xs
xsm
sm
md
lg

ราชประชาสมาศัยบูชาพระรัตนตรัยในพระราชพิธีวิสาขบูชา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์

รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
สาขาวิชาปัญญาและการวิเคราะห์ธุรกิจ
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
สาขาวิชาสถิติศาสตร์
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์


วันวิสาขบูชา อันเป็นวันเพ็ญเดือน 6 นับอย่างจันทรคติ เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน

มีหลักฐานปรากฎชัดเจนในพระราชพงศาวดารรัชกาลที่ 2 สมัยต้นรัตนโกสินทร์ ว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงมีพระราชดำริให้ฟื้นฟูพระราชพิธีนี้ขึ้นใหม่ โดยจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ และแรม 1 ค่ำ เดือน 6 พ.ศ. 2360

อย่างไรก็ตามหลักฐานว่าพระราชพิธีวิสาขบูชาในสมัยสุโขทัย อยุธยา และธนบุรี กลับไม่ปรากฎชัดเจน มีการกล่าวถึงพระราชพิธีวิสาขบูชาในหนังสือ ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือ หนังสือนางนพมาศ แต่ถ้อยคำสำนวนและเนื้อหาในหนังสือนี้กลับน่าจะสันนิษฐานได้ว่าเพิ่งแต่งขึ้นใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์จากเค้าโครงเดิม ไม่อาจจะยึดถือว่าเป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ชั้นต้นในสมัยสุโขทัยได้เลย

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช พระราชนิพนธ์ หนังสือ พระราชพิธีสิบสองเดือน และได้ทรงกล่าวถึงพระราชพิธีเดือนหก อันประกอบด้วยสองพระราชพิธีวิศาขบูชา (สะกดแบบเดิม) และพระราชพิธีพืชมงคล

พระปิยมหาราช ทรงสันนิษฐานว่าพระราชพิธีวิสาขบูชา น่าจะมีมาแต่โบราณกาล แต่เสื่อมสูญขาดหายไปช้านาน และนำกลับมาใหม่ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ทรงเป็นผู้รื้อฟื้นพิธีนี้ขึ้นมาใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2360 โดยทรงเล่าถึงการให้ทำโคมกระดาษ ชักเสาไม้ไผ่ และโปรดเกล้าฯ ให้ราษฎรจุดโคมประทีปตามบ้านเรือนเพื่อเป็นพุทธบูชาร่วมกัน

นอกจากนี้พระปิยมหาราช ยังทรงเล่าทรงเล่าถึงการจัดแต่ง "โคมตรา" และ "เครื่องแขวน" พวงดอกไม้สดประดับรอบเฉลียงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ครึกครื้นมากในสมัยรัชกาลที่ 4

