“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”
บทความสองตอนที่แล้ว ผมได้เขียนถึงการป่วยด้วยโรคมะเร็งร้ายครั้งแรกของน้าชาติ ซึ่งภายหลังได้รับการรักษา อาการป่วยสุขภาพของน้าชาติดีขึ้นเป็นลำดับ จนน้าชาติสามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติด้วยเวลาอันรวดเร็ว
ทว่า.. สมองของผมก็ยังคงวนเวียนนึกถึงคำทำนายของ “พระอาจารย์” เมื่อครั้งพูดถึงการป่วยครั้งแรกว่า “คุณชาติชายจะผ่านพ้นการป่วยในครั้งแรกไปได้ด้วยดีนะคุณชัช!”
ก็จริง.. สุขภาพน้าชาติดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ทั้ง ผม อ.โต้ง และคนในแวดวงบ้านราชครู รวมทั้ง นักการเมืองพรรคชาติพัฒนาทุกคน ต่างพากันเฮด้วยความโล่งอกโล่งใจเป็นทิวแถว..
ดูเหมือนทุกคนจะลืมไปแล้วว่า “จิ้งหรีด” คือคนนำน้าชาติไปให้ หมอโรงพยาบาลจุฬาฯ ดูแลรักษา ซึ่ง หลายคนในแวดวงบ้านราชครู ถือว่าการกระทำของ “จิ้งหรีด” เป็นการกระทำโดยพลการ ข้ามหน้าข้ามตา “หมอแพะ” ผู้เป็นหมอประจำตัว และเป็นญาติสนิทของน้าชาติ กับคนในตระกูล ชุณหะวัณ
แน่นอน.. ถ้า “หมอแพะ” เป็นผู้รับผิดชอบดูแลการป่วยของน้าชาติ เหมือนดังเช่นที่ผ่านมาตลอด ก็ต้องบอกว่า ไม่มีทางที่น้าชาติจะหลุดจากการดูแลของโรงพยาบาลศิริราช ไปอยู่ในมือของหมอโรงพยาบาลจุฬาฯอย่างเด็ดขาด
เพราะ “หมอแพะ” ผู้เป็นหมอประจำตัวของน้าชาติ เป็นหมอผู้ใหญ่ของโรงพยาบาลศิริราชด้วย
แต่อย่างไรก็ดี ก็ต้องยอมรับว่า การป่วยครั้งแรกของน้าชาติ ที่ “จิ้งหรีด” นำไป โรงพยาบาลจุฬาฯ นั้น คณะแพทย์โรงพยาบาลจุฬาฯ ได้ดูแลรักษาจนน้าชาติหายเจ็บหายป่วยเรียบร้อย..
ห้วงนั้น.. เมื่อ “ร่มโพธิ์ร่มไทร” ของครอบครัวชุณหะวัณ ผู้ที่เป็น “เสาหลัก” ของบ้านราชครู กลับมาใช้ชีวิตและทำงานได้ตามปกติแล้ว สมาชิกในบ้านราชครู ก็กลับมาดำเนินชีวิตกันอย่างเปี่ยมสุข
ส่วนนักการเมืองทุกคนในพรรคชาติพัฒนา ใบหน้าล้วนเต็มไปด้วยความสุข เพราะสุขภาพ น้าชาติ หัวหน้าพรรค กลับมาแข็งแรง พร้อมด้วยสมองวิเคราะห์มุมมองทางการเมืองและทางเศรษฐกิจ ก็แจ่มใสแหลมคม ส่งผลให้น้าชาติยังคง “ดำรงตนเป็นหนึ่งในนักการเมืองดาวเด่น” ของชาติไทยดังเดิม
เวลาอันเปี่ยมสุขของทุกคนในแวดงวงเครือข่ายของน้าชาติผ่านไปอย่างรวดเร็ว.. จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี กระทั่งวันหนึ่ง.. เสียงโทรศัพท์จาก อ.โต้ง ก็ดังขึ้นบนโต๊ะทำงานของผมที่กองเลขาฯ น้าชาติ ในซอยอารีย์ 3
“ชัช.. พ่อป่วยเป็นมะเร็งที่ตับ! เจ้าจิ้งหรีดพาพ่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลครอมเวลส์ ประเทศอังกฤษ! โดยหมอของพ่อกับคนสนิทของพ่อไม่รู้เห็นด้วยเลย เพราะไม่เคยมีการปรึกษาหารือเรื่องการป่วยและการดูแลรักษาพ่อกันก่อนเลย พี่แพะหมอประจำตัวพ่อ ก็ไม่เคยรู้เรื่องพ่อป่วย ไม่รู้เลยว่าพ่อได้เดินทางไปรักษาตัวที่อังกฤษ!”
