xs
xsm
sm
md
lg

“พระอาจารย์” ผู้บอกให้ผมรู้ก่อนกาล!!! (ตอน 9)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”


บทความสามตอนที่แล้ว ผมได้เขียนถึงการป่วยครั้งแรกของน้าชาติ ด้วยโรคมะเร็งลำไส้ ซึ่ง “จิ้งหรีด” ได้นำน้าชาติไปให้ทีมแพทย์โรงพยาบาลจุฬาฯ รักษา แก้ไขอาการเจ็บป่วยของน้าชาติให้หายวันหายคืน เรียกได้ว่าสุขภาพดีขึ้นเป็นลำดับ จนแทบเป็นปกติ

พี่โต้งและคนในครอบครัว รวมถึงผู้คนในแวดวงเครือข่ายชุณหะวัณ พากันโล่งอกโล่งใจ จากการที่น้าชาติสามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ ในเวลาอันรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ

ทว่า.. มะเร็งได้กลับมาเล่นงานน้าชาติเป็นครั้งที่สอง “จิ้งหรีด” ได้นำน้าชาติไปรักษาที่โรงพยาบาลคอมเวลล์ ประเทศอังกฤษ

มีการโจษจันในแวดวงคนใกล้ชิดน้าชาติ ถึงการนำน้าชาติ ผู้ป่วยมะเร็งตับ ไปรักษาที่ประเทศอังกฤษโดยพละการนั้น ทำให้บรรดาหมอไทยหลายคนผู้เชี่ยวชาญในการพิชิตมะเร็งร้าย วิพากษ์วิจารณ์ขรมตรงกันว่า

“ต้องถือเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ ที่นำน้าชาติข้ามน้ำข้ามทะเลไปรักษาไกลถึงประเทศอังกฤษ เพราะอังกฤษไม่ใช่ประเทศที่เชี่ยวชาญในการรักษาโรคมะเร็ง”

คำวิจารณ์ในวงการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็ง ทำให้ผมกับเพื่อนๆ ในกองเลขาฯ น้าชาติ รวมถึงพี่โต้งและ “ผู้ใหญ่หลายคน” หวนนึกถึงคำพยากรณ์ของ “พระอาจารย์” ที่บอกว่า

“คุณชัชต้องบอกอาจารย์โต้งให้ระวังอย่างจริงจังด้วยนะ ถ้าคุณชาติชายป่วยครั้งที่สอง และหากไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ.. คุณชาติชายอาจต้องเสียชีวิตในต่างแดนนะคุณชัช”

คำเตือนนี้ ทำให้ผมกังวลเป็นอย่างยิ่ง เพราะผมเคยประสบกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่ตรงตามคำทำนายของ “พระอาจารย์” ในหลายเรื่อง ซึ่งผมเคยทะนงตนวิจารณ์ “คำทำนายของพระอาจารย์” ต่อหน้าท่าน ด้วยเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้เลย! ไม่ว่าจะวิเคราะห์ด้วยมุมมองใดๆ ก็ไม่เห็นโอกาสที่จะเป็นจริงได้! หนำซ้ำ “พระอาจารย์” ได้ทำนายบางเรื่องล่วงหน้านานนับปีอีกด้วย!

ทว่า.. เมื่อเหตุการณ์บังเกิดตรงตามคำทำนาย ผมก็ต้องยอมรับโดยดุษฎีว่า “ผมผิดพลาดจนหน้าแตกยับเยิน” ผมต้องหัวเราะเยาะให้กับความโง่เขลาของตัวเอง ที่ท้าทายสิ่งเหนือวิทยาศาสตร์

ดังนั้น เมื่อเกิดเรื่องเหนือความคาดหมาย ที่น้าชาติผู้หายจากการป่วยมะเร็งลำไส้ สุขภาพสดชื่นแข็งแรง กลับมา “ป่วยครั้งที่สอง” และ “จิ้งหรีด” ได้นำตัวน้าชาติเดินทางไปยังประเทศอังกฤษแล้ว!

