xs
xsm
sm
md
lg

กู้เงินมาแจกแก้จน : แก้ปัญหาด้วยการสร้างปัญหา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: สามารถ มังสัง


อนุทิน ชาญวีรกูล
“การเป็นหนี้เป็นทุกข์ในโลก ของผู้บริโภคกาม” พุทธพจน์
โดยนัยแห่งพุทธพจน์ข้างต้น พระพุทธองค์ได้ตรัสเกี่ยวกับการเป็นหนี้ของคน อันเกิดจากการมีรายได้ไม่พอจ่าย และไม่มีทรัพย์สินใดๆ จะนำมาขายหรือแลกเปลี่ยนกับสิ่งจำเป็นในการดำรงชีพ จึงต้องไปกู้ยืมเงินจากนายทุนเงินกู้ และต้องจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นคืนตามกำหนด ถ้าไม่สามารถจ่ายได้ก็จะถูกทวง ถ้าทวงแล้วไม่ได้ก็จะถูกจับกุมและทำร้ายร่างกาย เฉกเช่นหนี้นอกระบบในสังคมไทยทุกวันนี้

พฤติกรรมทั้งหมดที่เกิดแก่ลูกหนี้เป็นความทุกข์อันเกิดจากการเป็นหนี้ของคนจนในโลกของผู้บริโภคกาม
คำว่า โลกของผู้บริโภคกามหมายถึงในชีวิตความเป็นอยู่ของปุถุชนคนคนมีกิเกส ซึ่งมีความอยากหรือตัณหา 3 ประการคือ

1. ความอยากมี

2. ความอยากเป็น

3. ความไม่อยากมี และความไม่อยากเป็น

คนจนในยุคพุทธกาลต้องเป็นหนี้ด้วยสาเหตุที่ไม่แตกต่างจากคนจนในปัจจุบัน แต่การปกครองในยุคนั้นต่างจากปัจจุบัน โดยเฉพาะการปกครองในระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือ การปกครองในยุคนั้นเป็นการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยมีกษัตริย์ครองแคว้นต่างๆ

ดังนั้น การช่วยเหลือคนจนจึงเป็นไปในรูปของการให้ทาน โดยผู้ครองแคว้นและคหบดีในแคว้นนั้นๆ จึงไม่กระทบต่อสังคมโดยรวม เนื่องจากใช้เงินส่วนตัวบริจาค โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ แต่ให้เพื่อบำเพ็ญทานคือ การให้นี้ทำให้ผู้ให้ได้บุญ เป็นทุนส่งให้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี มีคนนับหน้าถือตาหลังจากลาโลกนี้ไป

แต่การให้ความช่วยเหลือคนจนของรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย เฉกเช่นการให้ตามนโยบายประชานิยมในรูปแบบลด แลก แจก แถม โดยใช้เงินงบประมาณ ซึ่งได้มาโดยการเก็บภาษีจากประชาชนและเงินกู้เป็นการให้โดยหวังผลทางการเมือง อันเป็นผลประโยชน์ของพรรคและนักการเมือง โดยผลักภาระให้ประชาชนต้องแบกรับภาษี เมื่อจ่ายคืนเงินกู้และเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศจากการที่นำเงินไปแจกคนกลุ่มเดียว จึงแตกต่างจากการช่วยคนจนในอดีตที่ได้ประโยชน์ ทั้งผู้ให้และผู้รับ

ในขณะนี้ได้มีข่าวจากรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน โดยอ้างความจำเป็นมาช่วยประชาชน

ถ้าการกู้เงินจำนวนดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้นจริง ก็เท่ากับว่ารัฐบาลนี้ได้สร้างภาระหนี้ให้กับประเทศเพิ่มขึ้น ส่วนว่ากู้มาแล้วประชาชนได้อะไรจากเงินกู้จำนวนนี้ และทำให้คนจนลดลงได้หรือไม่ มากน้อยแค่ไหนเป็นเรื่องอนาคต แต่ถ้ามองอดีตที่ผ่านมา การแก้ปัญหาความจนด้วยการแจกเงินมิได้ทำให้คนจนลดลง แต่หนี้เพิ่มขึ้นแน่นอน

ถึงอย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีฝ่ายค้านเช่น พรรคประชาธิปัตย์ได้ต่อต้านการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน และได้รวบรวมหลักฐานเพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่

ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่เห็นด้วยกับการแก้ความจนด้วยการกู้เงินมาแจก เพราะนอกจากไม่ทำให้คนลดลงและเพิ่มหนี้ให้กับประเทศ และเงินกู้ที่ได้มาจะรั่วไหลเข้ากระเป๋าใครต่อใคร และเหลือช่วยคนจนและการพัฒนาประเทศเท่าใด ใครป้องกันมิให้เป็นการรั่วไหล ทางที่ดีควรจะหยุดคิดในการกู้เงินโดยไม่จำเป็น แต่หาทางสร้างรายได้มาใช้หนี้เก่าให้หมด และทำให้งบประมาณขาดดุล สมดุล และเกินดุลจะดีกว่า