รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
สาขาวิชาปัญญาและการวิเคราะห์ธุรกิจ
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
สาขาวิชาสถิติศาสตร์
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
สองบทความก่อนหน้าคือ 135 ปี พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สองแห่งรัสเซียเสด็จเยือนสยาม ในรัชสมัยพระพุทธเจ้าหลวง https://mgronline.com/daily/detail/9690000036731 และบทความ การตีพิมพ์หนังสือ Travel in the East (ฉบับค.ศ. 2026) เฉลิมฉลองวาระ 135 ปีการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสยามของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 https://mgronline.com/daily/detail/9690000036828 ได้กล่าวถึงสาเหตุที่พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่สามแห่งจักรวรรดิรัสเซียจึงมีพระบรมราชโองการให้
-เจ้าชาย Esper Ookhtomsky แห่งรัสเซียเป็นผู้เขียนบันทึกการเดินทางมุ่งสู่บูรพทิศ (Travel in the East) เล่มนี้ และเมื่อมีการตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้เป็นภาษาอังกฤษครั้งแรกหลังการเดินทางถึง 10 ปี ก็จัดพิมพ์อย่างประณีตสวยงามอลังการ อวดฝีมือ
-มีนักวิชาการด้านบูรพคดีศึกษา (Oriental Studies) นามอุโฆษแห่งยุคสมัยอย่าง เซอร์ จอร์จ เบิร์ดวูด (Sir George Birdwood) ชาวอังกฤษ รับหน้าที่บรรณาธิการหนังสือเล่มนี้
-มีนักแปลชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ในรัสเซียยาวนานในเมือง St. Petersburg อย่าง Robert Goodlet ที่มีฝีมือการแปลที่ได้รับการยกย่องว่ายอดเยี่ยมจากภาษารัสเซียเป็นภาษาอังกฤษ แม้ว่าการค้นคว้าประวัติของ Robert Goodlet จะทำได้อย่างจำกัดมากก็ตาม
เจ้าชาย เอสแปร์ เอสเปโรวิช อุคตอมสกี (Prince Esper Esperovich Ukhtomsky) ผู้เขียน Travels in the East
เจ้าชายเอสเปอร์ เอสเปโรวิช อุกโตมสกี (1861–1921) ในหนังสือ Travel in the East ฉบับภาษาอังกฤษ สะกดพระนามว่า Ookhtomsky ทรงเป็นกวี นักเขียน เป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์การทูตและปัญญาชนของจักรวรรดิรัสเซียปลายศตวรรษที่ 19
เจ้าชายเอสเปอร์ อุกโตมสกี เกิดในตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่มีเชื้อสายรุริก (Rurikid) ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลที่เก่าแก่ที่สุดในรัสเซีย ในช่วงที่เขาเติบโตขึ้น รัสเซียกำลังเผชิญกับการถกเถียงทางปัญหาระหว่างกลุ่ม "ตะวันตกนิยม" (Westernizers) และกลุ่ม "สลาฟนิยม" (Slavophiles) อุกโตมสกีเลือกเส้นทางที่สาม เขาหลงใหลในพุทธศาสนา วัฒนธรรมทิเบต และปรัชญาตะวันออก ซึ่งเป็นสิ่งที่แปลกแยกจากขุนนางรัสเซียส่วนใหญ่ในยุคสมัยนั้น
ในฐานะนักการทูต ทรงมีความหลงใหลในศิลปะและวัฒนธรรมตะวันออกอย่างมาก โดยเฉพาะพุทธศาสนาและศิลปะในเอเชียกลางและเอเชียตะวันออก ทรงเป็นนักบูรพทิศศึกษา (Orientalist) ทรงมีความเชื่อฝังใจว่า "อนาคตของรัสเซียอยู่ที่ตะวันออก" ไม่ใช่ยุโรป เชื่อว่ารัสเซียมีรากเหง้าทางจิตวิญญาณใกล้เคียงกับชาวเอเชียมากกว่าชาวตะวันตก โดยเฉพาะความเลื่อมใสในศาสนาพุทธและคติความเชื่อแบบตะวันออก
Ookhtomsky เป็นนักสะสมพุทธศิลป์ โดยเฉพาะจากทิเบตและมองโกเลีย ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง ปัจจุบันของสะสมของส่วนใหญ่ถูกเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ (The Hermitage) ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซีย
ในฐานะที่ปรึกษาและผู้ติดตามใกล้ชิดของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 บทบาทของอุกโตมสกีมิใช่เพียงการเป็นผู้นำเสนอภาพลักษณ์ของจักรวรรดิผ่านงานเขียน Travels in the East เท่านั้น แต่เขายังเป็นผู้เสนออุดมการณ์ทางการเมืองที่เน้นย้ำว่ารัสเซียมี "ภารกิจทางตะวันออก" (Eastern Mission) ที่แตกต่างจากมหาอำนาจตะวันตก ทรงเป็นผู้นำเสนอแนวคิด "ยูเรเชีย" (Eurasianism) ในราชสำนักโรมานอฟ
Ookhtomsky เป็นพระสหายคนสนิทของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 (ขณะยังเป็นมกุฎราชกุมาร) และได้รับเลือกให้เป็นผู้ร่วมขบวนเสด็จประพาสตะวันออก (1890-1891) รวมถึงสยามด้วย ผลงานชิ้นเอกคือหนังสือ "Travels in the East" เขียนบันทึกการเดินทางอย่างละเอียดของการเสด็จประพาสครั้งนั้น ซึ่งถูกตีพิมพ์อย่างหรูหราและแปลเป็นหลายภาษา เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่ารัสเซียมีความสัมพันธ์อันดีกับอาณาจักรต่างๆ ในเอเชีย ด้วยทรงได้รับมอบหมายให้ร่วมเดินทางไปกับมกุฎราชกุมารนิโคลัสในระหว่างการเสด็จประพาสตะวันออก และทำหน้าที่เป็น "นักจดบันทึกอย่างเป็นทางการ" เพื่อรวบรวมเหตุการณ์และบรรยายสิ่งที่พบเห็นตลอดเส้นทาง
เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความ สัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและสยาม และเป็นผู้ที่ทำให้เรารู้จักรายละเอียดการเสด็จประพาสครั้งประวัติศาสตร์นี้
ทรงเริ่มมีชื่อเสียงในระดับสากลจากการร่วมคณะเสด็จประพาสตะวันออกของมกุฎราชกุมารนิโคลัส (พ.ศ. 2433–2434) งานเขียนของเขาในชื่อ Puteshestvie na Vostok (Travels in the East) ไม่ใช่แค่บันทึกการเดินทางทั่วไป แต่เป็นแถลงการณ์เชิงอุดมการณ์ เขาเชื่อว่ารัสเซียไม่ได้เป็นเพียงประเทศยุโรป แต่เป็นส่วนหนึ่งของเอเชียและมีสายเลือดร่วมกับชาวตะวันออก การเขียนของเขาเน้นย้ำถึง "ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน" ของมหาอำนาจในเอเชีย เพื่อต้านทานลัทธิจักรวรรดินิยมจากยุโรปตะวันตก (อังกฤษและฝรั่งเศส)
ในฐานะที่ปรึกษาใกล้ชิดพระเจ้าซาร์ อุกโตมสกีมีบทบาทสำคัญในการดำเนินนโยบายต่อทิเบตและจีน เขาพยายามโน้มน้าวให้รัสเซียสร้างพันธมิตรกับพระลามะแห่งทิเบตเพื่อเป็นฐานอำนาจในการถ่วงดุลอังกฤษ อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์ของเขาก็สร้างความขัดแย้งกับนักการเมืองสายอนุรักษ์นิยมและกลุ่มทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุกโตมสกีเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่คัดค้านการทำสงครามกับญี่ปุ่น (พ.ศ. 2447–2448) เขาเตือนว่ารัสเซียประเมินความแข็งแกร่งของญี่ปุ่นต่ำเกินไป ซึ่งความพ่ายแพ้ในสงครามครั้งนั้นได้พิสูจน์ว่าเขาคาดการณ์ได้แม่นยำ

Ookhtomsky เป็นเจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ Sankt-Peterburgskie Vedomosti ซึ่งใช้เป็นกระบอกเสียงสนับสนุนนโยบายขยายอิทธิพลสู่ตะวันออกและต่อต้านแนวคิดเสรีนิยมแบบตะวันตก
ชะตากรรมในช่วงปฏิวัติบอลเชวิค (ค.ศ. 1917) อาจทำให้หลายคนประหลาดใจเพราะไม่ได้ถูกฆ่าตายแม้ว่าเพื่อนสนิทอย่างซาร์นิโคลัสที่ 2 และครอบครัวจะถูกปลงพระชนม์ และสมาชิกราชวงศ์หรือชนชั้นสูงจำนวนมากจะถูกสังหารในช่วง Red Terror แต่เจ้าชายอุคตอมสกีกลับมีชะตากรรมที่ต่างออกไป ไม่ได้หนีออกจากรัสเซียหลังการปฏิวัติ แต่เลือกที่จะอยู่ในบ้านเกิดต่อไป และทำงานให้รัฐบาลโซเวียต เนื่องจากมีความรู้เรื่องศิลปะและวัตถุโบราณอย่างลึกซึ้ง รัฐบาลบอลเชวิค (โซเวียต) จึงให้ทำงานในพิพิธภัณฑ์และสถาบันวิชาการเพื่อช่วยจัดทำทะเบียนและดูแลรักษางานศิลปะที่ถูกยึดมาจากชนชั้นสูง (รวมถึงของสะสมของตัวเองด้วย)
สิ่งที่เจ้าชาย Ookhtomsky ทรงเลือกหลังการปฏิวัติบอลเชวิค แม้จะทรงถูกยึดทรัพย์สิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง collection ส่วนพระองค์ของศิลปะตะวันออกจำนวนมาก แต่ทรงรับหน้าที่ดูแลสมบัติล้ำค่าเหล่านี้ที่ถูกยึดไปเป็นของรัฐบาลสหภาพโซเวียต ไม่ได้ทรงลี้ภัยทางการเมือง และต้องทรงประสบกับการถูกดูแคลน สอดส่อง จ้องจับผิด และความอดอยากยากลำบากในโซเวียต รวมถึงการสูญเสียลูกชายในภายหลังการปฎิวัติเพราะความอดอยากและเจ็บป่วย
Ookhtomsky เสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคชรา ใน ค.ศ. 1921 (พ.ศ. 2464) ที่เมืองเดทสโกเย เซโล (Detskoye Selo) ขณะอายุได้ 60 ปี
แต่มีเรื่องเศร้าในครอบครัวเพราะลูกชายคือ เจ้าชาย ดี (Prince Dii Ukhtomsky) ไม่ได้โชคดีเท่าพระบิดา จึงถูกจับและถูกประหารชีวิตโดยพวกบอลเชวิคในค.ศ. 1918 (บางแหล่งระบุว่า 1919) ในช่วงการกวาดล้างชนชั้นสูง
Ookhtomsky จึงเป็นบุคคลที่เห็นทั้งจุดสูงสุดของจักรวรรดิรัสเซียเคียงข้างซาร์ที่กรุงเทพฯ และเห็นจุดล่มสลายของระบบกษัตริย์จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตภายใต้การปกครองของคอมมิวนิสต์
รายการอ้างอิงชีวประวัติของผู้เขียน-เจ้าชาย เอสแปร์ เอสเปโรวิช อุคตอมสกี
Bassin, M. (1991). Russia between Europe and Asia: The ideological construction of geographical space. Slavic Review, 50(1), 1–17.
Khamaganova E.A. Princes Esper and Dii Ukhtomsky and Their Contribution to the Study of Buddhist Culture (Tibet, Mongolia and Russia) // Tibet, Past and Present. Tibetan Studies. PIATS. 2000: Proceedings of the Ninth Seminar of the International Tibetan Studies. Leiden, 2000. Brill, Leiden-Boston-Koln, 2002, pp. 307–326.
Schimmelpenninck van der Oye, D. (2010). Russian orientalism: Asia in the Russian mind from Peter the Great to the Russian revolution. Yale University Press.
Ukhtomsky, E. E. (1896). Travels in the East of Nicholas II, Emperor of Russia, when Cesarewitch, 1890–1891 (Vol. 1) (R. Goodlet, Trans.; G. Birdwood, Ed.). Archibald Constable and Company.
Ukhtomsky, E. E. (1896). Travels in the East of Nicholas II, Emperor of Russia, when Cesarewitch, 1890–1891 (Vol. 2) (R. Goodlet, Trans.; G. Birdwood, Ed.). Archibald Constable and Company.