---------------


“ต่อมาถึงรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงทำการวิศาขบูชา เป็นแบบมาแต่ยังทรงผนวชอยู่ จึงได้โปรดให้จัดการเพิ่มเติมขึ้นตามแบบ เช่นพระสงฆ์คณะธรรมยุติกาทําอยู่ เป็นการเพิ่มเติมขึ้นอีกส่วนหนึ่ง ธรรมเนียมเดิมก็คงเป็นไปตามธรรมเนียมเดิม เว้นไว้แต่การเลี้ยงพระสงฆ์ในวันขึ้น ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำนั้นต้องกับงานฉัตรมงคลจึงได้ยกเลิกเสีย คงมีอยู่แต่วันแรมค่ำหนึ่ง วันนั้นเป็นวันเลี้ยงพระที่พระที่นั่งอนันตสมาคม จึงได้ยกกาลานุกาลขึ้นไปทําบนพระที่นั่งสุทไธศวรรย์ เชิญพระบรมอัฐิตั้งบนบุษบก เมื่อทรงเลี้ยงพระในพระที่นั่งอนันตสมาคมแล้วจึงได้เสด็จขึ้นไปสดับปกรณ์บนพระที่นั่งสุทไธศวรรย์ เป็นสองงานประดังกันอยู่ ต่อมาถึงแผ่นดินปัจจุบันนี้เปลี่ยนฉัตรมงคลไปเดือนสิบสองแล้ว จึงได้มีการเลี้ยงพระในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำขึ้นเหมือนอย่างแต่ก่อน และการวิศาขบูชาในรัชกาลที่ ๔ นั้น ในตอนกลางๆ โปรดให้เกณฑ์เจ้านายข้าราชการตั้งโต๊ะเครื่องบูชาตามรอบเฉลียงพระอุโบสถ เป็นการครึกครื้นสนุกสนานมาก จนเกิดเล่นเครื่องโต๊ะลายครามกันขึ้น ในเวลานั้นเที่ยวเก็บหาสิ่งของที่มีอยู่แล้วในกรุงนี้ มาประสมกันให้ได้ชุดได้ลายตั้งขึ้นเป็นโต๊ะใหญ่บ้างโต๊ะเล็กบ้าง บรรดาใครเป็นเจ้าของก็มาคอยเฝ้าประชุมพร้อมๆ กัน ถ้าของผู้ใดไม่ดีก็รับสั่งให้ยกสิ่งของนั้นไปตั้งที่ตรงหน้า ถ้าผู้ใดถูกตั้งของที่หน้าเช่นนั้นก็เป็นที่อับอายกัน ต้องเที่ยวขวนขวายหาของที่ดีๆ มาตั้ง จนการที่จัดหาเครื่องโต๊ะนั้นเป็นการจําเป็นที่ต้องหาทั่วๆ หน้ากัน สิ่งของก็มีราคาแพงขึ้น ต่างคนต่างเที่ยวหากันวุ่น เหมือนอย่างเล่นถ้วยป้านอยู่ในปัจจุบันนี้ ก็เป็นที่สนุกครึกครื้น ถ้าถึงวันวิศาขบูชาในวัดพระศรีรัตนศาสดารามก็เต็มไปทั้งพระทั้งคฤหัสถ์ผู้หญิงผู้ชายหาที่ว่างไม่ได้ ครั้นภายหลังพระยาโชฎึกราชเศรษฐีพุก เห็นว่าเครื่องโต๊ะมีราคาหาไม่ใคร่ได้ จึงได้สั่งเครื่องโต๊ะที่ครบชุดลายต่างๆ เข้ามา ๖๐ สำรับ ออกจําหน่ายขายผู้ที่ถูกเกณฑ์ตั้งโต๊ะราคาสำรับละ ๑๐ ชั่ง แต่นั้นมาการเล่นเครื่องโต๊ะก็จืดจางลง ด้วยของเก่าที่จะหาให้ครบสิ่งบริบูรณ์ได้เหมือนของใหม่ก็ไม่ใคร่มี เมื่อไม่มีของครบสิ่งก็ไม่อาจจะมาตั้งเพราะกลัวจะสู้ของใหม่ไม่ได้ ส่วนของใหม่ถึงเครื่องครบบริบูรณ์ก็จริง แต่นักเลงที่จะเล่นไม่ใคร่มีใครนับถือ เพราะเป็นของหาง่าย ไม่ต้องพยายามมากเหมือนหาของเก่า ลวดลายและสีครามก็สู้ของเก่าไม่ได้ ครั้นเมื่อการเล่นเครื่องโต๊ะจืดจางลงก็เป็นแต่ตั้งเป็นราชการ คนก็ไม่ใคร่มีใครๆ มาดู การที่ทรงตรวจตราเลือกเฟ้นนั้นซ้ำหลายปีเข้าก็เงียบๆ ไป ภายหลังจึงได้โปรดให้เปลี่ยนใหม่ เกณฑ์ให้ข้าราชการทําโคมตราตําแหน่งมาตั้งมาแขวน ส่วนของหลวงก็ใช้ตราหลวงแขวนที่ประตูพระอุโบสถทั้งหกประตู ในปีแรกที่เกิดโคมตราขึ้นนั้นก็เป็นการกึกก้องกาหลยิ่งใหญ่ คนที่มาดูกลับมากขึ้นไปกว่าเมื่อตั้งเครื่องโต๊ะ ด้วยโคมนั้นตั้งแขวนตามศาลารายและพระระเบียงโดยรอบเป็นทําเลกว้าง คนจะเดินไปมาดูแลได้สะดวก ตั้งแต่เวลาพลบไปจนดึกแปดทุ่มสามยามยังไม่ขาดคน เป็นการสนุกครึกครื้นมาได้หลายปี จึงค่อยๆ กร่อยลงตามธรรมดา”

---------------

ที่ทรงบันทึกไว้ว่าครึกครื้นมากในระยะแรกคือการแต่งโต๊ะเครื่องบูชาพระรัตนตรัยบริเวณรอบพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่ประกวดประชันกันอย่างเอิกเกริก ขุนนางข้าราชการคนใดมีของดีของเด็ด ไม่ว่าจะเป็นป้านชา เครื่องลายคราม ก็นำมาจัดแต่งโต๊ะเครื่องบูชากันอย่างเอิกเกริก อันนี้เห็นได้ชัดว่าได้รับอิทธิพลจากธรรมเนียมจีน ต่อมาก็เปลี่ยนจากการแต่งโต๊ะเครื่องบูชามาเป็นการแขวนโคมตราประดับ ซึ่งก็น่าจะได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจีนอีกเช่นกัน และทรงบันทึกความเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยอันเกิดจากความวุ่นวายของไฟฟ้าที่เพิ่งเข้ามาในรัชสมัยของพระองค์เอาไว้ว่า

---------------


“เดี๋ยวนี้จะมากาหลอยู่เรื่องเดียวก็แต่โคมไฟฟ้า”

---------------

พระราชพิธีวิสาขบูชานี้มีสืบเนื่องมานับแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้ขุนนางและประชาชนได้มีส่วนร่วมในการบูชาพระรัตนตรัยและบูชาพระแก้วมรกต ร่วมกับพระเจ้าแผ่นดิน

ราชประชาสมาศัยบูชาพระรัตนตรัยในพระราชพิธีวิสาขบูชา เริ่มต้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมกุฎวิทยมหาราช รัชกาลที่ 4 ทรงริเริ่มธรรมเนียมราชประเพณีนี้ที่พระมหากษัตริย์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลร่วมกับประชาชน แต่ไหนแต่ไรมีธรรมเนียมราชประเพณีที่องค์พระมหากษัตริย์ จะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในพระราชพิธีวิสาขบูชา ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม อันเป็นวันประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพานแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อพสกนิกร ประชาชน อยากจะร่วมบำเพ็ญกุศลโดยเสด็จพระราชศรัทธากับองค์พระมหากษัตริย์ด้วย พูดง่าย ๆ ประชาชนอยากจะทำบุญร่วมกันกับพระเจ้าแผ่นดิน พระเจ้าแผ่นดินของไทยก็ยินดีจะทรงทำบุญร่วมกันกับประชาชนอย่างเสมอกัน
เรื่องอันเป็นพระราชศรัทธาปสาทะในพระพุทธศาสนาเช่นนี้ องค์พระมหากษัตริย์มิได้ทรงขัดศรัทธาประชาราษฎร ในทางตรงกันข้าม ทรงอนุโมทนาสาธุการยินดีที่จะได้ทำบุญร่วมกัน เป็นราชประชาสมาศัยบูชาพระรัตนตรัยในวันวิสาขบูชา

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสานรักษาต่อยอด ธรรมเนียมราชประเพณีด้วยพระราชศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา แต่ทรงให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในพระราชพิธีวิสาขบูชามากเป็นพิเศษ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา พุทธศักราช 2569 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569

โอกาสนี้ ทรงจุดไฟจากโคมไฟฟ้า แล้วพระราชทานเพื่อเชิญไปถวายเจ้าอาวาส สำหรับจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัยตามพระอารามหลวงที่ได้ทรงพระราชอุทิศไว้ จำนวน 6 พระอาราม ได้แก่

• วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
• วัดบวรนิเวศวิหาร
• วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
• วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
• วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
• วัดนิเวศธรรมประวัติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

จากนั้น รักษาการผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเทียนชนวนทรงจุดไฟจากโคมไฟฟ้า แล้วทรงถือเทียนนั้นไว้ เจ้าพนักงานศุภรัตนำโคมเทียนมาขอพระราชทานจุดไฟ สำหรับทรงถือเมื่อเวลาเสด็จพระราชดำเนินเวียนเทียนประทักษิณพระอุโบสถ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พระราชวงศ์ องคมนตรี และข้าราชการ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ขอพระราชทานต่อเทียนที่ทรงถืออยู่นั้น

การนึ้ พระศรีวัชโรภาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาชัย ถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง “วิสาขปูชากถา”

ทรงนำสวดสรรเสริญพระรัตนตรัยเป็นทำนองสรภัญญะด้วยพระสุรเสียงของพระองค์เอง โดยสวดพร้อมกับประชาชนและข้าราชการที่เข้าร่วมพิธี ทรงเดินเทียน (เวียนเทียน) รอบพระอุโบสถ