สถานการณ์ช่างสอดคล้องกับ “คำทำนาย” ของ “พระอาจารย์” จนผมขนลุก!!

หลายวันผ่านไป หลังจากพี่โต้งเดินทางไปดูแลอาการป่วยของพ่อ พี่โต้งโทรศัพท์ถึงผม อัปเดตอาการพ่ออย่างสม่ำเสมอ..

“ชัช.. อาการป่วยของพ่อยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควรว่ะ.. พี่ถึงต้องรบกวนให้พี่แพะเดินทางมาดูสภาพการป่วย และการใช้ยากับวิธีการรักษาพ่อ.. เพราะมีหมอที่นี่บางคนบอกพี่ว่า.. ถ้าใช้ยานี้แล้วพ่อยังไม่ดีขึ้น โอกาสรอดของพ่อ.. ยากแล้ว!”

ด้วยรักและเป็นห่วงน้าชาติ ทำให้หมอแพะ หมอใหญ่โรงพยาบาลศิริราชผู้มีประสบการณ์ ที่เป็นทั้งญาติสนิท และเป็นหมอประจำตัวน้าชาติมาอย่างยาวนาน ตัดสินใจเดินทางไกลไปยังประเทศอังกฤษ เพื่อดูแลอาการป่วยของน้าชาติด้วยตัวเอง..

ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดอย่างยิ่งยามนั้น หลายฝ่ายที่เป็น “สายมูเตลู” ได้มีการทำ “สารพัดพิธี” เพื่อเสี่ยงทายพร้อมกับ “ส่งพลัง” ไปช่วยบำบัดอาการป่วยครั้งที่สองของน้าชาติ โดยเฉพาะ “ผู้มากบารมี” ได้มีพระเมตตาเตรียมการทำพิธีเพื่อ “ช่วยยืดชีวิตชาติชาย” ที่กำลังป่วยวิกฤติในขณะนั้น

“ป้าผู้ประสานงาน” ได้ขอให้ผม “ซื้อไข่เป็ดสด 99 ฟอง” และตระเวนซื้อ “สิ่งของจำเป็น” ตามคำสั่งของ “ผู้มากบารมี” จนครบถ้วนในวันเดียวกันนั้น.. เพื่อ “ผู้มากบารมี” มีพระเมตตา ทำ “พิธีเสี่ยงทาย” ในยามค่ำคืนนั้น

คืนนั้น.. ผมแทบจะไม่ได้หลับเลย จิตใจกระวนกระวายใคร่รู้ผลการเสี่ยงทาย “ป้าผู้ประสานงาน” ได้บอกกับผมว่า “คุณชัช.. ผู้มากบารมีจะรู้ผลพิธีเสี่ยงทายในวันรุ่งขึ้นนะ”

เมื่อแสงตะวันจับขอบฟ้า ผมอยากโทรถึง “ป้าผู้ประสานงาน” เหลือเกิน เพื่อจะได้ทราบผลการเสี่ยงทายว่า ชีวิตเจ็บป่วยครั้งที่สองในต่างแดนของน้าชาติจะเป็นเช่นไร?

แต่ผมยังไม่อาจติดต่อ “ป้าผู้ประสานงาน” ได้ เพราะเวลาทำงานของท่านเริ่มในช่วงพลบค่ำ..

และแล้ว.. ข้อความจาก “ผู้มากบารมี” ส่งผ่าน “ป้าผู้ประสานงาน” ก็มาถึง..

“ได้ทำพิธีตามกระบวนการอย่างครบถ้วนแล้ว.. แต่ช่วยชีวิตชาติชายไว้ไม่ได้”!!!

“ป้าผู้ประสานงาน” ยังได้บอกด้วยว่า “ผู้มากบารมีบอก เมื่อคืนคุณชาติชายได้มาในนิมิตเพื่อขอลาท่าน ในสภาพเลือดออกที่ปากกับจมูก คุณชัชเช็กคุณโต้งดูซิว่า คุณชาติชายเป็นอย่างไร ผู้มากบารมีได้สั่งให้ส่งกระเช้าดอกไม้ไปให้คุณชาติชายที่อังกฤษแล้ว”

ผมโทรศัพท์ถึงพี่โต้งที่อังกฤษทันที เพื่อถามข่าวคราวการป่วยของน้าชาติ แต่ติดต่อพี่โต้งในขณะนั้นไม่ได้!

