xs
xsm
sm
md
lg

ความหมายของระบอบสีน้ำเงินที่แท้ อันตรายยิ่งกว่าระบอบทักษิณ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หนึ่งความคิด
สุรวิชช์ วีรวรรณ

 ตอนนี้มีการกล่าวขานถึงระบอบสีน้ำเงิน ที่พรรคประชาชนพยายามโยงไปให้ถึงเบื้องสูง จากกรณีองคมนตรีลงมาประชุมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง แล้วกล่าวหาว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมารุกล้ำพื้นที่ของฝ่ายบริหาร ทั้งที่ทรงอยู่เหนือการเมือง แต่นั่นเป็นจริตของพรรคประชาชนที่มีทัศนคติเป็นปฏิกษัตริย์นิยมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการบอกว่ารัฐบาลอนุทินเป็นเพียงเอเจนท์ของระบอบสีน้ำเงิน


ข้อกล่าวหานี้ไม่ได้เกินเลย หากศึกษาพฤติกรรมของพรรคส้มทั้งสามพรรคที่ผ่านมา ก็จะเห็นได้เป็นอย่างดีว่ามีจุดยืนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไร ทั้งการสนับสนุนการเคลื่อนไหว การสนับสนุนการเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ของคนรุ่นใหม่ จนมีผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 เป็นจำนวนมาก รวมทั้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตลอดจนจุดยืนของผู้ก่อตั้งพรรคอย่าง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปิยะบุตร แสงกนกกุล และพรรณิการ์ วานิช

ดังนั้นต้องเข้าใจว่า ระบอบสีน้ำเงินในความหมายของผมนั้นไม่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างที่พรรคส้มพยายามโยง เพื่อดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง

แต่ระบอบสีน้ำเงินมีจริงไหม คำตอบคือมีจริงครับ แต่จำกัดอยู่แค่บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย และรัฐบาลอนุทิน พูดกันอย่างตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม คนที่กุมกลไกระบอบสีน้ำเงินตัวจริงก็คือ เนวิน ชิดชอบ โดยมี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นเอเจ้นท์ของเนวินอีกทอดหนึ่ง

เราคงเคยเห็นภาพเนวินไล่เตะก้นอนุทินมาแล้ว แม้จะอธิบายภายหลังว่าเป็นการหยอกล้อกันเล่นก็ตาม แต่นั่นแหละคือภาพจำลองของการเมืองไทยในเวลานี้

ในฐานะที่ผมเคยต่อสู้กับระบอบทักษิณมาก่อน จึงไม่เกินเลยที่มีคนบอกว่า ระบอบสีน้ำเงินน่ากลัวกว่าระบอบทักษิณ เพราะคนที่มีอำนาจตัวจริงของระบอบสีน้ำเงินนั้น ไม่ได้เป็นผู้เล่นที่เปิดเผยถูกตรวจสอบได้ด้วยกลไกของรัฐ ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ต้องถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ซ่อนตัวอยู่หลังฉากการเมืองอีกชั้นหนึ่ง

แม้ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พยายามอธิบายถึงกรณีที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน มีการใช้วาทกรรมระบอบสีน้ำเงิน รวมถึงกล่าวหาว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นเอเจนท์ในการจัดหาคนเข้าระบอบดังกล่าว ว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ผลิตในเรื่องของการสร้างจิตสำนึกในเรื่องของการรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ฉะนั้นระบอบสีน้ำเงินถ้าจะพูดไปแล้วไม่ใช่เฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ต้องรวมไปถึงความเป็นประเทศ

ผมเคยเขียนหนังสือชื่อ  เหลี่ยมทักษิณ วิวาทวาทกรรมเหลืองแดง และประเทศใต้ระบอบชินวัตร จึงรู้เหลี่ยมคูของทักษิณเป็นอย่างดี ทักษิณใช้อำนาจหาผลประโยชน์ทับซ้อน ทุจริตเชิงนโยบาย ซื้อพรรคการเมืองเข้าควบรวม แทรกแซงองค์กรอิสระ และครอบงำวุฒิสภา สุดท้ายทักษิณก็ถูกพิพากษาจำคุกหลายปี ก่อนจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณอภัยโทษ เหลือโทษจำคุกเพียงหนึ่งปี