Uspensky, V. L. (2002). Prince Esper Ukhtomsky and his collection of Tibetan art. In H. Blezer (Ed.), Tibet, past and present: Tibetan Studies I (pp. 317–332). Brill. https://doi.org/10.1163/9789004483071_019
Robert Goodlet ผู้แปลหนังสือ Travels in the East จากภาษารัสเซียเป็นภาษาอังกฤษ
Robert Goodlet เป็นชาวอังกฤษที่ไปพำนักและทำงานอยู่ใน เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St. Petersburg) ประเทศรัสเซียในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เป็นบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษาและการเรียบเรียง โดยเฉพาะการเชื่อมต่อระหว่างโลกภาษาอังกฤษและรัสเซีย. ได้รับมอบหมายให้แปลบันทึกการเดินทางของเจ้าชายอุคตอมสกีจากภาษาเยอรมัน/รัสเซีย มาเป็นฉบับภาษาอังกฤษ (English Edition) ซึ่งใช้ชื่อว่า "Travels in the East of Nicholas II, Emperor of Russia when Cesarewitch 1890-1891"
งานแปลได้รับคำชมว่ามีความประณีต สามารถถ่ายทอดภาษาที่สละสลวยและบรรยากาศที่เจ้าชายอุคตอมสกีเขียนไว้ได้อย่างดีเยี่ยม
ทำไมต้องวงเล็บ (St. Petersburg)? ไว้ท้ายชื่อผู้แปล การระบุสถานที่ต่อท้ายชื่อในลักษณะนี้ในหนังสือสมัยก่อน มีเหตุผลสำคัญ 3 ประการ
1. การระบุแหล่งพำนัก เพื่อบอกว่าแม้เขาจะเป็นคนอังกฤษ (ชื่อภาษาอังกฤษ) แต่เขาพำนักและทำงานอยู่ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิรัสเซียในขณะนั้น เป็นการยืนยันว่าเขาทำงานใกล้ชิดกับต้นฉบับและผู้เขียน (เจ้าชายอุคตอมสกี) จริงๆ
2. การระบุสำนักพิมพ์หรือต้นสังกัด ในยุคนั้น เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเป็นศูนย์กลางของการพิมพ์หนังสือหรูหรา (Deluxe Editions) การระบุเมืองนี้ต่อท้ายชื่อคนทำงาน เป็นการยกระดับมาตรฐานงานพิมพ์ว่ามาจากแหล่งผลิตชั้นนำระดับโลก
3. ความนิยมในยุคนั้น เป็นธรรมเนียมของการเขียนเครดิตผู้ทำงานในหน้าคำนำ (Preface) หรือหน้าปกใน (Title Page) ของหนังสือวิชาการหรือบันทึกประวัติศาสตร์ เพื่อให้ผู้อ่านทราบถึงที่มาของบุคคลนั้นๆ
นอกจากงานแปลหนังสือของซาร์นิโคลัสแล้ว Robert Goodlet ยังมีชื่อปรากฏในงานเขียนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและประวัติศาสตร์อื่นๆ ในรัสเซียด้วย เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาวอังกฤษในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (British Colony in St. Petersburg) ที่มีบทบาทอย่างมากในการแปลวรรณกรรมและงานวิจัยของรัสเซียให้ชาวตะวันตกได้รับรู้
Robert Goodlet คือ "สะพานเชื่อมทางภาษา" ที่ทำให้ชาวโลก (ที่อ่านภาษาอังกฤษ) ได้รับรู้ถึงรายละเอียดความยิ่งใหญ่ของการเสด็จเยือนสยามของซาร์นิโคลัสที่ 2 ผ่านการแปลที่วิจิตรบรรจงของเขา
แม้ประวัติส่วนตัวของ Robert Goodlet จะไม่ได้รับการบันทึกไว้อย่างแพร่หลาย เพราะอาชีพนักแปลในเวลานั้นไม่ได้รับการยกย่องให้เกียรติมากนัก แต่หลักฐานจากหน้าปกใน (Title Page) ยืนยันว่าเขาเป็นนักแปลที่พำนักอยู่ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และทำงานภายใต้การกำกับดูแลของบรรณาธิการผู้ทรงคุณวุฒิอย่าง เซอร์ จอร์จ เบิร์ดวูด การที่เขาได้รับการคัดเลือกให้แปลงานชิ้นสำคัญของมกุฎราชกุมารรัสเซีย สะท้อนให้เห็นถึงสถานะของเขาในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาในชุมชนชาวอังกฤษ (British Community) ที่อาศัยอยู่ในจักรวรรดิรัสเซียช่วงปลายศตวรรษที่ 19"
จากการค้นคว้ายังไม่สามารถหารูปถ่ายหรือลายมือชื่อของ Robert Goodlet ได้ในขณะนี้
รายการอ้างอิงชีวประวัติของผู้แปล-Robert Goodlet
Ukhtomsky, E. E. (1896). Travels in the East of Nicholas II, Emperor of Russia when Cesarewitch 1890-1891. (R. Goodlet, Trans.; G. Birdwood, Ed.). Westminster: Archibald Constable & Co.
ตัวเล่มของหนังสือระบุชื่อ Robert Goodlet ในฐานะผู้แปลอย่างชัดเจน
Gilbert, P. (2020). The Eastern Journey of Nicholas II: 1890-1891. Royal Russia.
พอล กิลเบิร์ต ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์โรมานอฟ มักจะระบุชื่อ Goodlet ในฐานะผู้แปลที่ช่วยให้บันทึกนี้เข้าถึงผู้อ่านทั่วโลก
Schimmelpenninck van der Oye, D. (2001). Toward the Rising Sun: Russian Ideologies of Empire and the Path to War with Japan. Northern Illinois University Press.
