ดร.นันท์วิสิทธิ์ ตั้งแสงประทีป
📍ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ข้อเขียนชิ้นนี้ไม่ได้มีเจตนาในทางที่ไม่ดีต่อสมาคมข่าวสมาคมใดสมาคมหนึ่ง เพียงต้องการให้เห็นความชัดเจนของสมาคมที่เกิดใหม่ที่มีเป้าหมายอย่างชัดเจนเพื่อการสร้างความยั่งยืนให้กับคนในวิชาชีพที่อย่างน่าสนใจ และชวนตั้งคำถามว่า สมาคมสื่อที่กำลังเผชิญวิกฤตในวงการมาอย่างยาวนานจะก้าวต่อไปอย่างไร
📍การเกิดขึ้นของสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย กลายเป็นจุดสนใจอย่างมากสำหรับแวดวงสื่อเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนตัวเคยสัมภาษณ์ คุณเอ็ม ขจร เจียรนัยพานิชย์ Zero Publishing มาก่อนในประเด็นเรื่องเด็ก Gen Z กับซอฟต์สกิลที่หายไป คุณเอ็มเป็นบุคคลที่เป็นที่ยอมรับว่าที่มีความรู้ความสามารถอย่างยิ่งในแวดวงสื่อใหม่ตั้งแต่ในยุคบุกเบิก สำหรับผมจึงไม่แปลกใจที่คนในแวดวงดังกล่าวจะคัดเลือกให้เป็นตัวแทนในฐานะ "นายกสมาคม"
📍คุณเอ็มและกรรมการสมาคมฯ มีแผนการดำเนินการเพื่อผลักดัน "คอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย" อย่างชัดเจนที่ไม่ใช่การตั้งองค์กรเพื่อ "การควบคุมหรือเพื่อการต่อรองสร้างฐานอำนาจในวิชาชีพ”ของครีเอเตอร์ไทย แต่เป็นการส่งเสริมให้เกิด" ความชัดเจน" ของอาชีพนี้มี “ และ ไม่ใช่เพียงแต่การสร้างการยอมรับเพียงอย่างเดียว แต่ยังนำไปสู่การขยายผลทางวิชาชีพทั้งมิติรายได้ มาตรฐานคุณภาพและจริยธรรม ผมขออนุญาตสรุปและวิเคราะห์ การก่อตั้งสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยจาก สำนักข่าวทูเดย์ที่สัมภาษณ์คุณเอ็ม (https://www.facebook.com/share/p/19rVXiFpu7/)ดังนี้
📍สร้างมาตรฐานทางวิชาชีพภายใต้สองคีย์เวิร์ดคือ “คุณภาพ”และ “จริยธรรม” เพื่อให้เกิดการยอมรับ โดยใช้มาตรฐานจากสมาคมฯเพื่อสร้างการยอมรับต่อ เอเจนซี่ หรือบริษัทเอกชนในการดีลการจ้างงาน :ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญอย่างยิ่งคือการสร้างความชัดเจนในนิยามและคุณสมบัติ
📍การสร้างความเข้าใจเรื่องอาชีพ “คอนเทนต์ครีเอเตอร์”กับหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนรวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อนำไปสู่การทำ MOU สร้างดีลอื่นๆต่อไป :เรียกได้ว่าเป็นการขยายผลเพื่อประสานความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม
📍การขยายผลต่อไปยังหน่วยงานที่ยังขาดความเข้าใจและหรือกำลังจะออกกฎหมายควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอันอาจจะเป็นอุปสรรคต่ออาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในอนาคต :เปลี่ยนจากความเข้าใจผิดเป็นความร่วมมือที่ถือเป็นกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยม
📍การจัดเทรนนิ่งเวิร์คชอปให้กับครีเอเตอร์ไทยเพื่อพัฒนาอาชีพนี้กับคนที่สนใจเพราะปัจจุบนกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพมากถึงร้อยละ80 นั่นหมายถึงการให้ความสำคัญกับอาชีพนี้และส่งเสริมอาชีพนี้ให้กับคนทั่วไป ที่มีบทบาทสำคัญต่อประเทศโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ(Creator Economy) :เป็นการเสริมสร้างศักยภาพและขยายฐานอาชีพเพราะเชื่อว่า คนไทยมีศักยภาพ สร้างโอกาสและสร้างรายได้
📍สมาคมยังให้ความสำคัญกับสายคอนเทนครีเอเตอร์ที่เซนซิทีฟ เช่นสุขภาพ ความรู้ด้านกฎหมายว่า ต้องให้ความสำคัญอีกด้วย :สิ่งนี้คือการให้ความสำคัญและปิดจุดอ่อนที่อาจมีความเสี่ยงต่อผลกระทบในเชิงอาชีพในภาพรวม
📍การเปิดตัวของ สมาคมครีเอเตอร์ไทยในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า มีความชัดเจนในเป้าหมายและเห็นอนาคตที่ชัดเจนเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ทำอาชีพ ขณะที่หันกลับมามอง องค์กรวิชาชีพข่าวหรือสื่อ ที่มีมากมายหลายสมาคม ท่ามกลางวิกฤตของการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์สื่อ ส่งผลต่อคนในอาชีพนี้ที่ต้องล้มหายตายจากภายใต้แรงกดดันจากความเป็นธุรกิจ แม้จะมีจิตวิญญาณยึดมั่นในวิชาชีพและอยากทำเพื่อสาธารณะต่อไป รวมถึงวิกฤตศรัทธาของประชาชนที่สื่อเคยเป็นที่พึ่งและคาดหวังจนเลิกฝากความหวัง
... ในวิกฤตนี้ที่ผ่านมาเป็นเวลามานาน ผมเชื่อว่า คนข่าวคนสื่อแม้แต่คนที่ต้องออกจากวิชาชีพไปแล้ว ยังฝากความหวังไว้กับ "องค์กรสื่อ "ที่จะขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม? ในฐานะ “ตัวแทน”ของคนสร้างสรรค์สื่อทางปัญญาของสังคมไทย