ตอนที่มวลชนเสื้อเหลืองต่อสู้กับระบอบทักษิณนั้น คนที่ร่วมก่อตั้งมวลชนเสื้อแดงขึ้นมาต่อสู้กับเสื้อเหลืองก็คือเนวินนี่แหละ ก่อนที่ภายหลังจะขัดแย้งกันในกรณีนายสมัคร สุนทรเวช แล้วเนวินนำทีมแยกตัวออกไปสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งจัดตั้งมวลชนเสื้อสีน้ำเงินออกมาต่อสู้กับเสื้อแดงในช่วงที่เสื้อแดงบุกไปยึดสถานที่ประชุมอาเซียนที่พัทยา

วันนี้ระบอบสีน้ำเงินยึดครองอำนาจรัฐ ยึดครองทั้งสภาสูงและสภาล่าง ส.ว. กว่า 160 คน ถูกกล่าวหาว่ามาจากการฮั้ว และ ส.ว. เหล่านี้ยังมีอำนาจในการสรรหากรรมการองค์กรอิสระต่าง ๆ อีกด้วย ตอนนี้ กกต. ถูกยึดครองด้วยสีน้ำเงินแล้ว เช่นเดียวกับ ป.ป.ช. เหลือเพียงศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น หากระบอบนี้ยังดำรงอยู่ต่อไป ก็มีความเป็นไปได้ที่จะถูกยึดครองเช่นเดียวกัน

ดูกรณีของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบที่ ป.ป.ช. วินิจฉัยยกคำร้อง ซึ่งสร้างความสงสัยต่อสังคมเป็นจำนวนมาก เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้มูลความผิดไว้แล้ว และคำวินิจฉัยของศาลย่อมผูกพันทุกองค์กร หากใครได้อ่านคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ก็จะเห็นว่ายากที่จะรับฟัง ปัจจุบันก็มีผู้ไปร้องเอาผิดต่อ ป.ป.ช. แล้วเช่นกัน ก็ต้องรอดูว่า ป.ป.ช. จะมีชะตากรรมเดียวกับกรณีนาฬิกายืมเพื่อนหรือไม่ ซึ่งเป็นคดีที่สังคมมองว่าคำวินิจฉัยขัดสายตาประชาชนอย่างมาก

ส่วนกรณีฮั้ว ส.ว. ที่อยู่ในมือ กกต. ก็ต้องรอดูว่าผลสุดท้ายจะออกมาอย่างไร หลังจากอนุกรรมการชุดที่ 26 ได้ชี้มูลความผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยจำนวนมากว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ รวมถึงนายอนุทิน และนายไชยชนก ชิดชอบด้วย

แต่ต่อมา กกต. ได้ตั้งอนุกรรมการอีกชุดหนึ่งขึ้นมาพิจารณาเป็นพิเศษ คือชุดที่ 36 อนุกรรมการชุดนี้กลับมีมติว่าไม่มีการฮั้ว ด้วยคะแนนห้าต่อสอง

ถามว่าอนุกรรมการทั้งเจ็ดคนมาจากไหน คำตอบคือมาจาก กกต. ทั้งเจ็ดคนส่งตัวแทนมาคนละหนึ่งคน และเมื่อ กกต. ส่วนใหญ่ถูกมองว่าเป็นสีน้ำเงิน จึงไม่แปลกที่มติจะออกมาห้าต่อสอง และสามารถคาดเดาได้เลยว่า เมื่อเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของ กกต. ชุดใหญ่ มติก็อาจออกมาห้าต่อสองเช่นเดียวกัน

 สรุปก็คือ สมาชิกพรรคภูมิใจไทยจำนวนมาก และ ส.ว. สีน้ำเงินหลายคนที่ถูกกล่าวหาว่ามาจากการฮั้ว ก็อาจไม่มีความผิดไปอีกคดี เห็นไหมว่านี่แหละคืออำนาจของระบอบสีน้ำเงิน