น้ำเสียงพี่โต้งตะกุกตะกักและแสดงท่าทีไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน
“แล้วพี่โต้งจะเอายังไงกับเรื่องของหรีด และเรื่องการป่วยของพ่อที่หรีดเอาพ่อไปรักษาตัวที่อังกฤษล่ะครับ?”
“ชัช.. พี่ตัดสินใจว่า พี่จะเดินทางไปอยู่ดูแลพ่อระหว่างรักษาตัวที่อังกฤษ”
“ดีครับพี่โต้ง! พ่อพี่จะได้สบายใจ มีกำลังใจที่ได้พี่ตามไปดูแล” คำพูดพี่โต้งทำให้ผมคลายความห่วงกังวลน้าชาติลงไปมากพอควร ที่ไม่ปล่อยให้ “จิ้งหรีด” ดูแลการรักษาน้าชาติตามลำพัง..
ทุกคนที่ทราบข่าวการเจ็บป่วยในครั้งนี้ ต่างพากันหวังว่า น้าชาติ จะต้องกลับไทยในสภาพร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์ 100% อย่างแน่นอน ด้วย อ.โต้ง ได้เดินทางไปดูแลพ่อบังเกิดเกล้าด้วยตนเอง,,,
“ชัช อยู่กรุงเทพฯ ดูแลที่ทำงานกองเลขาฯ พ่อ และคอยให้ข่าวความคืบหน้าพ่อ พี่จะรายงานให้ชัชรู้เรื่องอาการป่วยของพ่อตลอดนะ ชัชกับเพื่อนคอยประสานงานกับสื่อที่เมืองไทยด้วยก็แล้วกัน.. ส่วนสื่อต่างประเทศ พี่จะรับผิดชอบเอง”
“ครับพี่โต้ง.. พี่โต้งดูแลพ่ออย่างจริงจังเลย.. ไม่ต้องห่วง พะวักพะวงทางกรุงเทพฯ นะครับ”
“พี่โต้ง.. อย่าลืมนะครับว่านี่เป็นการป่วยครั้งที่สองของพ่อ และหรีดได้นำพ่อไปรักษาที่ต่างประเทศแล้ว!!?” หลังจากพูดคุยกับพี่โต้ง ผมยังคงคิดต่อไปอย่างไหวหวั่น..
เสียงของ “พระอาจารย์” ยังดังก้องอยู่ในหัวผม “คุณชัช.. คุณชาติชายป่วยครั้งที่สอง อาจจะเสียชีวิตในต่างประเทศนะ.. ชัชช่วยเตือนคุณโต้งให้รู้ด้วยนะ!!!”
“คำพยากรณ์” ของ “พระอาจารย์” สร้างความวิตกกังวลให้ผมอย่างมาก ยิ่งผมนึกถึงคำพูดของผู้ใหญ่หลายคนที่ย้ำแล้วย้ำอีกว่า “อย่าดูเบา” คำทำนายของ “พระอาจารย์” ท่านนี้เป็นอันขาด!!!
น้าชาติป่วยเป็นมะเร็งครั้งที่สองในตับ และได้เดินทางไปรักษาตัวที่อังกฤษแล้ว!!!!????