(บน) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีทรงจุดเทียนเพื่อทรงเดินเทียนรอบพระอุโบสถ (ล่าง) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ทรงจุดเครื่องทองน้อยสักการะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนสักการะพระเจ้าสำเร็จทันจิตที่ด้านหลังฐานชุกชีที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำสวดบูชาพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะร่วมกับข้าราชการและประชาชนหน้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีทรงนำเดินเทียนรอบพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
การแขวนโคมตราเป็นพุทธบูชาในพระราชพิธีวิสาขบูชานั้น นอกจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงแขวนโคมตราแล้ว พระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่น ๆ ก็จะทรงแขวนโคมตราถวายเป็นพุทธบูชาร่วมกับพระเจ้าอยู่หัวเช่นกัน

ดังรูปด้านล่างนี้เป็นโคมตราในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ถวายเป็นพุทธบูชาในพระราชพิธีวิสาขบูชา จะสังเกตตรา สธ อันเป็นพระนามาภิไธยย่อ สิรินธร

แม้กระทั่งเจ้านายที่มิได้เสด็จอยู่แล้ว แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ประดิษฐ์โคมตรามาร่วมแขวนถวายเป็นพุทธบูชาแทนเจ้านาย เช่น โคมตรา ที่มีตรา พระนามาภิไธยย่อ พส. ของมูลนิธิเพชรรัตน – สุวัทนา ที่ใช้อักษรย่อขึ้นต้นพระนามาภิไธยของเจ้านายสองพระองค์ พ นั้นเป็นอักษรต้นของพระนามาภิไธย สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา ส นั้นเป็นอักษรต้นของพระนามาภิไธย พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในรัชกาลที่ ๖ อันเสมือนหนึ่งว่าเจ้านายทั้งสองพระองค์นี้ยังแขวนโคมตราบูชาพระรัตนตรัยเหมือนเมื่อครั้งยังทรงดำรงพระชนม์อยู่

 โคมตราบูชาพระรัตนตรัยในพระราชพิธีวิสาขบูชาในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี

โคมตราของมูลนิธิเพชรรัตน์-สุวัทนา ในเวลากลางคืน (บน) และในเวลากลางวัน (ล่าง)


ที่สำคัญคือโปรดเกล้า ฯ ให้หน่วยราชการในพระองค์ออกประกาศเชิญชวนประชาชนให้นำโคมตราและเทียนรุ่งมาร่วมในพระราชพิธีวิสาขบูชา มีการจัดระเบียบและอำนวยความสะดวก ประกาศกติกาและระเบียบอย่างชัดเจน มีการรันเลขที่โคมตราและให้ติดป้ายชื่อของผู้ที่นำโคมตรามาแขวนและตั้งเทียนรุ่งบูชาพระรัตนตรัย และส่งมอบโคมตราและเทียนรุ่งที่ผ่านพระราชพิธีวิสาขบูชาแล้วให้กับประชาชนหรือหน่วยงานที่เข้าร่วมพระราชพิธีวิสาขบูชานี้

ปีนี้สำนักพระราชวังได้เปิดรับโคมตราและเทียนรุ่งจากประชาชน ให้เข้าร่วมพระราชพิธีวิสาขบูชา
โดยทางสำนักพระราชวังจะนำโคมตราของประชาชนไปแขวนไว้ตามระเบียงแก้ว รอบพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ประชาชนจะประดิษฐ์โคมตรา อย่างบรรจง อวดฝีมือกัน ด้วยวัสดุหรือดอกไม้ที่แตกต่างกัน มีที่ประดิษฐ์กลไกใส่มอเตอร์หรือใช้ตุง (แบบทางเหนือ) หรือตอกไม้ไผ่สาน (แบบทางอีสาน) เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา แต่เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบ ย่อมมีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ดังปีนี้มีระเบียบประกาศออกมาตั้งแต่วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569 ดังนี้