รอดูคดีเขากระโดงให้ดี ตอนนี้แปลงที่ดินเขากระโดงของตระกูลชิดชอบกำลังถูกฟ้องอยู่ในศาลชั้นต้นที่บุรีรัมย์ หลังจากก่อนหน้านี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยฟ้องผู้ถือครองที่ดินหลายแปลง และล้วนแล้วแต่ชนะคดีมาตลอด ทั้งในศาลฎีกาสองคดี ศาลอุทธรณ์หนึ่งคดี และศาลชั้นต้นอีกหนึ่งคดี ก็ต้องรอดูว่าเมื่อถึงแปลงของตระกูลชิดชอบ เจ้าหน้าที่การรถไฟซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจของกระทรวงคมนาคม จะสู้คดีอย่างเต็มที่หรือไม่ หรือจะมีความพลิกผันไปจากแนวคำพิพากษาเดิมอย่างน่าอัศจรรย์หรือไม่ เพราะท้ายที่สุดแล้วศาลย่อมต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานและการต่อสู้คดีของโจทก์นั่นเอง

ในระบอบประชาธิปไตยที่ต้องมีการคานอำนาจและตรวจสอบกัน หากสภาสูง สภาล่าง และองค์กรอิสระ ถูกควบคุมโดยคนกลุ่มเดียวกัน ย่อมเป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างยิ่ง และนี่คือเหตุผลที่หลายคนมองว่าระบอบสีน้ำเงินน่ากลัวยิ่งกว่าระบอบทักษิณ ซึ่งอย่างน้อยที่สุดยังจบลงด้วยคำพิพากษาจำคุก

แน่นอนว่าในอีกด้านหนึ่ง ระบอบสีน้ำเงินเองก็พยายามทำให้สังคมเข้าใจว่ามีความใกล้ชิดกับสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พรรคส้มออกมาโจมตี

ล่าสุด นายวราวุธ ศิลปอาชา เปิดเผยถึงกรณีที่ฝ่ายค้านสร้างวาทกรรมทางการเมืองว่าเป็นรัฐบาลระบอบสีน้ำเงินว่า “ประเทศไทยเรามีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่รู้ใครไปเรียกระบอบอะไร ตนไม่เข้าใจ” พร้อมทั้งกล่าวว่า “พรรคภูมิใจไทย เราอยู่ในระบอบสีน้ำเงิน เราเป็นส่วนหนึ่งของสีน้ำเงิน ประเทศไทยอยู่มาได้ด้วยพระบารมีแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ดังนั้นเราเป็นพรรคสีน้ำเงิน เราทำงานถวายหัว”

นั่นคือความพยายามโยงสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาให้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งทางการเมืองเช่นเดียวกัน

แต่โชคดีที่เราเห็นได้ชัดว่า พระมหากษัตริย์ไทย โดยเฉพาะในหลวงรัชกาลที่ 10 ไม่ทรงลงมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองเลย ทรงตั้งพระองค์อยู่เหนือการเมือง เพียงแต่ทรงมีโครงการพระราชดำริต่าง ๆ ที่สืบสานมาจากพระบรมชนกนาถ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในฐานะพระประมุขของรัฐ โดยมีองคมนตรีเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ต่างพระเนตรพระกรรณ

งานในพระราชดำริของพระองค์จึงเป็นงานเพื่อประชาชน เป็นการบ้าน ไม่ใช่การเมือง
 
เมื่อระบอบสีน้ำเงินไม่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ระบอบสีน้ำเงินในทางการเมืองจึงเป็นเรื่องของการเมือง เพราะพรรคภูมิใจไทยใช้สีน้ำเงินเป็นสีประจำพรรคเท่านั้นเอง แต่คงเห็นและตัดสินกันได้ว่า เมื่อทุกอำนาจถูกรวมศูนย์อยู่ภายใต้คนหรือกลุ่มคนเดียว มันเป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างไร และนี่ต่างหากคือความหมายของระบอบสีน้ำเงินในความหมายทางการเมืองที่ผมกำลังพูดถึง ไม่ใช่การโยงสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองอย่างที่บางฝ่ายพยายามทำอยู่ในเวลานี้

ติดตามผู้เขียนได้ที่ https://www.facebook.com/surawich.verawan