรน ไปถล่มใส่หัวฝ่ายตรงข้ามตั้งแต่ยังไม่ทันได้ “ยกพลขึ้นบก” หรือไม่ว่าจะบุกมาในทางทิศไหนต่อทิศไหน ย่อมเป็นไปได้อยู่แล้วแน่ๆ ยิ่งเทคโนโลยีดาวเทียมยุคนี้ มันไปไกลถึงขั้นอาศัยเลเซอร์ช่วยในการ “สืบหาและจัดลำดับ”หรือแบบที่เรียกๆ กันว่า “Laser Detection and Ranging” ที่เรียกย่อๆ ว่า “LADAR” ชนิดไม่ว่าอะไรที่ซุกๆ ซ่อนๆ อยู่ในป่าทึบ ป่าดงดิบ ลึกลงไปใต้น้ำ ใต้ทะเล ต่างถูกลอก ถูกปอก ถูกเปิดเผยให้เห็นโฉมหน้า เป็นรูป เป็นร่าง อย่างมิอาจปิดบัง ซ่อนเร้นใดๆ ได้อีกต่อไป บรรดาความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม มันจึงสามารถรับรู้ รับทราบ ได้อย่างแจ่มแจ้ง ชัดเจน ชนิดลึกลงไปถึงรูขุมขนเอาเลยก็ว่าได้...

อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้ “สงครามสมัยใหม่” ต่างไปจากสงครามเมื่อยุคอดีต หรือต่างไปจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จนทำให้ “กองทัพแห่งศตวรรษที่ 20” ของคุณพ่ออเมริกา เลยหมดฤทธิ์ หมดเดช ที่จะควบคุม บังคับใครต่อใครกันได้ง่ายๆ และทำให้ “ดุลอำนาจ” ของโลก เกิดการเปลี่ยนแปลงไปแบบ “หลังตีน-เป็น-หน้ามือ” อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงไปเป็นอื่น แต่ก็นั่นแหละ...แม้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าว มันจะช่วยให้อิหร่าน สามารถรับมือกับมหาอำนาจสูงสุดอย่างอเมริกาและอิสราเอลใน “แนวรบตะวันออกกลาง” ได้แบบถึงไหน-ก็-ถึงกัน แต่ด้วยเทคโนโลยีเดียวกันนี่เอง ที่ทำให้ “ตัวตลก-ตัวแทน”อย่างยูเครน สามารถสร้างความเจ็บปวดรวดร้าวให้กับ“แนวรบยุโรปตะวันออก” ได้แบบถึงเลือด-ถึงเนื้อ หรือถึงแม้ไม่อาจ “เปลี่ยนดุลอำนาจทางทหาร” แต่ก็สามารถสร้าง “ความปั่นป่วนทางสังคม” ให้กับประเทศหมีขาวรัสเซียได้มิใช่น้อย ด้วยการใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีลึกเข้าไปยังกรุงมอสโก เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและเมืองสำคัญต่างๆ จนบรรดาชาวรัสเซียจำนวนไม่น้อยเริ่มหันมากดดันประธานาธิบดี “ปูติน” ให้หาทางจัดการให้สิ้นเรื่อง-สิ้นราว ให้งัดเอาอาวุธมหาประลัยอย่าง “อาวุธนิวเคลียร์” มาใช้ถล่มยูเครน หรือถล่มบรรดาประเทศตะวันตก ให้รู้แล้ว-รู้แรด ไปเสียที!!! 

คือพูดง่ายๆ ว่า...แม้ว่า “สงครามอสมมาตร” มันอาจช่วยให้ประเทศเล็ก ประเทศน้อย มีโอกาสรับมือกับประเทศมหาอำนาจได้แบบถึงไหน-ก็-ถึงกัน แต่ขณะเดียวกันมันอาจก่อให้เกิดความพยายามที่จะ “เอาชนะในขั้นเด็ดขาด” หรือก่อให้เกิด “แรงกระตุ้น” ที่จะนำไปสู่การงัดเอา “อาวุธนิวเคลียร์” ออกมาวัดตัดสิน มาใช้เป็นตัวชี้ขาด แต่ยังถือเป็นโชคดี โชคช่วย เป็นกุศลผลบุญ เพราะสำหรับผู้ที่ยังมี “สติ” อย่างผู้นำประเทศหมีขาวรัสเซียแล้ว แม้จะเคยป่าวประกาศถึง “หลักนิยมนิวเคลียร์ใหม่” ที่กำหนด “เส้นแดง” หรือ “เส้นตาย” ในการใช้อาวุธนิวเคลียร์ของตัวเองเอาไว้อย่างแจ่มแจ้ง ชัดเจน แต่อาจเพราะไม่ต้องการที่จะลื่นไถลลงไปสู่ “กับดักทูซิดีดิส” อันมีแต่จะทำให้ทุกฝ่ายมีแต่ “แพ้-กับ-แพ้” ไม่มีใครเป็นฝ่ายชนะ เนื่องจากต่างหนีไม่พ้นต้องฉิบหาย-วายวอด ไปด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งปวง การหันมายกระดับพัฒนา “เทคโนโลยีดาวเทียม” เพื่อรับมือกับการโจมตีของยูเครนและแรงกดดันจากฝ่ายตะวันตก จึงยังคงเป็น “ทางเลือก” ที่ชาตินิวเคลียร์อย่างรัสเซีย ยังแสดงให้เห็นถึงความพยายามในลักษณะดังกล่าว... 

นั่นก็คือ...การหันไปทุ่มเทเงินทองอีกถึง 7,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายเครือข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low-orbit broadband network) ด้วยการมอบหมายให้หน่วยงาน “Bureau 1440” ส่งดาวเทียม “Rassvet Satellites”จำนวน 156 ดวง ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศระดับ 800 กิโลเมตรจากพื้นโลกขึ้นไปให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อให้มีโอกาสเอาชนะดาวเทียม “Starlink” ของ “นายElon Musk” ซึ่งโคจรอยู่ในระดับ 400-800 กิโลเมตรจากพื้นโลก และถูกฝ่ายตะวันตกนำมาใช้เล่นงานรัสเซีย โดยอาศัยระบบเครือข่าย “ISR” หรือ “ITSR” อยู่ในทุกวันนี้ ส่วนจะเวิร์ก-ไม่เวิร์ก หรือไม่? ประการใด? อันนี้...คงต้องคอยดูกันอีกที... 

แต่อย่างน้อย...ก็น่าจะยังดีกว่าผู้ที่ไร้สติ หรือผู้ที่บ้า ไม่ต่างอะไรไปจาก “สุนัขบ้า” เช่นผู้นำอเมริกาอย่าง“ทรัมป์บ้า” ที่ได้ออกมาโพสต์ ออกมาขู่ไว้ในสื่อออนไลน์ เมื่อช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (28 มิ.ย.) ด้วยข้อความที่ว่า ถ้าหาก “สงครามอสมมาตร” หรือการสาดกันไป-สาดกันมา ระหว่างอเมริกาและอิหร่าน มันไปถึง...“จุดที่เราไม่สามารถมีเหตุผลได้อีกต่อไป” สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ“สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน...จะไม่มีอยู่อีกต่อไป!!!”นี่...จริง-ไม่จริง น่าเชื่อ-ไม่น่าเชื่อ เป็นไปได้-เป็นไปไม่ได้ ผู้ที่ไม่อยาก “ออกลูกเป็นลิง” คงต้องไปคิดคำนวณเอาเองก็แล้วกัน...