---------------

สำนักพระราชวังขอประชาสัมพันธ์ข่าวพุทธศาสนิกชนที่มีจิตศรัทธาจะจัดโคมตราหรือเทียนไปจุดเป็นพุทธบูชาโดยเสด็จพระราชกุศล เนื่องในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา พุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ขอให้ปฏิบัติดังนี้
๑. สามารถส่งโคมตราและเทียนได้ตั้งแต่วันที่ ๒๑ – ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. – ๑๖.๐๐ น. เข้า-ออกประตูสวัสดิโสภา
วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙ มีพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาอุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สามารถส่งโคมตราและเทียนได้ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. – ๑๒.๐๐ น.
วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙ มีงานพระราชพิธีตั้งเปรียญ สามารถส่งโคมตราและเทียนได้ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. – ๑๒.๐๐ น.
วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙ รับเฉพาะดอกไม้สดเท่านั้น ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. – ๑๒.๐๐ น.
๒. รายละเอียดของโคมตราและเทียน
๒.๑ ส่ง ๑ โคมตรา ต่อครอบครัว ห้างร้าน บริษัท และหน่วยงาน และหรือ ส่งเทียน ส่งได้ ไม่เกิน ๑ คู่
๒.๒ โคมตราต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ไม่เกิน ๗๐ เซนติเมตร (เทียนไม่กำหนด)
๒.๓ โคมตราต้องมีน้ำหนักไม่ควรเกิน ๗ กิโลกรัม (เทียนไม่กำหนด)
๒.๔ โคมตราต้องมีหลอดไฟฟ้าติดมาให้พร้อม โดยใช้หลอดไฟฟ้าที่มีกำลังไม่เกิน ๒๕ วัตต์ ใช้กระแสไฟฟ้า ๒๒๐ โวลต์ และขอให้มีสายไฟยาวประมาณ ๒ เมตร พร้อมปลั๊กตัวผู้ติดประกอบให้เรียบร้อย
๒.๕ บัตรชื่อเจ้าของจะต้องผูกติดที่โคมตราหรือเทียนให้ชัดเจน
๓. รับโคมตราคืนภายใน ๑๐ วัน ตั้งแต่วันที่ ๒ – ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. – ๑๖.๐๐ น
วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ มีงานพระราชพิธีวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี สามารถรับโคมตราและเทียนได้ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. – ๑๒.๐๐ น.

---------------


หลังเสร็จการพระราชพิธีวิสาขบูชา หน่วยราชการในพระองค์ เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปเวียนเทียนรอบพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ตามหมายกำหนดการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินกลับเวลาประมาณ 18.00 น. และวัดพระศรีรัตนศาสดารามเปิดให้เข้าชมจนถึงเวลา 22.00 น. ของคืนวันวิสาขบูชา และคืนถัดไป ดังนั้นเวลาที่แขวนโคมตราและประดับเทียนรุ่งเป็นพุทธบูชา จึงเป็นเวลาสองคืนกับอีกหนึ่งวัน

ในปีนี้ ผู้เขียนได้ตัดสินใจพาครอบครัวไปเวียนเทียนและชมโคมตราและเทียนรุ่งรอบวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อไปถึงเวลาประมาณ 18.30 น. ก็ตกตะลึงในจำนวนผู้คนมากมายมหาศาล หน่วยราชการในพระองค์นั้นเปิดให้ประชาชนเข้าวัดพระศรีรัตนศาสดารามได้ทางประตูสวัสดิโสภาซึ่งอยู่ทางสนามไชย ตรงข้ามกระทรวงกลาโหม แต่แถวประชาชนนั้นยาวเหยียดตวัดหางไปทางถนนหน้าพระลานจนเกือบถึงประตูวิเศษไชยศรี เมื่อไปถึงจึงพาบิดามารดาไปยืนรอเข้าแถวยาวเหยียด รอไปนานพอสมควร เจ้าหน้าที่มาตะโกนบอกว่า สำหรับผู้สูงอายุ 70 ปี ขึ้นไป ให้ลัดคิวมาต่อแถวพิเศษเข้าวัดพระแก้วได้ก่อน แต่มีผู้ติดตามได้คนละหนึ่งคนเท่านั้น ผมก็เลยพาบิดา-มารดาเข้าไปในวัดพระแก้วได้ก่อนคนหนุ่มสาว ที่ยังยืนรอคิวกันยาวเหยียด

พอเข้าไปในวัดพระแก้วได้ ผู้คนก็ยังเบียดเสียดกันมาก ค่อนข้างลำบาก เราค่อย ๆ เดินชมโคมตราไปตามระเบียงคดวัดพระแก้ว ที่โดยปกติจะชมจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ ที่มีอยู่ร้อยกว่าห้อง ที่ชายคาระเบียงคดทั้งหมด แขวนโคมตราประดับไฟฟ้า แต่ตรงกลางระเบียงคดนั้น หน่วยราชการในพระองค์เอานั่งร้านเหล็กมาวางตรงกลางระเบียงคดยาวตลอดแนว แล้วพาดไม้สำหรับแขวนโคมตรา โดยไม่ได้จุดไฟฟ้าประดับโคม เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่า ปีนี้มีโคมตรามาแขวนเป็นพุทธบูชาในพระราชพิธีวิสาขบูชามากถึง 7,000 กว่าโคม มากจนไม่มีที่จะแขวน แม้จะแขวนทุกต้นไม้ ทุกชายคา ทั้งศาลาราย ระเบียงคด ต้นไม้ทุกต้นในวัดพระแก้วแล้ว ก็ยังไม่พอจะแขวนทุกซอกทุกมุม จนต้องมาตั้งนั่งร้านเหล็กกลางระเบียงคด และปลั๊กไฟก็ไม่พอที่จะเสียบไฟให้หลอดไฟในโคมตราทุกดวงได้

