xs
xsm
sm
md
lg

“พระอาจารย์” ผู้บอกให้ผมรู้ก่อนกาล!!! (ตอน 7)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”


ตอนท้ายของบทความที่แล้ว ผมได้เขียนถึงความเบาใจของผม ที่ อาจารย์โต้ง ลูกชายคนเดียวของ น้าชาติ รับปากจะติดตามดูแลสุขภาพ น้าชาติ อย่างใกล้ชิด ถ้าเกิดป่วยรอบที่สอง ตามที่ “พระอาจารย์” ทำนายล่วงหน้าไว้ว่า ป่วยครั้งที่สอง น้าชาติอาจต้องไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ และอาจต้องเสียชีวิตในต่างแดน!

อย่างไรก็ตาม ในใจผมก็ยังห่วงกังวลลึกๆ เสมอ ด้วยคำพยากรณ์หลายเรื่องของ “พระอาจารย์” มักอยู่เหนือเหตุผล เหนือการเมืองทั่วไป หลายครั้งที่ผมแย้ง “พระอาจารย์” ว่ามันเป็นไปไม่ได้!.. มันเกินความเป็นจริง!

แต่แล้ว.. ไอ้สิ่งเหนือความจริงที่ผมคิดและพูด โดย “พระอาจารย์” นิ่ง ไม่อธิบาย มันดันปรากฎเป็นจริงตามคำทำนาย จนผมต้องรำพึงว่า.. ไอ้ชัช! เอ็งหน้าแตกละเอียดอีก หมอไม่รับเย็บแล้วนะ!!!”

เวลาผ่านไปเร็วเหมือนโกหก สุขภาพน้าชาติดีขึ้นเรื่อยๆ จนแทบเป็นปกติ น้าชาติออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านอย่างสง่าผ่าเผย เปิดบ้านรับแขกพูดคุยกับผู้คนได้ทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องทางการเมืองที่แหลมคม พบปะผู้คนทั้งกลางวันและในยามค่ำคืน

กระทั่งวันหนึ่ง น้าชาติ กับ นายกฯ บิ๊กจิ๋ว นัดกันไปตีกอล์ฟที่สนามกลางกรุงเทพฯ ของ เจ้าสัวเจริญ แห่งเบียร์ช้าง

วาระการพบกันระหว่าง “นายกฯ ในวันนั้น” กับ “อดีตนายกฯ” ย่อมเป็นเรื่องสำคัญ มิใช่เหตุ “ธรรมดาสามัญ” อย่างแน่นอน

ก่อนถึงวันนัด ผมกับพี่โต้งได้พบ น้าชาติ เพื่อสรุปแต่ละเรื่องที่จะคุยกันในสนามกอล์ฟ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องลับๆ ที่เปิดเผยทั้งหมดไม่ได้

หลุมกอล์ฟ 18 หลุม ของ นายกฯ ทั้งสอง จึงเป็นหลุมของ “งาน” มากกว่า “กีฬา” ซึ่งคงเหนื่อยพอสมควรทีเดียวเชียวแหละ แต่คนที่เหนื่อยกว่าสองนายกฯ ที่ตีกอล์ฟ คือกระผม.. นายชัชวาลย์ครับ ผู้ซึ่งตีกอลฟ์ไม่เป็น แค่เคยเป็น เหรัญญิกสมาคมนักกอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย!

“ชัช.. เหนื่อยเพราะอะไรหรือ?” มีหลายคนถามผม และภายหลังจึงร้อง “อ๋อ” อย่างเข้าใจ..

แหม.. ก็ผมต้องวิ่งตามและห้อยโหนสลับไปมาระหว่างรถกอล์ฟของ น้าชาติ กับ บิ๊วจิ๋ว เพื่อบอก “คำถาม” และเอา “คำตอบ” ในแต่ละเรื่องของ น้าชาติ-บิ๊กจิ๋ว ตลอดการตีกอล์ฟ 18 หลุมน่ะสิครับ!

ซึ่งทุกเรื่อง หนีไม่พ้นจบลงด้วย 2 ประโยคนี้..

“ชัช.. เรื่องนั้นจิ๋วว่าไงล่ะ?..”

“แล้วเรื่องโน้นพี่ชาติเอายังไงล่ะ.. ชัช?”

