xs
xsm
sm
md
lg

“พระอาจารย์” ผู้บอกให้ผมรู้ก่อนกาล!!! (ตอน4)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”

ผลการเลือกตั้งปี 2548 พรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้งถล่มทลาย สามารถกุมเสียงส่วนใหญ่ในสภาฯ รัฐบาลที่นำโดย ทักษิณ ชินวัตร ผู้ “บ้าอำนาจ” บริหารประเทศแบบ “ลุแก่อำนาจ” มีการคอร์รัปชั่นในโครงการต่างๆ ใช้องค์กรรัฐแทรกแซงความเป็นอิสระของสื่อ ทำสงครามยาเสพติดอย่างเหวี่ยงแห ใช้ “ศาลเตี้ย” เข่นฆ่าผู้คน ทำให้ผู้บริสุทธ์จำนวนมากเสียชีวิต บานปลายจนเกิดคดีคนถูกบังคับหาย เกิดปัญหาความรุนแรงทางภาคใต้ อีกทั้งการขายหุ้นชินคอร์ปให้สิงคโปร์ ซึ่งสังคมถือว่าเป็นการขายธุรกิจเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ

นอกจากนี้ ความกร่างและเหิมเกริมของ ทักษิณ ชินวัตร ยังบังอาจกระทำการจาบจ้วงต่อ “สถาบันพระมหากษัตริย์” อย่างหน้าด้านๆ ยิ่งเป็นการสุมไฟแห่งความไม่พอใจของประชาชนที่มีต่อ ทักษิณ ชินวัตร และรัฐบาลของเขาหนักยิ่งขึ้น

เมื่อรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ของ สนธิ ลิ้มทองกุล ที่เปิดโปงความชั่วร้ายของรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ถูกสั่งยุติการออกอากาศ เหตุการณ์จึงบานปลาย ก่อให้เกิดการรวมตัวของมวลชนเป็น กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)

คุณสนธิ ลิ้มทองกุลกับ แกนนำ ร่วมกับมวลชนพันธมิตรฯ และผู้คนจากทั่วประเทศทุกวงการหลากอาชีพ ได้ยืนหยัดอย่างทรหดกล้าหาญ ชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลโกงชาติของ ทักษิณ ชินวัตร แม้มวลชนพันธมิตรฯ จะถูก “ลูกสมุนโจรทักษิณ” ในคราบรัฐบาล ลอบทำร้าย เข่นฆ่า จับกุมแกนนำ และผู้ชุมนุมอย่างสามานย์อยู่ตลอดเวลาก็ตาม
ความผิดคดีต่างๆ ของ ทักษิณ ชินวัตร ที่คอร์รัปชั่นโกงชาติ มีมากมายที่ต้องถูกดำเนินคดี เช่น

1. คดี EXIM Bank ปล่อยเงินกู้ให้รัฐบาลพม่าใช้ซื้อสินค้าบริษัทของ ทักษิณ ชินวัตร (ตัดสินจำคุก 3 ปี) 2. คดีหวยบนดิน (ตัดสินจำคุก 2 ปี) 3. คดีให้บุคคลอื่นถือหุ้นแทนในบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (ตัดสินจำคุก 5 ปี) เป็นต้น

แต่ในห้วงเวลานั้น รัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ผู้กุมอำนาจและกุมกลไกรัฐ ยังคงครองอำนาจต่อไป ท่ามกลางวิกฤตความตึงเครียดทางการเมืองที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากการประท้วงของกลุ่มมวลชนพันธมิตรฯ และเกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ ส่งผลให้รัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ตกอยู่ในสภาพง่อนแง่นจะล้มมิล้มแหล่

กระแสสังคมต่อต้านรัฐบาลรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนทั่วไทยต่างเรียกร้องให้กองทัพออกมาทำรัฐประหาร โค่นล้มขับไล่อำนาจเผด็จการรัฐสภาของรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร

ในสถานการณ์อันแหลมคม.. ค่ำหนึ่งในช่วงต้นเดือนสิงหาคม เสียงโทรศัพท์มือถือผมดังระรัวขึ้น ปลายสายคือ เสียงเคร่งเครียดของ “พระอาจารย์”

“คุณชัช.. วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ คุณชัชเตรียมกล้องถ่ายรูปดีๆ และตัวคุณชัชมาที่วัดของอาตมาด้วย เพราะมีงานสำคัญมากๆ ให้คุณชัชช่วยถ่ายรูปให้.. รูปถ่ายจะต้องไม่พลาดนะ.. คณะของอาตมาจะมีการ “เสี่ยงทายในเรื่องสำคัญ” ที่จะเกิดขึ้นในเมืองไทย.. การเสี่ยงทายครั้งนี้สำคัญมากนะ ว่างานสำคัญในครั้งนี้จะ “สำเร็จ” หรือ “ล้มเหลว” อยู่ที่ “การเสี่ยงทาย” ครั้งนี้นะ.. อ้อ!.. คืนนี้คุณชัชแวะมาคุยเรื่องนี้กับอาตมาก่อนก็ได้นะ”

“เสี่ยงทาย!” ผมไม่เคยสัมผัสเรื่องของการ “เสี่ยงทาย” มาก่อนเลย.. เอ๊ะ!.. “พระอาจารย์”และคณะ จะทำพิธี “เสี่ยงทาย” เรื่องสำคัญอะไรหว่า?

ความอยากรู้ทำให้ผมขับรถจากบ้านราชครู ตรงไปยังวัดของ “พระอาจารย์” อย่างเร่งร้อนทันที..

คืนนั้น “พระอาจารย์” นำผมมายังศาลาวัดที่มีบริเวณกว้างขวางโอ่โถง ที่นั่นมี “หญิง-ชาย”นับร้อยๆ คน แต่งชุดขาวเสมือนดั่ง“ผู้ทรงศีล” รวมกลุ่มนั่งทำสมาธิภาวนากันอย่างสงบเงียบ
กลุ่มผู้ทรงศีลเรือนร้อยเหล่านั้น นั่งสงบนิ่งไม่ได้สนใจผู้ใดหรือสิ่งใดทั้งสิ้น
“คุณชัช.. ท่านผู้ทรงศีล พวกเขามาร่วมแรงใจ ทำสมาธิภาวนาในพิธีการเสี่ยงทายครั้งสำคัญในครั้งนี้ สองวันสองคืนแล้ว และจะทำสมาธิภาวนาต่อไปจนครบสามวันสามคืนในช่วงเช้าวันอาทิตย์นี้ อาตมาจึงโทรนัดให้คุณชัชให้มาร่วมในงานเสี่ยงทายครั้งนี้ด้วย คุณชัชต้องมาถ่ายภาพเพื่อนำส่งให้ “ผู้ใหญ่” ให้ท่านเห็นผลการเสี่ยงทาย ว่างานจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ.. คุณชัชอย่าพลาดเวลานะ.. มาถึงที่นี่ก่อน 9 โมงเช้านะ พิธีเสี่ยงทายจะเริ่ม 9 โมงตรง”

เช้าวันอาทิตย์ผมขับรถตรงดิ่งมาถึงวัดของ “พระอาจารย์” ราว 8.30 น. “ผู้ทรงศีล” สวมชุดขาวจำนวนไม่ต่ำกว่า 200 คนนั่งเป็นวงรอบห้อง ขณะที่ผู้อาวุโสสวมชุดขาวกลุ่มหนึ่งนั่งล้อมหินอ่อนแปดเหลี่ยมก้อนโตที่มียันต์สีทองอยู่บนหินก้อนนั้น

“พระอาจารย์” นั่งเป็นประธานอยู่บนตั่งสีทองอร่ามอย่างสงบ “พระอาจารย์” กวักมือเรียกผมให้ไปนั่งข้างๆ

“คุณชัช ลองไปผลักหินอ่อนแปดเหลี่ยมตรงหน้านี้ดูซิ.. คุณชัชผลักให้สุดแรงเลยนะ ดูซิว่าหินอ่อนจะขยับเขยื้อนไหม

ผมทำตามทันที.. ใช้แรงทั้งหมดผลักหินอ่อนแปดเหลี่ยมก้อนนั้นเต็มแรง.. ผมผลักอยู่หลายครั้ง.. แต่หินไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย!!!

ผมพูดด้วยเสียงอันดัง เพื่อให้ “ผู้ทรงศีล” และทุกคนบนศาลาวัดได้ยิน

“ผมผลักหลายครั้งแล้วครับ.. แต่หินไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อยเลยครับอาจารย์..”

“เอ้อ.. มันจะขยับเขยื้อนได้ยังไงล่ะคุณชัช.. หินอ่อนก้อนนี้หนัก 200 กิโลนะคุณชัช.. เดี๋ยว 9 โมงตรงมาดูซิว่าการเสี่ยงทายจะได้ผลอย่างไร?”

ก่อนถึงกำหนดเวลา ผมเห็นผู้อาวุโสในชุดขาวคนหนึ่ง ใช้แป้งข้าวเหนียวยาก้นขันเงิน แล้ววางขันบนหินอ่อนแปดเหลี่ยมก้อนนั้น

ผมสังเกตการณ์พลางตั้งคำถามในใจ.. แป้งข้าวเหนียวมิใช่กาวนะ.. แล้วจะยาขันเงินติดกับหินอ่อนหนัก 200 กิโลนั้นได้หรือ????

ผมได้เตรียมกล้องพร้อมถ่ายภาพการเสี่ยงทายครั้งนี้เรียบร้อยแล้ว.. ตอนนี้ผมพร้อมจะบันทึกภาพสำคัญตรงหน้าแล้ว!!!

.. เข็มยาวของนาฬิกาเดินไปจนเกือบถึงเลข 12 ขณะที่เข็มสั้นนิ่งอยู่ที่เลข 9.. เกือบ 9 โมงเช้าแล้ว..

9 โมงตรง กลุ่มผู้ทรงศีล 200 คน นั่งสงบเป็นวง ล้อมผู้อาวุโสในชุดขาวหลายคนที่นั่งรอบหินอ่อนแปดเหลี่ยม ผู้ทรงศีลทุกคนยื่นมือข้างหนึ่งแตะบ่าคนข้างๆ พร้อมกัน
ขณะเดียวกัน.. ผู้อาวุโสทุกคนได้เอื้อมมือหนึ่งข้างหนึ่งจับขันเงินตรงหน้า แล้วยกขึ้นพร้อมกัน..

เหลือเชื่อ! เหลือเชื่อ! โคตรเหลือเชื่อ!!! หินอ่อนก้อนนั้นลอยขึ้นเหนือพื้นศาลาราว 1 ฟุต!.. โดยขันไม่หลุดจากหินอ่อนก้อนนั้น!!!

ผมกดชัตเตอร์รัวๆ บันทึกภาพเหลือเชื่อตรงหน้าทันที! หลังจากนั้นเสียงปรบมือจากบรรดาผู้ทรงศีล 200 คนดังสนั่นเป็นเวลานาน!!
“พระอาจารย์” บอกกับผมทันทีว่า

“คุณชัชส่งภาพนี้ไปให้ “ผู้ใหญ่” และบอกเลยว่า งานสำคัญที่จะทำครั้งนี้ สำเร็จแน่นอน!!!”

ผมไม่รู้ว่านี่เป็นการ “เสี่ยงทายงานอะไร?” แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้นครับ..

วันที่ 19 กันยายน 2549 ขณะที่ ทักษิณ ชินวัตร อยู่ในที่ประชุม UN ที่นิวยอร์ก รัฐบาลนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ถูกรัฐประหาร โดย พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน.