“อคติหรือความลำเอียง อันเป็นเหตุให้เกิดการบิดเบือนความจริงมี 4 ประการคือ 1. ฉันทาคติ ลำเอียงเพราะความรักหรือความพอใจ 2. โทสาคติ ลำเอียงเพราะความโกรธ หรือความเกลียดชัง 3. โมหคติ ลำเอียงเพราะความหลงหรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ 4. ภยาคติ ลำเอียงเพราะความกลัว” พุทธพจน์
โดยนัยแห่งพุทธพจน์ข้างต้น บ่งบอกถึงมูลเหตุที่ทำให้ปุถุชนคนมีกิเลสบิดเบือนความจริงที่มีอยู่ และเป็นอยู่ โดยสภาพตามปกติให้ผิดเพี้ยนไปจากสภาวะเดิมเข้าข่ายผิดศีล ข้อมุสาอันเกิดจากเจตนาพูดเท็จ
วันนี้และเวลานี้ สังคมไทยกำลังมีข้อกังขากับพฤติกรรมของ ป.ป.ช.ในกรณียกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่าเป็นการซุกหุ้น และเข้าข่ายนิติกรรมอำพรางด้วยเสียง 7:1
เมื่อข่าวการยกคำร้องของ ป.ป.ช.ได้เผยแพร่ออกไป ทำให้เกิดกระแสสังคมในเชิงต่อต้านไม่เห็นด้วย ประกอบกับได้ผู้รู้กฎหมายหลายท่านเช่น อ.วิชา มหาคุณ ได้แสดงความเห็นในด้านวิชาการชัดเจนเป็นรูปธรรมว่า ป.ป.ช.ไม่ใช่ศาล แต่มีหน้าที่นำคำตัดสินที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติแล้วส่งต่อไปยังศาลฎีกาฯ ป.ป.ช.จะใช้ดุลพินิจไม่ได้ และที่สำคัญมติของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร
นอกจากประชาชนคนทั่วไป และนักวิชาการไม่เห็นด้วย พรรคการเมืองฝ่ายค้านสองพรรคคือ พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ก็ออกมาแสดงความเห็นคัดค้าน ทั้งยังดำเนินการเอาผิด ป.ป.ช.ตามช่องทางที่กฎหมายเปิดโอกาสให้กระทำได้
ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเห็นว่า การที่ ป.ป.ช.ยกคำร้องกรณีของนายศักดิ์สยาม มีมูลเหตุจูงใจมาจากอคติ โดยเฉพาะข้อภยาคติ ทั้งนี้อนุมานจากเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้
1. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นอดีตแกนนำคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย และโยงใยกับผู้มากบารมีเหนือพรรคภูมิใจไทย
2. สว.ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการแต่งตั้งองค์กรอิสระ ส่วนใหญ่มีสายสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทย
3. พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำรัฐบาลชุดปัจจุบัน และประธานสภาฯ ก็เป็นคนของพรรคภูมิใจไทย
ด้วยเหตุปัจจัย 3 ประการข้างต้น เชื่อว่าทำให้ ป.ป.ช.เอนเอียงไปทางพรรคภูมิใจไทยด้วยภยาคติ จึงกล้าเสี่ยงกระทำการดังกล่าวข้างต้น โดยที่เสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายและสวนกระแสสังคม
ส่วนการต่อต้าน ป.ป.ช.จะเป็นอย่างไรนั้น จะต้องติดตามดูกันต่อไป โดยเฉพาะการดำเนินการของฝ่ายค้าน จะทำให้ ป.ป.ช.ได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม แต่ไม่ว่าผลทางด้านกฎหมายจะออกมาอย่างไร ป.ป.ช.ชุดนี้ในสายตาของคนส่วนใหญ่ไม่เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธา และทำให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยถอยหลังแน่นอน และอาจนำไปสู่การเข้ามาของระบอบเผด็จการอีกครั้งก็เป็นไปได้