งานวิจัยชิ้นนี้วิเคราะห์บันทึกของอุคตอมสกีอย่างละเอียด และมีการวิจารณ์ถึงฉบับภาษาอังกฤษที่ Goodlet แปลว่ามีส่วนสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์รัสเซียในโลกตะวันตก
เซอร์ จอร์จ เบิร์ดวูด (Sir George Birdwood) นักวิชาการบูรพคดีศึกษาชาวอังกฤษ--บรรณาธิการหนังสือ Travels in the East
เซอร์ จอร์จ เบิร์ดวูด ชาวอังกฤษ ผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในฐานะบรรณาธิการ (Editor) ของหนังสือเล่มนี้ในฉบับภาษาอังกฤษ เป็นบุคคลระดับ "ปัญญาชนชั้นนำ" ของอังกฤษที่มีความเชี่ยวชาญด้านอินเดียและศิลปะตะวันออกอย่างลึกซึ้ง
เกิดในอินเดีย (เมืองเบลกาอุม) เมื่อค.ศ. 1832 ในครอบครัวข้าราชการชาวอังกฤษ ตัวย่อ M.D. ต่อท้ายชื่อ มาจากคำว่า Doctor of Medicine เรียนจบด้านการแพทย์จากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ และเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นศัลยแพทย์ในกองทัพบกบอมเบย์ (Bombay Army)
แม้จะเป็นหมอ แต่ท่านกลับหลงใหลในพฤกษศาสตร์ ศิลปะ และประวัติศาสตร์ของเอเชียมากกว่า จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน "บูรพคดีศึกษา" (Orientalist)

ผลงานและตำแหน่งสำคัญ ตัวย่อ K.C.I.E. ย่อมาจาก Knight Commander of the Order of the Indian Empire เป็นบรรดาศักดิ์อัศวินที่ได้รับพระราชทานจากการทำคุณประโยชน์อย่างมหาศาลให้กับอาณาจักรอินเดียภายใต้ปกครองของอังกฤษ
เคยเป็นภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์ในบอมเบย์ และเป็นผู้จัดตั้งสวนพฤกษศาสตร์ Victoria and Albert Museum (ปัจจุบันคือพิพิธภัณฑ์ Dr. Bhau Daji Lad) ในอินเดีย
ผลงานที่โด่งดังที่สุดของท่านคือหนังสือชื่อ "The Industrial Arts of India" ซึ่งเป็นตำราเล่มสำคัญที่แนะนำศิลปะหัตถกรรมของอินเดียให้ชาวตะวันตกได้รู้จักอย่างเป็นระบบ
การที่เจ้าชายอุคตอมสกีเลือกให้เซอร์ จอร์จ เบิร์ดวูด มาเป็นบรรณาธิการฉบับภาษาอังกฤษ หนังสือ "Travels in the East" ถือเป็นทางเลือกที่มีชั้นเชิงมาก เพราะในยุคนั้น เบิร์ดวูดคือ "ผู้ทรงอิทธิพล" ทางความคิดเกี่ยวกับโลกตะวันออก การที่เขารับเป็นบรรณาธิการช่วยให้หนังสือเล่มนี้ได้รับความยอมรับอย่างสูงในราชสำนักอังกฤษและวงวิชาการยุโรป
เบิร์ดวูดมีความเข้าใจในจารีตประเพณีของตะวันออกเป็นอย่างดี (ทั้งอินเดีย สยาม และจีน) ทำให้เขาสามารถเกลาสำนวนการแปลของ Robert Goodlet ให้มีความสละสลวยและถูกต้องตามหลักวิชาการในสมัยนั้นด้วยการเชื่อมโยงวัฒนธรรม
เบิร์ดวูดมักจะเพิ่มข้อมูลอธิบายบริบททางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งลงไปในตัวบทด้วยเชิงอรรถและรายละเอียดทำให้ผู้อ่านชาวอังกฤษเข้าใจความสำคัญของสิ่งที่ซาร์นิโคลัสได้ทอดพระเนตรเห็น
เซอร์ จอร์จ เบิร์ดวูด เป็นผู้ที่ต่อต้านการนำเครื่องจักรสมัยใหม่มาทำลาย "งานฝีมือดั้งเดิม" ของชาวตะวันออก ท่านมักจะเขียนชื่นชมความละเอียดอ่อนของช่างฝีมือในเอเชีย ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ที่เชิดชูความงามของวัดและวังในสยาม
เซอร์ จอร์จ เบิร์ดวูด คือ "ยักษ์ใหญ่" ในวงการวิชาการยุคนั้นที่มาช่วยรับรองและขัดเกลาบันทึกการเดินทางเล่มนี้ให้กลายเป็นงานศิลปะทางวรรณกรรมที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลกภาษาอังกฤษ เสียชีวิตในค.ศ. 1917 (ปีเดียวกับการปฏิวัติรัสเซีย) ทิ้งมรดกทางความรู้ด้านเอเชียไว้มากมาย
รายการอ้างอิงชีวประวัติของเซอร์ จอร์จ เบิร์ดวูด (Sir George Birdwood) นักวิชาการบูรพคดีศึกษาชาวอังกฤษ--บรรณาธิการหนังสือ
Yule, H., & Brown, F. H. (2004). Birdwood, Sir George Christopher Molesworth. In Oxford dictionary of national biography. Oxford University Press. https://doi.org/10.1093/ref:odnb/31899
Birdwood, George C. M. (1880). The Industrial Arts of India. London: Chapman and Hall.
เล่มนี้เป็นผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้ท่านมากที่สุด และแสดงให้เห็นถึงความหลงใหลในศิลปะตะวันออก (Orientalism) ซึ่งเป็นเหตุผลที่ท่านได้รับเลือกมาคุมบรรณาธิการหนังสือของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สอง
https://wehd.com/bios/George_Christopher_Molesworth_Birdwood.html
พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่สามทรงเลือกเจ้าชาย Ookhtomsky เป็นผู้เขียน เพราะเจ้าชาย Ookhtomsky เป็นผู้รู้และหลงไหลในบูรพคดีศึกษา
ส่วนคนที่เลือกผู้แปลและบรรณาธิการสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สองมากกว่า เพราะหนังสือ Travel in the East ฉบับภาษาอังกฤษตีพิมพ์ออกมาหลังการเสด็จสวรรตของพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่สามอยู่ถึงสองปีหรืออาจจะสามปี การเลือกผู้แปลน่าจะเป็นการตัดสินพระทัยของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สองมากกว่า
ผู้แปลต้องเป็นผู้ที่แตกฉานทั้งภาษาอังกฤษและภาษารัสเซีย การที่ระบบว่า Robert Goodlet, St. Petersburg นั้นเป็นความตั้งใจ แสดงให้เห็นว่าเป็นชาวอังกฤษแห่งเมือง St. Petersburg ย่อมเป็นเครื่องยืนยันให้ผู้อ่านภาษาอังกฤษมั่นใจได้ว่า ผู้แปลแตกฉานภาษารัสเซียด้วย
สำหรับบรรณาธิการหนังสือ Travel in the East ฉบับภาษาอังกฤษ พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สอง ทรงเลือก เซอร์ จอร์จ เบิร์ดวูด (Sir George Birdwood) นักวิชาการบูรพคดีศึกษาชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในยุคสมัยนั้นให้มาทำหน้าที่นี้ เพื่อตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องทางวิชาการของหนังสือเล่มนี้
หนังสือเล่มนี้จึงทรงคุณค่า ทั้งในเชิงวิชาการด้านประวัติศาสตร์ บูรพคดีศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และแม้กระทั่งสาขาวิชาการแปล และที่สำคัญที่สุด บทที่ 30 ได้บันทึกเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทยคือ หนึ่ง เหตุการณ์ที่พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สองเสด็จประพาสสยาม และ สอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสรัสเซียในการเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่หนึ่ง ที่ทำให้ไทยยังคงดำรงความเป็นไทและรักษาเอกราชมาได้จนถึงปัจจุบันนี้
สาขาวิชาปัญญาและการวิเคราะห์ธุรกิจ
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
สาขาวิชาสถิติศาสตร์
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
สองบทความก่อนหน้าคือ 135 ปี พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สองแห่งรัสเซียเสด็จเยือนสยาม ในรัชสมัยพระพุทธเจ้าหลวง https://mgronline.com/daily/detail/9690000036731 และบทความ การตีพิมพ์หนังสือ Travel in the East (ฉบับค.ศ. 2026) เฉลิมฉลองวาระ 135 ปีการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสยามของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 https://mgronline.com/daily/detail/9690000036828 ได้กล่าวถึงสาเหตุที่พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่สามแห่งจักรวรรดิรัสเซียจึงมีพระบรมราชโองการให้
-เจ้าชาย Esper Ookhtomsky แห่งรัสเซียเป็นผู้เขียนบันทึกการเดินทางมุ่งสู่บูรพทิศ (Travel in the East) เล่มนี้ และเมื่อมีการตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้เป็นภาษาอังกฤษครั้งแรกหลังการเดินทางถึง 10 ปี ก็จัดพิมพ์อย่างประณีตสวยงามอลังการ อวดฝีมือ
-มีนักวิชาการด้านบูรพคดีศึกษา (Oriental Studies) นามอุโฆษแห่งยุคสมัยอย่าง เซอร์ จอร์จ เบิร์ดวูด (Sir George Birdwood) ชาวอังกฤษ รับหน้าที่บรรณาธิการหนังสือเล่มนี้
-มีนักแปลชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ในรัสเซียยาวนานในเมือง St. Petersburg อย่าง Robert Goodlet ที่มีฝีมือการแปลที่ได้รับการยกย่องว่ายอดเยี่ยมจากภาษารัสเซียเป็นภาษาอังกฤษ แม้ว่าการค้นคว้าประวัติของ Robert Goodlet จะทำได้อย่างจำกัดมากก็ตาม
เจ้าชาย เอสแปร์ เอสเปโรวิช อุคตอมสกี (Prince Esper Esperovich Ukhtomsky) ผู้เขียน Travels in the East
เจ้าชายเอสเปอร์ เอสเปโรวิช อุกโตมสกี (1861–1921) ในหนังสือ Travel in the East ฉบับภาษาอังกฤษ สะกดพระนามว่า Ookhtomsky ทรงเป็นกวี นักเขียน เป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์การทูตและปัญญาชนของจักรวรรดิรัสเซียปลายศตวรรษที่ 19
เจ้าชายเอสเปอร์ อุกโตมสกี เกิดในตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่มีเชื้อสายรุริก (Rurikid) ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลที่เก่าแก่ที่สุดในรัสเซีย ในช่วงที่เขาเติบโตขึ้น รัสเซียกำลังเผชิญกับการถกเถียงทางปัญหาระหว่างกลุ่ม "ตะวันตกนิยม" (Westernizers) และกลุ่ม "สลาฟนิยม" (Slavophiles) อุกโตมสกีเลือกเส้นทางที่สาม เขาหลงใหลในพุทธศาสนา วัฒนธรรมทิเบต และปรัชญาตะวันออก ซึ่งเป็นสิ่งที่แปลกแยกจากขุนนางรัสเซียส่วนใหญ่ในยุคสมัยนั้น
ในฐานะนักการทูต ทรงมีความหลงใหลในศิลปะและวัฒนธรรมตะวันออกอย่างมาก โดยเฉพาะพุทธศาสนาและศิลปะในเอเชียกลางและเอเชียตะวันออก ทรงเป็นนักบูรพทิศศึกษา (Orientalist) ทรงมีความเชื่อฝังใจว่า "อนาคตของรัสเซียอยู่ที่ตะวันออก" ไม่ใช่ยุโรป เชื่อว่ารัสเซียมีรากเหง้าทางจิตวิญญาณใกล้เคียงกับชาวเอเชียมากกว่าชาวตะวันตก โดยเฉพาะความเลื่อมใสในศาสนาพุทธและคติความเชื่อแบบตะวันออก
Ookhtomsky เป็นนักสะสมพุทธศิลป์ โดยเฉพาะจากทิเบตและมองโกเลีย ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง ปัจจุบันของสะสมของส่วนใหญ่ถูกเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ (The Hermitage) ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซีย
ในฐานะที่ปรึกษาและผู้ติดตามใกล้ชิดของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 บทบาทของอุกโตมสกีมิใช่เพียงการเป็นผู้นำเสนอภาพลักษณ์ของจักรวรรดิผ่านงานเขียน Travels in the East เท่านั้น แต่เขายังเป็นผู้เสนออุดมการณ์ทางการเมืองที่เน้นย้ำว่ารัสเซียมี "ภารกิจทางตะวันออก" (Eastern Mission) ที่แตกต่างจากมหาอำนาจตะวันตก ทรงเป็นผู้นำเสนอแนวคิด "ยูเรเชีย" (Eurasianism) ในราชสำนักโรมานอฟ
Ookhtomsky เป็นพระสหายคนสนิทของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 (ขณะยังเป็นมกุฎราชกุมาร) และได้รับเลือกให้เป็นผู้ร่วมขบวนเสด็จประพาสตะวันออก (1890-1891) รวมถึงสยามด้วย ผลงานชิ้นเอกคือหนังสือ "Travels in the East" เขียนบันทึกการเดินทางอย่างละเอียดของการเสด็จประพาสครั้งนั้น ซึ่งถูกตีพิมพ์อย่างหรูหราและแปลเป็นหลายภาษา เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่ารัสเซียมีความสัมพันธ์อันดีกับอาณาจักรต่างๆ ในเอเชีย ด้วยทรงได้รับมอบหมายให้ร่วมเดินทางไปกับมกุฎราชกุมารนิโคลัสในระหว่างการเสด็จประพาสตะวันออก และทำหน้าที่เป็น "นักจดบันทึกอย่างเป็นทางการ" เพื่อรวบรวมเหตุการณ์และบรรยายสิ่งที่พบเห็นตลอดเส้นทาง
เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความ สัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและสยาม และเป็นผู้ที่ทำให้เรารู้จักรายละเอียดการเสด็จประพาสครั้งประวัติศาสตร์นี้
ทรงเริ่มมีชื่อเสียงในระดับสากลจากการร่วมคณะเสด็จประพาสตะวันออกของมกุฎราชกุมารนิโคลัส (พ.ศ. 2433–2434) งานเขียนของเขาในชื่อ Puteshestvie na Vostok (Travels in the East) ไม่ใช่แค่บันทึกการเดินทางทั่วไป แต่เป็นแถลงการณ์เชิงอุดมการณ์ เขาเชื่อว่ารัสเซียไม่ได้เป็นเพียงประเทศยุโรป แต่เป็นส่วนหนึ่งของเอเชียและมีสายเลือดร่วมกับชาวตะวันออก การเขียนของเขาเน้นย้ำถึง "ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน" ของมหาอำนาจในเอเชีย เพื่อต้านทานลัทธิจักรวรรดินิยมจากยุโรปตะวันตก (อังกฤษและฝรั่งเศส)
ในฐานะที่ปรึกษาใกล้ชิดพระเจ้าซาร์ อุกโตมสกีมีบทบาทสำคัญในการดำเนินนโยบายต่อทิเบตและจีน เขาพยายามโน้มน้าวให้รัสเซียสร้างพันธมิตรกับพระลามะแห่งทิเบตเพื่อเป็นฐานอำนาจในการถ่วงดุลอังกฤษ อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์ของเขาก็สร้างความขัดแย้งกับนักการเมืองสายอนุรักษ์นิยมและกลุ่มทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุกโตมสกีเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่คัดค้านการทำสงครามกับญี่ปุ่น (พ.ศ. 2447–2448) เขาเตือนว่ารัสเซียประเมินความแข็งแกร่งของญี่ปุ่นต่ำเกินไป ซึ่งความพ่ายแพ้ในสงครามครั้งนั้นได้พิสูจน์ว่าเขาคาดการณ์ได้แม่นยำ
Ookhtomsky เป็นเจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ Sankt-Peterburgskie Vedomosti ซึ่งใช้เป็นกระบอกเสียงสนับสนุนนโยบายขยายอิทธิพลสู่ตะวันออกและต่อต้านแนวคิดเสรีนิยมแบบตะวันตก
ชะตากรรมในช่วงปฏิวัติบอลเชวิค (ค.ศ. 1917) อาจทำให้หลายคนประหลาดใจเพราะไม่ได้ถูกฆ่าตายแม้ว่าเพื่อนสนิทอย่างซาร์นิโคลัสที่ 2 และครอบครัวจะถูกปลงพระชนม์ และสมาชิกราชวงศ์หรือชนชั้นสูงจำนวนมากจะถูกสังหารในช่วง Red Terror แต่เจ้าชายอุคตอมสกีกลับมีชะตากรรมที่ต่างออกไป ไม่ได้หนีออกจากรัสเซียหลังการปฏิวัติ แต่เลือกที่จะอยู่ในบ้านเกิดต่อไป และทำงานให้รัฐบาลโซเวียต เนื่องจากมีความรู้เรื่องศิลปะและวัตถุโบราณอย่างลึกซึ้ง รัฐบาลบอลเชวิค (โซเวียต) จึงให้ทำงานในพิพิธภัณฑ์และสถาบันวิชาการเพื่อช่วยจัดทำทะเบียนและดูแลรักษางานศิลปะที่ถูกยึดมาจากชนชั้นสูง (รวมถึงของสะสมของตัวเองด้วย)
สิ่งที่เจ้าชาย Ookhtomsky ทรงเลือกหลังการปฏิวัติบอลเชวิค แม้จะทรงถูกยึดทรัพย์สิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง collection ส่วนพระองค์ของศิลปะตะวันออกจำนวนมาก แต่ทรงรับหน้าที่ดูแลสมบัติล้ำค่าเหล่านี้ที่ถูกยึดไปเป็นของรัฐบาลสหภาพโซเวียต ไม่ได้ทรงลี้ภัยทางการเมือง และต้องทรงประสบกับการถูกดูแคลน สอดส่อง จ้องจับผิด และความอดอยากยากลำบากในโซเวียต รวมถึงการสูญเสียลูกชายในภายหลังการปฎิวัติเพราะความอดอยากและเจ็บป่วย
Ookhtomsky เสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคชรา ใน ค.ศ. 1921 (พ.ศ. 2464) ที่เมืองเดทสโกเย เซโล (Detskoye Selo) ขณะอายุได้ 60 ปี
แต่มีเรื่องเศร้าในครอบครัวเพราะลูกชายคือ เจ้าชาย ดี (Prince Dii Ukhtomsky) ไม่ได้โชคดีเท่าพระบิดา จึงถูกจับและถูกประหารชีวิตโดยพวกบอลเชวิคในค.ศ. 1918 (บางแหล่งระบุว่า 1919) ในช่วงการกวาดล้างชนชั้นสูง
Ookhtomsky จึงเป็นบุคคลที่เห็นทั้งจุดสูงสุดของจักรวรรดิรัสเซียเคียงข้างซาร์ที่กรุงเทพฯ และเห็นจุดล่มสลายของระบบกษัตริย์จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตภายใต้การปกครองของคอมมิวนิสต์
รายการอ้างอิงชีวประวัติของผู้เขียน-เจ้าชาย เอสแปร์ เอสเปโรวิช อุคตอมสกี
Bassin, M. (1991). Russia between Europe and Asia: The ideological construction of geographical space. Slavic Review, 50(1), 1–17.
Khamaganova E.A. Princes Esper and Dii Ukhtomsky and Their Contribution to the Study of Buddhist Culture (Tibet, Mongolia and Russia) // Tibet, Past and Present. Tibetan Studies. PIATS. 2000: Proceedings of the Ninth Seminar of the International Tibetan Studies. Leiden, 2000. Brill, Leiden-Boston-Koln, 2002, pp. 307–326.
Schimmelpenninck van der Oye, D. (2010). Russian orientalism: Asia in the Russian mind from Peter the Great to the Russian revolution. Yale University Press.
Ukhtomsky, E. E. (1896). Travels in the East of Nicholas II, Emperor of Russia, when Cesarewitch, 1890–1891 (Vol. 1) (R. Goodlet, Trans.; G. Birdwood, Ed.). Archibald Constable and Company.
Ukhtomsky, E. E. (1896). Travels in the East of Nicholas II, Emperor of Russia, when Cesarewitch, 1890–1891 (Vol. 2) (R. Goodlet, Trans.; G. Birdwood, Ed.). Archibald Constable and Company.