ระหว่างที่ผู้คนเบียดเสียดกันมากมายนั้น ก็ได้ยินเสียงประชาชนพยายามคุยกันเพื่อค้นหาว่าโคมตราของตน เลขที่เท่านั้น เท่านี้ จะแขวนอยู่ ณ จุดไหน ยังหากันไม่เจอ ใช่แล้วครับ คนที่นำโคมตรามาฝากแขวนเป็นพุทธบูชา ก็อยากจะเห็นโคมตราของตนเองได้แขวนประดับบูชาพระรัตนตรัย เดินหากันให้ว่อน ค่อนข้างเบียดเสียด ยากลำบาก ใครได้เจอก็ดีใจ ถ่ายรูปกับโคมตราของตนเองกันใหญ่ แต่ส่วนใหญ่จะหาไม่เจอเพราะมีจำนวนมาก และผู้คนมากมายเหลือเกิน เมื่อผมเจอโคมตราของคนที่ผมรู้จัก ผมก็เลยรีบถ่ายรูปส่งไปให้ทางสื่อสังคม ทำให้คนที่นำโคมตรามาฝากแขวนถวายดีใจกันใหญ่

เมื่อเดินฝ่าประชาชนจำนวนมหาศาล ค่อย ๆ เดินชมโคมตราพบว่าจำนวนหนึ่งเป็นโคมตราที่มาจากวัดวาอารามและโหราจารย์ต่าง ๆ ผมเลยเข้าใจว่าประชาชนจำนวนหนึ่งมีความศรัทธาอยากจะร่วมบูชาพระรัตนตรัยในพระราชพิธีวิสาขบูชา แต่การที่หน่วยราชการในพระองค์จัดระเบียบการรับฝากโคมตราและเทียนรุ่ง โดยลงทะเบียน มีเลขรันนัมเบอร์ มีป้ายติดชื่อบังคับทุกโคมตราและเทียนรุ่ง อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและคืนโคมตราและเทียนรุ่งให้กับทุกคน ทำให้ยิ่งเกิดกระแส mass มาก เพราะคนไทยมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาและน่าจะมีความเชื่อว่าโคมตราและเทียนรุ่งที่ผ่านพระราชพิธีวิสาขบูชา ได้ร่วมทำบุญกับพระมหากษัตริย์ แขวนประดับวัดพระศรีรัตนศาสดารามมาแล้ว ย่อมเป็นสิริมงคลสูงสุด เมื่อนำไปแขวนหรือตั้งประดับที่บ้านเรือนหรือหน่วยงานของตนเมื่อได้รับคืนย่อมเป็นสิริมงคล อันเป็นเหตุให้มีประชาชนและหน่วยงานนำโคมตราและเทียนรุ่งมาเข้าร่วมพิธีมากมายมหาศาลจนไม่มีที่จะแขวนจะตั้ง และยิ่งมีประชาชน/หน่วยงานนำโคมตราและเทียนรุ่งมาเข้าร่วมพระราชพิธีมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีประชาชนมาชม มาถ่ายภาพ มาตามหาว่าโคมตราของตนแขวน ณ ที่ใด และตั้งประดับ ณ จุดไหน ยิ่งทำให้คนแน่นมากยิ่งขึ้น เป็นภาพสะท้อนทั้งความศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตริย์และความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา

คลื่นประชาชนจำนวนมากมายรอเข้าไปเวียนเทียนและชมโคมตราในพระราชพิธีวิสาขบูชา ด้านประตูสวัสดิโสภา



เทียนรุ่งบูชาพระรัตนตรัยจำนวนมากบริเวณศาลารายรอบพระอุโบสถวัดพระแก้ว



โคมตราแขวนที่ชายคาระเบียงคดวัดพระแก้ว



โคมตราแขวนประดับเต็มต้นพระศรีมหาโพธิ์ ในวัดพระแก้ว




ธรรมสวัสดี ขอธรรมะจงสว่างกระจ่างใจคนไทยจงถ้วนทุกคน ในเนื่องวันวิสาขบูชา
ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน