“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”
ผมได้เขียนเล่าในบทความหลายตอน เรื่องการ “รู้ก่อนกาล” ในหลายเรื่องที่ “พระอาจารย์” ได้พยากรณ์ให้ผมรู้ล่วงหน้า
บางเรื่องผมบังอาจสำแดง “ความอวดดี” ถกเถียงแสดงความเห็นต่างกับ “พระอาจารย์” ด้วยผมเชื่อว่า ผมรู้ทางการเมืองเหนือกว่า “พระอาจารย์”
แต่แล้วเรื่องที่ผมยืนยันว่า “เป็นไปไม่ได้!” ก็ดันทะลึ่ง “ตรงตามคำทำนาย” ของ “พระอาจารย์” เฉยเลย!
ผมผิดอย่างจัง ครั้งแล้วครั้งเล่า พูดตามภาษาชาวบ้านร้านตลาดว่า “ชัชวาลย์.. หน้าแตกยับเยิน แตกซ้ำซากหลายครั้ง ชนิดหมอไม่รับเย็บ”!!!
ครานี้ มาถึง “คำพยากรณ์” เรื่องที่ใกล้ตัวผมครับ คือ เรื่องการเสียชีวิตของ น้าชาติ-พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ ซึ่งมีคนที่รู้ล่วงหน้าอย่างน้อย 2 ท่านครับ หนึ่ง-ผู้ทำนาย สอง-“ผู้ทรงบารมีสูงสุดในชาติไทย”!
เรื่องมีอยู่ว่า.. คืนหนึ่ง “พระอาจารย์” บอกให้ผมหาทางพาน้าชาติไปพบกับ “พระอาจารย์” ซึ่งวันหนึ่งผมก็ได้นัดน้าชาติไปพบกับ “พระอาจารย์” ที่วัดของ “พระอาจารย์” ตามที่ “พระอาจารย์” ต้องการ..
เป็นการพบกันครั้งแรก ของ “พระอาจารย์” กับน้าชาติ ภายหลังน้าชาติคุยเป็นการส่วนตัวกับ “พระอาจารย์” จนดึก เมื่อน้าชาติลากลับแล้ว “พระอาจารย์” ได้เรียกผมให้คุยกับท่านต่อ..
“พระอาจารย์” ได้เล่าถึงการพบน้าชาติว่า..
“คุณชัช.. อาตมาดูตามวัน-เดือน-ปีเกิดของคุณชาติชายแล้ว อาตมาบอกกับคุณชาติชายว่า คุณชาติชายต้องระวังเรื่องสุขภาพให้มากๆ ป่วยหนักครั้งแรกจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ไม่มีอันตราย คือ.. รอดน่ะ
แต่คุณชาติชายต้องระวังการป่วยครั้งที่สองให้มากที่สุด เพราะการป่วยครั้งที่สอง ดวงคุณชาติชายอาจต้องป่วยหนักมากๆ และอาจต้องไปเสียชีวิตที่ต่างประเทศ.. คุณชัชต้องบอกอาจารย์โต้งด้วยนะ”
สายของวันรุ่งขึ้น น้าชาติเรียกผมไปพบที่บ้าน.. น้าชาติพูดกับผมอย่างหงุดหงิดว่า..
“ชัช!.. คุณพาผมไปเจอกับพระอาจารย์อะไรนั่นน่ะ.. แล้วท่านมาทำนายว่า ผมจะต้องป่วยหนัก! ทั้งๆ ที่วันนี้ผมยังแข็งแรงมากๆ.. เอ๊า! ชัชเอาภาพถ่ายผมไปดูซิ.. จะได้รู้ว่าผมแข็งแรงขนาดไหน แล้วจะมาทำนายว่าผมจะป่งจะป่วยหนักอะไรล่ะ?”
น้าชาติยื่นภาพให้ผมดู.. ผมไม่รู้ว่า ใครเป็นคนถ่ายภาพนี้ เป็นภาพน้าชาติเพิ่งออกกำลังกายเสร็จ น้าชาติเปลือยกายท่อนบน สวมกางเกงออกกำลังกายสีดำตัวเล็กๆ ชูมือโชว์มัดกล้ามท่อนแขนทั้งสองข้าง แสดงความแข็งแกร่งของร่างกาย ถ้าภาพพูดได้ ก็จะพูดว่า
“น้าชาติยังแข็งแรง.. แข็งแรงมากๆ ด้วยนะว้อย!” (ผมยังเก็บภาพนี้ไว้.. แม้น้าชาติจะจากไปนานแล้ว)
เราไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้อีก.. จนเวลาผ่านไปแรมเดือน..
ช่วงนั้นเป็นห้วงที่ผมกำลังทำงานให้กับ “ผู้ทรงบารมีสูงสุด” โดยประสานผ่านผู้ใกล้ชิดส่วนตัวของท่าน เป็นการประสานงานให้ กทม. ยุคผู้ว่าฯ พิจิตต รัตตกุล เตรียมการก่อสร้าง สะพานพระราม 8 อยู่พอดี
จากการประสานงานครั้งนั้น ผมได้รับทราบว่า “ผู้ทรงบารมีสูงสุด” ประสงค์จะให้น้าชาติเข้าพบ เพื่อปรึกษาหารือเป็นการส่วนตัวใน “บางเรื่องที่สำคัญยิ่ง”!
ด้วยความใจร้อน น้าชาติได้ทำหนังสือสอบถามไปยัง “คนทำงาน” ของ “ผู้ทรงบารมีสูงสุด” ทันที..
ในเวลาต่อมา “คนทำงาน” คนนั้นได้ทำเอกสารแจ้งน้าชาติว่า ห้วงนี้ “ผู้ทรงบารมีสูงสุด” ไม่มีเหตุสำคัญอะไรที่จะให้น้าชาติเข้าพบ
ซึ่งนั่นเป็นคำตอบจาก “คนทำงาน” ที่ไม่รู้ว่า “เรื่องนี้” เป็นการ “ประสานงานตรง” ระหว่างผมกับ “ผู้ทรงบารมีสูงสุด” ผมจึงถูกน้าชาติตำหนิต่อหน้าอาจารย์โต้งว่า..
“โต้ง! ไหนชัชบอกว่า ท่าน “ผู้ทรงบารมีสูงสุด” อยากพบพ่อ พ่อถามคนที่รับผิดชอบแล้ว มันไม่จริงนี่นา!”
กระทั่งวันหนึ่ง พี่โต้งโทรถึงผม “ชัช.. “ผู้ทรงบารมีสูงสุด” มีหมายให้พ่อไปพบวันนี้ ตรงกับวันที่พ่อจะต้องไปโรงพยาบาลจุฬา!”
“เอ๊ะ! พี่โต้ง! แล้วพ่อจะเอาอย่างไร? จะไปโรงพยาบาลจุฬา หรือจะไปพบ “ผู้ทรงบารมีสูงสุด” ล่ะ?”
พี่โต้งเงียบไปสักพักก่อนจะตอบกลับมาว่า
“ชัช.. พ่อไม่ได้บอกชัชเหรอ.. พ่อป่วยเป็นมะเร็งที่ลำไส้ ต้องผ่าตัดด่วนที่โรงพยาบาลจุฬา แต่พ่อต้องไปพบ “ผู้ทรงบารมีสูงสุด” ก่อน”
“..แล้วพ่อจะไปไหวไหมพี่โต้ง?” ผมถามด้วยความเป็นห่วง
พี่โต้งตอบทันทีว่า.. “..ตอนนี้พ่อกำลังเดินทางไปตามหมายแล้วชัช..”
“หมายนัดกำหนดเวลาตรงกัน.. พ่อตัดสินใจไปพบกับ “ผู้ทรงบารมีสูงสุด” ก่อนไปโรงพยาบาล”
“หรีดจะเป็นคนพาพ่อไปโรงพยาบาลจุฬาน่ะชัช”
“พี่โต้ง.. ตอนห้าโมงเย็น ผมขอไปพบพี่โต้งที่บ้านได้ไหมครับ ผมมีเรื่องพ่อจะบอกกับพี่”
พี่โต้งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมาว่า...