Uspensky, V. L. (2002). Prince Esper Ukhtomsky and his collection of Tibetan art. In H. Blezer (Ed.), Tibet, past and present: Tibetan Studies I (pp. 317–332). Brill. https://doi.org/10.1163/9789004483071_019
Robert Goodlet ผู้แปลหนังสือ Travels in the East จากภาษารัสเซียเป็นภาษาอังกฤษ
Robert Goodlet เป็นชาวอังกฤษที่ไปพำนักและทำงานอยู่ใน เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St. Petersburg) ประเทศรัสเซียในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เป็นบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษาและการเรียบเรียง โดยเฉพาะการเชื่อมต่อระหว่างโลกภาษาอังกฤษและรัสเซีย. ได้รับมอบหมายให้แปลบันทึกการเดินทางของเจ้าชายอุคตอมสกีจากภาษาเยอรมัน/รัสเซีย มาเป็นฉบับภาษาอังกฤษ (English Edition) ซึ่งใช้ชื่อว่า "Travels in the East of Nicholas II, Emperor of Russia when Cesarewitch 1890-1891"
งานแปลได้รับคำชมว่ามีความประณีต สามารถถ่ายทอดภาษาที่สละสลวยและบรรยากาศที่เจ้าชายอุคตอมสกีเขียนไว้ได้อย่างดีเยี่ยม
ทำไมต้องวงเล็บ (St. Petersburg)? ไว้ท้ายชื่อผู้แปล การระบุสถานที่ต่อท้ายชื่อในลักษณะนี้ในหนังสือสมัยก่อน มีเหตุผลสำคัญ 3 ประการ
1. การระบุแหล่งพำนัก เพื่อบอกว่าแม้เขาจะเป็นคนอังกฤษ (ชื่อภาษาอังกฤษ) แต่เขาพำนักและทำงานอยู่ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิรัสเซียในขณะนั้น เป็นการยืนยันว่าเขาทำงานใกล้ชิดกับต้นฉบับและผู้เขียน (เจ้าชายอุคตอมสกี) จริงๆ
2. การระบุสำนักพิมพ์หรือต้นสังกัด ในยุคนั้น เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเป็นศูนย์กลางของการพิมพ์หนังสือหรูหรา (Deluxe Editions) การระบุเมืองนี้ต่อท้ายชื่อคนทำงาน เป็นการยกระดับมาตรฐานงานพิมพ์ว่ามาจากแหล่งผลิตชั้นนำระดับโลก
3. ความนิยมในยุคนั้น เป็นธรรมเนียมของการเขียนเครดิตผู้ทำงานในหน้าคำนำ (Preface) หรือหน้าปกใน (Title Page) ของหนังสือวิชาการหรือบันทึกประวัติศาสตร์ เพื่อให้ผู้อ่านทราบถึงที่มาของบุคคลนั้นๆ
นอกจากงานแปลหนังสือของซาร์นิโคลัสแล้ว Robert Goodlet ยังมีชื่อปรากฏในงานเขียนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและประวัติศาสตร์อื่นๆ ในรัสเซียด้วย เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาวอังกฤษในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (British Colony in St. Petersburg) ที่มีบทบาทอย่างมากในการแปลวรรณกรรมและงานวิจัยของรัสเซียให้ชาวตะวันตกได้รับรู้
Robert Goodlet คือ "สะพานเชื่อมทางภาษา" ที่ทำให้ชาวโลก (ที่อ่านภาษาอังกฤษ) ได้รับรู้ถึงรายละเอียดความยิ่งใหญ่ของการเสด็จเยือนสยามของซาร์นิโคลัสที่ 2 ผ่านการแปลที่วิจิตรบรรจงของเขา
แม้ประวัติส่วนตัวของ Robert Goodlet จะไม่ได้รับการบันทึกไว้อย่างแพร่หลาย เพราะอาชีพนักแปลในเวลานั้นไม่ได้รับการยกย่องให้เกียรติมากนัก แต่หลักฐานจากหน้าปกใน (Title Page) ยืนยันว่าเขาเป็นนักแปลที่พำนักอยู่ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และทำงานภายใต้การกำกับดูแลของบรรณาธิการผู้ทรงคุณวุฒิอย่าง เซอร์ จอร์จ เบิร์ดวูด การที่เขาได้รับการคัดเลือกให้แปลงานชิ้นสำคัญของมกุฎราชกุมารรัสเซีย สะท้อนให้เห็นถึงสถานะของเขาในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาในชุมชนชาวอังกฤษ (British Community) ที่อาศัยอยู่ในจักรวรรดิรัสเซียช่วงปลายศตวรรษที่ 19"
จากการค้นคว้ายังไม่สามารถหารูปถ่ายหรือลายมือชื่อของ Robert Goodlet ได้ในขณะนี้
รายการอ้างอิงชีวประวัติของผู้แปล-Robert Goodlet
Ukhtomsky, E. E. (1896). Travels in the East of Nicholas II, Emperor of Russia when Cesarewitch 1890-1891. (R. Goodlet, Trans.; G. Birdwood, Ed.). Westminster: Archibald Constable & Co.
ตัวเล่มของหนังสือระบุชื่อ Robert Goodlet ในฐานะผู้แปลอย่างชัดเจน
Gilbert, P. (2020). The Eastern Journey of Nicholas II: 1890-1891. Royal Russia.
พอล กิลเบิร์ต ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์โรมานอฟ มักจะระบุชื่อ Goodlet ในฐานะผู้แปลที่ช่วยให้บันทึกนี้เข้าถึงผู้อ่านทั่วโลก
Schimmelpenninck van der Oye, D. (2001). Toward the Rising Sun: Russian Ideologies of Empire and the Path to War with Japan. Northern Illinois University Press.
งานวิจัยชิ้นนี้วิเคราะห์บันทึกของอุคตอมสกีอย่างละเอียด และมีการวิจารณ์ถึงฉบับภาษาอังกฤษที่ Goodlet แปลว่ามีส่วนสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์รัสเซียในโลกตะวันตก
เซอร์ จอร์จ เบิร์ดวูด (Sir George Birdwood) นักวิชาการบูรพคดีศึกษาชาวอังกฤษ--บรรณาธิการหนังสือ Travels in the East
เซอร์ จอร์จ เบิร์ดวูด ชาวอังกฤษ ผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในฐานะบรรณาธิการ (Editor) ของหนังสือเล่มนี้ในฉบับภาษาอังกฤษ เป็นบุคคลระดับ "ปัญญาชนชั้นนำ" ของอังกฤษที่มีความเชี่ยวชาญด้านอินเดียและศิลปะตะวันออกอย่างลึกซึ้ง
เกิดในอินเดีย (เมืองเบลกาอุม) เมื่อค.ศ. 1832 ในครอบครัวข้าราชการชาวอังกฤษ ตัวย่อ M.D. ต่อท้ายชื่อ มาจากคำว่า Doctor of Medicine เรียนจบด้านการแพทย์จากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ และเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นศัลยแพทย์ในกองทัพบกบอมเบย์ (Bombay Army)
แม้จะเป็นหมอ แต่ท่านกลับหลงใหลในพฤกษศาสตร์ ศิลปะ และประวัติศาสตร์ของเอเชียมากกว่า จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน "บูรพคดีศึกษา" (Orientalist)
ผลงานและตำแหน่งสำคัญ ตัวย่อ K.C.I.E. ย่อมาจาก Knight Commander of the Order of the Indian Empire เป็นบรรดาศักดิ์อัศวินที่ได้รับพระราชทานจากการทำคุณประโยชน์อย่างมหาศาลให้กับอาณาจักรอินเดียภายใต้ปกครองของอังกฤษ
เคยเป็นภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์ในบอมเบย์ และเป็นผู้จัดตั้งสวนพฤกษศาสตร์ Victoria and Albert Museum (ปัจจุบันคือพิพิธภัณฑ์ Dr. Bhau Daji Lad) ในอินเดีย
ผลงานที่โด่งดังที่สุดของท่านคือหนังสือชื่อ "The Industrial Arts of India" ซึ่งเป็นตำราเล่มสำคัญที่แนะนำศิลปะหัตถกรรมของอินเดียให้ชาวตะวันตกได้รู้จักอย่างเป็นระบบ
การที่เจ้าชายอุคตอมสกีเลือกให้เซอร์ จอร์จ เบิร์ดวูด มาเป็นบรรณาธิการฉบับภาษาอังกฤษ หนังสือ "Travels in the East" ถือเป็นทางเลือกที่มีชั้นเชิงมาก เพราะในยุคนั้น เบิร์ดวูดคือ "ผู้ทรงอิทธิพล" ทางความคิดเกี่ยวกับโลกตะวันออก การที่เขารับเป็นบรรณาธิการช่วยให้หนังสือเล่มนี้ได้รับความยอมรับอย่างสูงในราชสำนักอังกฤษและวงวิชาการยุโรป
เบิร์ดวูดมีความเข้าใจในจารีตประเพณีของตะวันออกเป็นอย่างดี (ทั้งอินเดีย สยาม และจีน) ทำให้เขาสามารถเกลาสำนวนการแปลของ Robert Goodlet ให้มีความสละสลวยและถูกต้องตามหลักวิชาการในสมัยนั้นด้วยการเชื่อมโยงวัฒนธรรม
เบิร์ดวูดมักจะเพิ่มข้อมูลอธิบายบริบททางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งลงไปในตัวบทด้วยเชิงอรรถและรายละเอียดทำให้ผู้อ่านชาวอังกฤษเข้าใจความสำคัญของสิ่งที่ซาร์นิโคลัสได้ทอดพระเนตรเห็น
เซอร์ จอร์จ เบิร์ดวูด เป็นผู้ที่ต่อต้านการนำเครื่องจักรสมัยใหม่มาทำลาย "งานฝีมือดั้งเดิม" ของชาวตะวันออก ท่านมักจะเขียนชื่นชมความละเอียดอ่อนของช่างฝีมือในเอเชีย ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ที่เชิดชูความงามของวัดและวังในสยาม
เซอร์ จอร์จ เบิร์ดวูด คือ "ยักษ์ใหญ่" ในวงการวิชาการยุคนั้นที่มาช่วยรับรองและขัดเกลาบันทึกการเดินทางเล่มนี้ให้กลายเป็นงานศิลปะทางวรรณกรรมที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลกภาษาอังกฤษ เสียชีวิตในค.ศ. 1917 (ปีเดียวกับการปฏิวัติรัสเซีย) ทิ้งมรดกทางความรู้ด้านเอเชียไว้มากมาย
รายการอ้างอิงชีวประวัติของเซอร์ จอร์จ เบิร์ดวูด (Sir George Birdwood) นักวิชาการบูรพคดีศึกษาชาวอังกฤษ--บรรณาธิการหนังสือ
Yule, H., & Brown, F. H. (2004). Birdwood, Sir George Christopher Molesworth. In Oxford dictionary of national biography. Oxford University Press. https://doi.org/10.1093/ref:odnb/31899
Birdwood, George C. M. (1880). The Industrial Arts of India. London: Chapman and Hall.
เล่มนี้เป็นผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้ท่านมากที่สุด และแสดงให้เห็นถึงความหลงใหลในศิลปะตะวันออก (Orientalism) ซึ่งเป็นเหตุผลที่ท่านได้รับเลือกมาคุมบรรณาธิการหนังสือของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สอง
https://wehd.com/bios/George_Christopher_Molesworth_Birdwood.html
พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่สามทรงเลือกเจ้าชาย Ookhtomsky เป็นผู้เขียน เพราะเจ้าชาย Ookhtomsky เป็นผู้รู้และหลงไหลในบูรพคดีศึกษา
ส่วนคนที่เลือกผู้แปลและบรรณาธิการสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สองมากกว่า เพราะหนังสือ Travel in the East ฉบับภาษาอังกฤษตีพิมพ์ออกมาหลังการเสด็จสวรรตของพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่สามอยู่ถึงสองปีหรืออาจจะสามปี การเลือกผู้แปลน่าจะเป็นการตัดสินพระทัยของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สองมากกว่า
ผู้แปลต้องเป็นผู้ที่แตกฉานทั้งภาษาอังกฤษและภาษารัสเซีย การที่ระบบว่า Robert Goodlet, St. Petersburg นั้นเป็นความตั้งใจ แสดงให้เห็นว่าเป็นชาวอังกฤษแห่งเมือง St. Petersburg ย่อมเป็นเครื่องยืนยันให้ผู้อ่านภาษาอังกฤษมั่นใจได้ว่า ผู้แปลแตกฉานภาษารัสเซียด้วย
สำหรับบรรณาธิการหนังสือ Travel in the East ฉบับภาษาอังกฤษ พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สอง ทรงเลือก เซอร์ จอร์จ เบิร์ดวูด (Sir George Birdwood) นักวิชาการบูรพคดีศึกษาชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในยุคสมัยนั้นให้มาทำหน้าที่นี้ เพื่อตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องทางวิชาการของหนังสือเล่มนี้
หนังสือเล่มนี้จึงทรงคุณค่า ทั้งในเชิงวิชาการด้านประวัติศาสตร์ บูรพคดีศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และแม้กระทั่งสาขาวิชาการแปล และที่สำคัญที่สุด บทที่ 30 ได้บันทึกเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทยคือ หนึ่ง เหตุการณ์ที่พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สองเสด็จประพาสสยาม และ สอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสรัสเซียในการเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่หนึ่ง ที่ทำให้ไทยยังคงดำรงความเป็นไทและรักษาเอกราชมาได้จนถึงปัจจุบันนี้