ทว่า.. แม้ผมจะต้องเหนื่อยวิ่งไปวิ่งมา แต่ด้วยวิธีส่งคำถาม-รับคำตอบแบบนี้ มี “ข้อดี” มากๆ เลยครับ ทำให้หลายเรื่องของบ้านเมืองจบลงโดยง่าย ไม่ต้องเสียเวลาปล่อยให้คาราคาซัง เพราะบางเรื่องการที่ “ผู้ใหญ่” ระดับ “นายกฯ” จะตอบกัน “ย่อมมีการห่วงพะวงการเสียหน้า”.. แต่กับเด็กอย่างผม “ผู้ใหญ่” สามารถถามได้-บอกได้ ไม่มีการ “เสียหน้า-เสียท่าหรือต้องห่วงพะวง” อะไรเลย

เรื่องใดได้-เรื่องใดไม่ได้ ล้วนผ่านสองหูกับหนึ่งปากผม ถ่ายทอดจากฝ่ายหนึ่งสู่อีกฝ่ายหนึ่งได้แบบเต็มร้อย แต่! ภารกิจนี้ ผมถ่ายทอดกับแค่สองนายกฯ นี้เท่านั้นครับ.. เพราะบางเรื่องมัน “โคตรลับ!!!”
ภายหลัง ผมมาคิดทบทวน.. สิ่งที่เกิดขึ้นที่สนามกอล์ฟวันนั้น ช่างละม้ายคล้ายในหนังฮอลลีวูดที่ผมเคยดู การเมืองแบบเจมส์บอนด์ CIA KGB MI6 สายลับเขาคุยกันแบบลับๆ ได้แทบทุกที่.. ไม่ว่าจะในห้องส้วม ในโมเตลริมถนน หรือในโรงแรมหรู ในเครื่องบิน ในรถหรู หรือในรถกอล์ฟอย่างที่ผมทำในวันนั้น..
น้าชาติ เคยเล่าให้ผมฟังว่า ตอนไทยเปิดสัมพันธไมตรีกับจีนแดงยุค เหมาเจ๋อตุง ทางรัฐบาลอเมริกันได้พยายามขัดขวางไทยตลอด
ยุคนั้น ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี น้าชาติ เป็น รมต.ต่างประเทศ ได้เดินทางไปร่วมประชุมรัฐมนตรีชาติต่างๆ ที่สหรัฐอเมริกา
น้าชาติ ได้นัดเจอกันลับๆ กับทูตจีน ในวันที่มีงานจัดเลี้ยงอย่างเป็นทางการที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งมี นายเฮนรี่ คิสซิงเจอร์ รมต.ต่างประเทศอเมริกา มาร่วมในงานเลี้ยงนั้นด้วย
เพื่อจะลอบออกจากงานไปพบท่านทูตจีนโดยไม่เป็นที่สงสัย น้าชาติ ต้องขอให้ ท่านผู้หญิงบุญเรือน ช่วยดึงความสนใจของนายคิสซิงเจอร์ โดยออกไปเป็นคู่เต้นรำกับคิสซิงเจอร์ เพื่อให้ น้าชาติ แฉลบออกจากงาน ไปสมทบกับนายอานันท์ ปันยารชุน (ขณะนั้นดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำสหประชาชาติ) ผู้ทำหน้าที่สารถีในภารกิจประวัติศาสตร์ พา น้าชาติ ไปพบกับท่านทูตจีน ที่จุดนัดพบอีกที่แห่งหนึ่ง เพื่อเจรจานัดหมายการนำนายกฯ ไทย มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เดินทางไปประเทศจีน พบกับ เหมาเจ๋อตุง เพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนครั้งประวัติศาสตร์จนสำเร็จ
น้าชาติ เล่าให้พวกเราทีมงานในสำนักงานเลขาฯ น้าชาติ ฟัง ถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังของการเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการของชาติไทย-ชาติจีนในครั้งนั้น