“งั้นชัชมากินข้าวกับพี่ที่บ้านเลยนะ พี่ก็มีบางเรื่องจะถามชัชอยู่พอดีเหมือนกัน”
เย็นนั้นที่บ้านเรือนไทยของพี่โต้งในซอยราชครู พี่โต้งนั่งดื่มไวน์แดง ฟังเพลงบรรเลงอย่างอารมณ์ดี รอกินข้าวกับผม
“ชัชพาพ่อไปเจอ “พระอาจารย์” ของชัช และมีคำทำนายเรื่องพ่อป่วยเหรอ?”
“โอ๊ย! นั่นมันสองเดือนก่อนแล้วนะพี่โต้ง”
“แต่ชัชไม่เคยเล่าให้พี่ฟังเรื่องคำทำนายพ่อเลย พี่เพิ่งได้ฟังจากผู้ใหญ่คนหนึ่งบอกว่า “พระอาจารย์” ทำนายว่าพ่อจะป่วยหนักและอาจไปตายที่ต่างแดนด้วย ผู้ใหญ่คนนั้นบอกกับพี่ว่า อย่าดูเบา “พระอาจารย์” องค์นี้นะ.. ให้พี่ถามชัชได้เลยว่า “พระอาจารย์” ดูหลายเรื่องตรงเป๊ะ เรื่องพ่อ.. โต้งอย่ามองข้ามนะ! เขาเตือนพี่แบบนี้เลย”
“ใครให้พี่โต้งมาถามเรื่อง “พระอาจารย์” กับผมหรือครับ? ที่ผมอยากพบพี่วันนี้ก็เรื่องนี้แหละครับ ที่ผมไม่ได้บอกพี่ในตอนแรกเพราะไม่รู้ว่าคำทำนายของ “พระอาจารย์” จะเป็นจริงหรือเปล่าน่ะ”
“แต่ตอนนี้พ่อป่วยตามคำทำนายของ “พระอาจารย์” แล้วนะ พี่อยากรู้อาการป่วยของพ่อว่า “พระอาจารย์” ว่าอย่างไรในเรื่องรายละเอียด..”
“พี่โต้ง.. “พระอาจารย์” ทำนายว่าพ่อพี่จะป่วยหนัก 2 ครั้งครับ.. ครั้งแรกปลอดภัยครับ.. แต่ครั้งที่ 2 เนี่ย ท่านให้ผมบอกกับพี่โต้งว่า ต้องระวังมากๆ ท่านอาจต้องเสียชีวิตที่ต่างประเทศครับ”
พี่โต้งรับฟังด้วยอาการจริงจังและเคร่งขรึม..ไม่มีอาการดูแคลนคำทำนายของ “พระอาจารย์” แม้แต่น้อย
“ชัชก็รู้ว่าพี่ไม่เชื่อเรื่องคำทำนายอะไรพวกนี้ แต่ครั้งนี้ผู้ใหญ่คนนั้น ย้ำกับพี่ว่า อย่าดูเบาเด็ดขาด เพราะ “พระอาจารย์” ทายถูกมาหลายเรื่องแล้ว”
จากนั้นผมได้เล่าคำทนายของ “พระอาจารย์” ในหลายเรื่องที่ปรากฎเป็นจริงให้พี่โต้งฟังอย่างละเอียด ก่อนจะลากลับหลังเที่ยงคืน
พี่โต้งได้พูดทิ้งท้ายว่า..
“ชัช.. พี่จะติดตามเรื่องการป่วยครั้งที่สองของพ่ออย่างจริงจัง.. เพราะครั้งที่หนึ่งนี้.. พ่อรอดใช่ไหม?”
ผมสบายใจกับคำพูดพี่โต้งที่รับปากจะติดตามดูแลเรื่องน้าชาติป่วยครั้งที่สอง ซึ่ง “พระอาจารย์” ทำนายกับผมว่า..
“ชาติชายจะป่วยหนัก และอาจไปเสียชีวิตที่ต่างประเทศ!!!”