เฮ้ย!.. มันช่างตรงตาม “คำทำนาย” ของ “พระอาจารย์” ไปกว่าครึ่งแล้วนะโว้ย!..
ใจผมเต้นตึกตักๆๆ ราวกับมีคนมารัวกลองดังสนั่นอยู่ในใจ
“ชัช.. วางแผนให้พี่ด้วย.. พี่ว่าต้องให้พี่แพะ เดินทางมาดูแลพ่อที่อังกฤษแล้วล่ะ.. เพราะหมอที่ดูแลพ่อที่อังกฤษเคยเป็นลูกศิษย์พี่แพะว่ะชัช”
เสียงพี่โต้งผ่านทางโทรศัพท์ครั้งนี้ร้อนรนอย่างผิดสังเกต “สถานการณ์น้าชาติคงวิกฤติอย่างแน่นอน!” ผมคิดด้วยความประหวั่น..
พี่โต้งโทรมาด้วยเสียงที่บอกถึงความต้องการอย่างแรงกล้า ให้พี่แพะ หมอใหญ่ของโรงพยาบาลศิริราช ผู้เป็นหมอประจำตัวน้าชาติ และเป็นญาติสนิท เดินทางไปอังกฤษ เพื่อดูแลการรักษาน้าชาติอย่างใกล้ชิด
“ชัช.. หลายวันมานี้ พี่ดูพ่อยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร พี่ต้องขอให้พี่แพะมาช่วยดูพ่ออีกคนแล้วล่ะ จะปล่อยให้หรีดและหมอที่อังกฤษดูแลพ่อต่อไปไม่ได้แล้วล่ะ!!!”
“พี่โต้ง.. ญาติพี่น้องของพี่คุยกับพี่แพะแล้ว.. ปรากฎว่า พี่แพะน้อยใจ ไม่อยากเดินทางไปอังกฤษครับพี่.. แล้วพี่โต้งจะเอาอย่างไรดีครับ”
“ชัช.. พวกเราต้องเอาตัวพี่แพะมาอังกฤษให้ได้ หมอที่ดูแลพ่อเคยเป็นลูกศิษย์พี่แพะ เคยร่วมงานกับพี่แพะมาก่อน ถ้าได้หมอสองคนนี้มาช่วยกันดูแลพ่อ ต้องช่วยพ่อให้ดีขึ้นได้แน่ๆ.. ชัชช่วยคิดสิว่าต้องทำยังไง พี่แพะถึงจะยอมเดินทางมาอังกฤษ?”
“พี่โต้ง.. พี่โต้งเคยเล่าเรื่องลูกชายสองคนของพี่ดา ที่ทั้งสองคนได้ดาราเป็นภรรยา กว่าจะได้แต่งงานกัน ตอนแรกข่าวพี่บอกว่า ทางพ่อไม่มีปัญหา มีปัญหาตรงทางแม่คือพี่ดาไม่ยอม.. แต่เมื่อพี่ดายอม ทุกอย่างก็จบลงในทางที่ดี.. จริงไหม? ถ้าจริง พี่โต้งต้องโทรโดยตรงถึงพี่ดา อ้อนวอนขอร้องให้พี่ดาช่วยผลักดันพี่แพะให้ยอมไปอังกฤษดูแลพ่อ.. งานนี้.. ความหวังอยู่ที่พี่ดานะพี่โต้ง!”
ไม่นาน.. พี่โต้งก็โทรมาบอกผมว่า “ชัช.. พี่แพะยอมเดินทางมาอังกฤษแล้ว!”
“หมอแพะ” ยอมบินไปอังกฤษ ช่วยดูแลน้าชาติอีกแรงหนึ่งแล้ว.. น้าชาติจะรอดไหม? คำทำนายของ “พระอาจารย์” จะถูกไหม? พรุ่งนี้จะมี “ข่าวดี” หรือ “ข่าวร้าย”????


