ถ้ามองภาพรวมๆ ป่า-ทั้ง-ป่า ไม่ใช่เอาแค่พลิกใบไม้ในแต่ละใบ...ฉากสถานการณ์ความเป็นไปของโลกนับจากนี้ไปจนอนาคตเบื้องหน้า ดูๆ...มันออกจะหนักไปทางน่าห่วง น่ากังวล ไม่ได้มีอะไรน่าดีอก-ดีใจ มากมายสักเท่าไหร่ แม้ว่าการดวลจรวด ดวลระเบิด บึ้มๆ บ้อมๆ ในแนวรบตะวันออกกลาง มันอาจซาๆ ลงไปบ้าง เพราะข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอเมริกา-อิหร่าน ภายในช่วง60 วัน อาจพอช่วยให้ใครต่อใครโล่งอก-โล่งใจ ถอนหายใจเฮือก-สองเฮือกหรือสักกี่เฮือกก็แล้วแต่...
แต่โดยแนวคิด มุมมอง ของบรรดานักวิเคราะห์ระดับโลกทั้งหลาย...ส่วนใหญ่แล้ว แทบไม่มีใครวางใจ แน่ใจ ว่าผู้นำโลก ประมุขโลก หรือประธานาธิบดีอเมริกันอย่าง “ทรัมป์บ้า” จะสามารถ “หันซ้าย-หันขวา” ผู้นำประเทศเล็กๆ ในตะวันออกกลางอย่างอิสราเอล สามารถทำให้ “ไอ้เหี้ย...ย์ย์ย์ม์ม์ม-Benjamin Netanyahu” นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เลิกเหี้ยม หายเหี้ยม เลิกวรนุสได้ง่ายๆ ยิ่งดูจากบรรดาผู้คนรอบข้างของผู้นำประเทศรายนี้ ไม่ว่าตั้งแต่รัฐมนตรีกลาโหม คลัง หรือ “ไอ้ถ่อย-Itamar
Ben-Gvir” รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ที่ออกมาป่าวประกาศแบบเต็มปาก-เต็มคำว่าดินแดนภาคใต้เลบานอน ควรจะเป็น
“สนามเด็กเล่น” ของชาวอิสราเอล ไม่คิดจะถอย ไม่คิดจะถอนทหารออกจากเขตยึดครอง ไม่ต่างไปจากรัฐมนตรีรายอื่นๆ หรือนายกรัฐมนตรีที่ออกมายืนยันว่าอิสราเอลมีเสรีภาพและสิทธิอันสมบูรณ์ต่อการปฏิบัติการใดๆ ในเลบานอนภาคใต้ ฯลฯ...
อันนี้...ก็ยิ่งสะท้อนให้เห็นค่อนข้างชัดเจน ว่าโอกาสที่ผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” จะควบคุม บังคับให้พันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์อย่างอิสราเอล ต้องทำอะไรตามความปรารถนา-ต้องการของตัวเอง หรือต้องไม่ “ล่วงละเมิด” ข้อตกลงหยุดยิง น่าจะแทบเป็นไปไม่ได้เอาเลย ถึงแม้สื่อฯ อิสราเอลอย่าง “Time of Israel” หรือสื่อฯ อเมริกันอย่าง “The Washington Post” จะเสนอความคิด ความเห็น ไปในแนวเดียวกัน ถึงความเอาจริง-เอาจังของผู้นำอเมริกันต่อความพยายามบีบบังคับอิสราเอล ไม่ว่าด้วยคำพูด คำจาหรือคำขาดถึงขั้นคิด “หย่าขาด” อิสราเอลเอาเลยถึงขั้นนั้น แต่ด้วยพลังอำนาจของบรรดานักธุรกิจชาวอเมริกันเชื้อสายยิว ด้วยความเชี่ยวชาญชำนาญการของล็อบบี้ยิสต์ชาวยิว ด้วยข้อมูลลึกๆ ในแฟ้มลับเอปสตีน หรือแม้แต่ความเก่งกาจในปฏิบัติการ “ลอบสังหาร” ของพวกสายลับมอสสาด ฯลฯ อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่เอง ที่ทำให้บรรดานักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เขาเชื่อว่า สุดท้าย...ผู้ที่ลาก ผู้ที่จูง “สุนัขบ้า” ให้ไปกัดใคร ขย้ำใคร ก็ยังคงเป็นผู้นำอิสราเอล ไม่ใช่ประธานาธิบดีอเมริกัน ที่ได้แต่หันรี-หันขวาง...
ไม่กล้าที่จะเดินหน้าทำสงคราม เพราะอาจส่งผลให้โลกทั้งโลกต้องฉิบหาย-วายวอดตามไปด้วย ส่งผลให้พรรคการเมืองของตัวเองอาจแพ้ราบคาบในสนามเลือกตั้งกลางเทอม และอาจนำมาซึ่ง “การถอดถอน” ประธานาธิบดีเอาง่ายๆ แต่ถึงกระนั้น...ก็ไม่น่าที่จะ “กล้าพอ” หรือไม่มีอำนาจพอที่จะคัดง้าง กล้าขัดขืน ฝ่าฝืน ความปรารถนา ความต้องการของบรรดานักธุรกิจชาวอเมริกันเชื้อสายยิวทั้งหลาย ที่สามารถ “ครอบงำ” อเมริกาทั้งประเทศมานับเป็นศตวรรษไปแล้วก็ว่าได้...
หรืออย่างที่นักกฎหมายชาวแคนาดาเชื้อสายยิว “นายHillel Neuer” ออกมาคุยโม้ คุยโตเอาไว้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานั่นแหละว่า ด้วยอำนาจ อิทธิพลของ “Zionist”...สามารถทำให้โลกทั้งโลกต้องทำตามความปรารถนา-ต้องการของอิสราเอลได้ไม่ยากส์ส์ส์ เพราะแม้แต่ผู้ที่ได้รับการมอบหมายจากสหประชาชาติ ให้นำเสนอรายงานเรื่องความเป็นไปในดินแดนปาเลสไตน์ อย่าง “นางFrancesca Albanese”นักกฎหมายชาวอิตาลี ที่ดันไปนำเสนอข้อมูล เสนอแง่มุมที่ออกไปทางร้ายๆ ต่ออิสราเอล ยังต้องถูกเล่นงานชนิดเสียผู้-เสียคน แม้แต่ผัวหรือสามีที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วยเลย ทำงานอยู่ที่ธนาคารโลกยังถูกปลดออกจากตำแหน่งซะเฉยเลย ซึ่งโดยบรรยากาศความเป็นไปเช่นนี้ไม่เพียงแต่ปรากฏให้เห็นในสถานที่เป็นกลาง อย่างเช่นองค์การสหประชาชาติเท่านั้น แต่ใน “โลกตะวันตก” ไม่ว่าในอเมริกา หรือยุโรป ต่างก็เต็มไปด้วยสีสันบรรยากาศทำนองนี้ แบบแทบไม่ต่างอะไรไปจากกัน...
ด้วยเหตุนี้นี่เอง...ที่ทำให้แม้ว่าบรรดาผู้คนในอเมริกา ยุโรป โดยส่วนใหญ่ ออกจะไม่เห็นควรด้วยกับการทำสงคราม ไม่ว่ากับรัสเซีย หรือกับอิหร่าน ก็ตามที แต่สำหรับ “รัฐบาล” ของแต่ละประเทศแล้ว ต่างพร้อมที่จะเดินสวนทาง สวนความปรารถนา-ต้องการประชาชนของตนเอง อย่างชนิดแทบไม่น่าเชื่อแต่ก็คงต้องเชื่อจนได้ หรือไม่ใช่แต่เฉพาะอเมริกาเท่านั้น ที่ไม่อาจบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ไม่อาจสร้างสันติภาพให้อุบัติขึ้นมาใน “แนวรบตะวันออกกลาง” ได้ง่ายๆ เพราะแม้แต่ “แนวรบยุโรปตะวันออก” ทุกวันนี้ ที่ประธานาธิบดี “ปูติน” ผู้นำรัสเซียเคยหวังไว้ว่าอาจสิ้นสุดยุติภายในปีนี้ได้เช่นกัน แต่เอาไป-เอามา...ไม่เพียงแต่คงต้อง “ลากยาวว์ว์ว์”ไปอีกไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ แต่ยังทำท่าว่าอาจลุกลามบานปลาย ไปสู่การเปิดฉากสงครามระหว่าง “รัสเซีย-NATO” อีกไม่นาน-ไม่ช้าเอาเลยก็ไม่แน่!!!
เพราะอย่างที่ผู้นำรัสเซีย ถึงกับต้องไปเปิดอก-เปิดใจกับบรรดาผู้ที่จบการศึกษาด้านความมั่นคงเมื่อช่วงวันอังคารที่ผ่านมา (23 มิ.ย.) ว่า “ตะวันตกไม่ได้คิดจะปิดบังอีกต่อไปแล้ว...สำหรับการตระเตรียมที่จะทำสงครามกับรัสเซีย” การเพิ่มงบประมาณทางทหารของแต่ละประเทศโดยมี “ภัยคุกคามจากรัสเซีย” เป็นข้ออ้าง ไม่ว่าอังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส หรือแม้แต่แคนาดาก็เพิ่มพรวดๆ พราดๆ ขึ้นไปถึง 20 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน ฯลฯ คือตัวสะท้อนให้เห็นถึงการเดินสวนทางกับความปรารถนา-ต้องการของปวงชน เพื่อที่จะทำสงครามกับรัสเซียให้จงได้!!! และนั่นยิ่งทำให้แนวรบด้านนี้ ยิ่งดุเดือดเลือดพล่านยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อ “ตัวตลก-ตัวแทน” ของชาติยุโรปอย่างยูเครนหันมาอาศัย “กลยุทธ์สงครามแห่งศตวรรษที่21” อาศัยจรวด อาศัยโดรน สาดเข้าใส่ลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย ไม่ว่ากรุงมอสโก เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ฯลฯ ต่างมีอันหลับไม่ลง ไม่ว่าโรงกลั่นน้ำมัน ศูนย์การค้า อาคารที่อยู่อาศัย ฯลฯ ต่างพังพินาศวอดวายกันไปเป็นแถบๆ แม้ว่าอาจไม่ได้ส่งผลต่อ “เป้าหมายทางทหาร” มากมายสักเท่าไหร่นัก แต่ก็สามารถ “สร้างความปั่นป่วนทางสังคม” ให้รัสเซียมิใช่น้อย ดังที่ประธานาธิบดี “ปูติน” ท่านว่าไว้ แถมยังขู่ที่จะเล่นงานพันธมิตรรัสเซียอย่างเบลารุสในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า อันนี้...ก็ยิ่งทำให้โอกาสที่จะเกิดการ “จุดไฟนรกสุดขอบฟ้า” ขึ้นมาในแนวรบด้านนี้ ยิ่งมีโอกาสเป็นไปได้ยิ่งขึ้นไปใหญ่...
ส่วน “แนวรบทะเลจีนใต้” ก็ใช่ว่าจะสงบ ไร้คลื่น ไร้ลม แต่อย่างใด...แม้ว่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กองบัญชาการ “US Indo-Pacific Command” ของอเมริกา เขาตัดสินใจลบคำว่า “Indo” ออกจากชื่อที่เรียกๆ กันว่า “INDOPACOM”ตั้งแต่ยุคแรกๆ ของ “ทรัมป์บ้า” กลายมาเป็น “PACOM” เฉยๆ หรือไม่ได้ให้ความสำคัญกับการอาศัยอินเดียในการ “ปิดล้อมจีน” เหมือนแต่ก่อน แต่การกระตุ้นและเร่งเร้าให้บรรดาชาติต่างๆ ในเอเชีย เกิดการเห็นพ้องต้องกัน คล้อยตามไปกับข้อวิเคราะห์ทางทหารของอเมริกา ว่าจีนกำลังคิดจะใช้ “กำลังทหาร” บุกไต้หวันภายในปีหน้า หรือไม่เกินปี ค.ศ.2027 ก็น่าจะส่งผลให้แนวรบด้านนี้ ยังคงร้อนฉ่า ร้อนแรงต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด หรือทำให้ความพยายาม “ฟื้นฟูลัทธิทางทหาร” ของพี่เบิ้มในเอเชียอย่างญี่ปุ่น
ยิ่งเป็นอะไรที่มี “น้ำหนัก” รองรับยิ่งขึ้นไปเท่านั้น!!!
สรุปรวมความแล้ว...ไม่ว่าจะมองจากแนวรบด้านไหน??? แนวโน้มที่มันออกไปในทาง “สงคราม” นับวันยิ่งมีความเป็นไปได้สูงยิ่งกว่าที่จะออกไปในทาง “สันติภาพ” อย่างชนิดแทบเทียบกันไม่ติด หรือยิ่งทำให้สิ่งที่เคยถูกเรียกกันว่า “ทฤษฎีสมคบคิด” แบบประเภทคิดเอง เออเอง อะไรทำนองนั้น ที่ได้ตั้งข้อสมมติฐาน ข้อสังเกต เอาไว้ประมาณว่า สิ่งที่บรรดาพวก “อีลีทโลก” ทั้งหลายปรารถนาและต้องการภายในอนาคตเบื้องหน้า ก็คือ “สงคราม” นั่นเอง!!! เพื่อที่จะช่วยให้เกิดการ “Great
Reset” หรือการขจัดกวาดล้างอะไรต่อมิอะไรที่ “รกโลก” ให้หมดเสี้ยน หมดหนาม หมดโอกาสที่จะเป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการเจริญเติบโตของ “ลัทธิเสรีนิยมใหม่” ลงไปให้จงได้ มันเลยชักไม่ใช่เป็นแค่เรื่องคิดเองเออเอง หรือเป็นแค่ทฤษฎีสมคบคิดอีกต่อไป แต่นับวัน...มันยิ่งสะท้อนให้เห็นแรงกระตุ้น แรงจูงใจ ของผู้ที่มีอำนาจเบื้องหลัง “โลกตะวันตก” หรือรัฐบาลตะวันตกในแต่ละประเทศ ที่เพียรพยายามชักลากใครต่อใคร ให้ต้องลื่นไถลลงไปสู่ “กับดักทูซิดิดีส” หรือ “Thucydides
Trap” อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้เลย...