ทว่าไม่นาน.. พี่โต้งก็โทรมาด้วยเสียงละล่ำละลักว่า..

“ชัช.. พี่เห็นหมอกับพยาบาลวิ่งไปที่ห้อง ICU ที่พ่อรักษาตัวอยู่วุ่นไปหมด พี่เลยวิ่งเข้าไป เห็นพ่อกำลังช็อค มีเลือดไหลออกมาทางปากกับจมูก”

หลังพี่โต้งพูดจบ ผมก็ได้เล่าเรื่องที่ “ผู้มากบารมี” บอกผ่าน “ป้าผู้ประสานงาน” ว่า “ชาติชายมาลาตาย ในสภาพมีเลือดออกจากปากกับจมูก” ซึ่งตรงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศอังกฤษอย่างน่าอัศจรรย์!!!

ส่วนกระเช้าดอกไม้จาก “ผู้มากบารมี” ยังเดินทางไปไม่ถึงโรงพยาบาลคอมเวลล์ เพราะกระทรวงต่างประเทศดันส่งผิด ส่งไปยังประเทศฝรั่งเศส มิได้ส่งตรงถึงน้าชาติซึ่งป่วยอยู่ที่ประเทศอังกฤษ!

ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นอีกท่านหนึ่งที่ไปอยู่เฝ้าอาการน้าชาติอย่างใกล้ชิด โทรศัพท์ถึงผมพูดอย่างร้อนรนว่า

“พี่ชัช.. ท่านยังไม่ยอมจากไป เหมือนท่านรอกระเช้าดอกไม้จากผู้มากบารมีอยู่ครับ!”

พี่โต้งโทรศัพท์ตามมาติดๆ “ชัช.. เมื่อไหร่กระเช้าดอกไม้จากท่านผู้มากบารมีจะมาถึง?.. พ่อหายใจฟืดฟาดไม่ยอมจากไป..”

ไม่นาน! โทรศัพท์จากพี่โต้งก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ชัช! พอกระเช้าของท่านผู้มากบารมีมาถึงห้องพ่อ ดร.สุรเกียรติ์ ก็ตะโกนว่า กระเช้าดอกไม้ของท่านผู้มากบารมีมาถึงแล้ว.. พ่อก็สิ้นใจทันที..”

ณ เวลาที่น้าชาติลาลับจากโลกที่ประเทศอังกฤษ พลันเกิดพายุฝนกระหน่ำอย่างหนัก จนกิ่งไม้ขนาดใหญ่ของต้นไม้ต้นหนึ่งในบริเวณบ้านราชครู ได้หักสะบั้นลงอย่างกะทันหัน!!

ภายในห้องทำงานกองเลขาฯ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ผมและทีมงาน อยู่ในอาการหม่นหมองเศร้าสร้อย บรรยากาศหดหู่สุดบรรยาย..

จู่ๆ กลิ่นที่คุ้นเคย ก็อบอวลขึ้นมา ผมนั่งสูดเงียบๆ ไม่แสดงอาการใดๆ ให้เพื่อนในทีมรู้สึก แต่กลิ่นนั้นรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนผมอดเอ่ยปากถามไม่ได้..

“เฮ้ย!.. พวกคุณได้กลิ่นอะไรไหม???”

“กลิ่นซิการ์น้าชาติ..!!!”

ทุกคนแทบจะประสานเสียง ทว่าไม่มีใครหวาดกลัวแต่อย่างใด ตรงกันข้าม เรากลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เมื่อสัมผัสว่า น้าชาติได้กลับประเทศไทยอันเป็นที่รักของท่านแล้ว!..

รุ่งขึ้น วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2541 หนังสือพิมพ์มติชน พาดหัวหน้าหนึ่งตัวใหญ่เป้งว่า

“ฟ้าร่ำอำลา ชาติชาย อสัญกรรม”