 “ผมว่าผมไปถึงเร็วแล้วนะ แต่ผมเห็นก้นบุหรี่ท่านทูตจีนเต็มที่เขียบุหรี่.. แสดงว่าท่านทูตจีนคงรอผมนานพอสมควร.. แหม.. กว่าผมจะหลุดจากคิสซิงเจอร์ได้ ก็เพราะได้ท่านผู้หญิงบุญเรือนนี่แหละ ที่ช่วยผมทำให้งานนี้สำเร็จ.. ถ้าไม่มีท่านผู้หญิงบุญเรือน ไม่รู้ผมจะหาวิธีหลบออกมาได้หรือเปล่า”
“แหมพ่อ.. พ่อน่ะมีวิธีมากมายใช้แก้ปัญหาได้เสมอ.. อย่างตอนพ่อป่วยนอนโรงพยาบาลแล้วรถไฟจะชนกันในห้อง แค่พ่อพลิกเกมด้วยการสลบกะทันหัน ปิดสวิชตัวเองไม่รู้-ไม่ฟังอะไรใครทั้งนั้น.. ทุกอย่างก็จบด้วยดี”
ใครคนหนึ่งในวงสนทนาทวนความหลัง เรียกเสียงหัวเราะครื้นเครง แม้แต่ น้าชาติ ก็ยังปล่อยก๊ากออกมาอย่างถูกใจ ทั้งๆ ที่เพิ่งจะดีขึ้นจากการผ่าตัด..
ในวงสนทนาครั้งหนึ่ง มี “ผู้รู้ในวงการเมืองอีสาน” เปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับ สส. ไทยพัวพันกับวงการยาเสพติดว่า..

“ครั้งหนึ่งหน่วยปราบปรามยาเสพติดมะกัน ได้แอบติดตามนักการเมืองไทยภาคอีสานชื่อดังคนหนึ่ง ที่มีข่าวแอบค้ายาเสพติดจนร่ำรวย เอาเงินสีเทาไปตั้งโรงแรมริมแม่น้ำโขง รวมทั้งตั้งบ่อนการพนันด้วย ทีมไอ้กันจึงได้จี้จับตัว สส.ไทยคนนั้น พาขึ้นเครื่องบินไปขังคุกในฮ่องกง”
สื่อมวลชนรู้ดีว่า “ผู้รู้ในวงการเมืองอีสาน” คนนี้รู้เรื่องนี้ดีจริงๆ เสียด้วย เพราะ “เขาเป็นหนึ่งในเจ้าพ่อบ่อนพนันและขนของเถื่อน” ในภาคกลางและภาคเหนือของชาติไทย..
“อ้าว! ช่วงน้าชาติเป็นนายกฯ เรแกน เป็นประธานาธิบดี น้าชาติไปอเมริกาหลายครั้ง น้าชาติไม่โดนพวกอเมริกาถล่มย่ำแย่หรือครับ?” สส. อีสานคนหนึ่งถามน้าชาติ
“จำได้ไหมโต้ง? ตอนพ่อจะไปอเมริกา พ่อขอประชุมพวกเราก่อน เพราะการไปอเมริกาขณะที่ประเทศไทยมีจุดอ่อนตรงชายแดนไทย-ลาว-พม่า เป็นแหล่งผลิตยาเสพติดและเฮโรอีน พ่อแน่ใจว่าหน่วยปราบยาเสพติดมะกันจะต้องโจมตีประเทศไทยแน่นอน”

 “วันที่เรแกนมาพบกับพวกเรา พ่อชิงเป็นฝ่ายพูดกับเรแกนก่อนเลยว่า ประเทศไทยต้องขอเรียกร้องให้ท่านประธานาธิบดีช่วยประเทศไทยกับคนไทยด้วย ประเทศไทยเดือดร้อนมากๆ จากการเป็น “ทางผ่าน” ของยาเสพติดไปอเมริกา.. ถ้าทางอเมริกางดเสพ งดสั่งซื้อยาเสพติด.. คนผลิตยาเสพติดก็จะหมดที่ขายและหายไปโดยปริยาย แต่ที่คนไทยและเอเซียต้องเดือดร้อน ก็เพราะคนอเมริกันเสพและสั่งซื้อยาเสพติด นั่นแหละคือต้นเหตุของปัญหายาเสพติด!!!”

 ปรากฎว่า ประธานาธิบดีเรแกน งดการประชุมเรื่องการปราบปรามยาเสพติดกับ นายกฯ พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ เพราะต้นเหตุที่ประเทศไทยมียาเสพติด เกิดจากอเมริกันชนคือผู้เสพ เป็นผู้สั่งซื้อยาเสพติดรายใหญ่ของโลก..

 พูดสั้นๆ.. น้าชาติ ทำให้ชาวโลกรู้ว่า อเมริกานั่นแหละคือต้นเหตุปัญหายาเสพติดระบาดในโลก!!!!!