“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”
“ชัช.. ถึงที่ทำงานหรือยัง? ถ้ามาถึงแล้ว คุณมาพบผมกับแขกที่นี่ตอนนี้เลยนะ”
นั่นคือเสียงน้าชาติที่โทรตรงถึงผมในเช้าวันหนึ่ง.. โดยผมไม่รู้ว่าแขกคนใดมาพบกับน้าชาติ
เมื่อผมไปถึงห้องรับแขกบ้านราชครู ผมเห็นชายคนหนึ่งนั่งอยู่กับน้าชาติ..
“ชัช เตาแก๊ส รู้จักกับ ชัช เตาปูนสิ” น้าชาติแนะนำผมอย่างติดตลกแบบเป็นกันเอง
“ชื่อชัชเหมือนกัน ผมจึงต้องเรียก ชัช เตาแก๊ส กับ ชัช เตาปูน ชัชบอกผมว่าจะเอาคะแนนเสียงมาให้โต้งฟรีๆ ผมเลยให้ชัช เตาแก๊ส ประสานกับชัช เตาปูนโดยตรง ชัช เตาแก๊ส คือเพื่อนสนิทของโต้ง ส่วนชัช เตาปูนจะเอาเสียงของเขาไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นคะแนนมาให้โต้งในการเลือกตั้งครั้งนี้.. อ้อ!..โดยโต้งไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว ผมน่ะพร้อมให้เงินโต้ง.. แต่ โต้งบอก ขอสอบตกดีกว่าเป็น สส. ใช้เงินซื้อเสียง!”
“ครับพ่อ.. ไม่ต้องใช้เงินซื้อเสียงแล้วได้คะแนนมากกว่า 2 หมื่นเสียง ถ้างั้น.. พี่ชัชมีเงื่อนไขอะไร? พี่ชัชต้องการอะไรจากพี่โต้งหรือเปล่า?”
ก่อนพี่ชัช เตาปูนจะตอบ.. น้าชาติได้พูดแทรกขึ้นมาทันทีว่า
“เรื่องนี้.. เดี๋ยวชัชคุยกับพ่อหลังชัช เตาปูน กลับนะ”
ช่วงบ่ายน้าชาติได้เรียกผมไปพบและพูดคุยกันอีกครั้งเรื่อง ชัช เตาปูน...
“ชัช เตาปูน บอกพ่อมีแค่เงื่อนไขข้อเดียว คือ ให้โต้งไปเยี่ยมเขา”
นั่นคือสิ่งที่น้าชาติบอกกับผมถึงสิ่งที่ “ชัช เตาปูน” ต้องการจาก “พี่โต้ง”?
“พ่อครับ พ่อถามพี่ชัช เตาปูนหรือเปล่าว่า ให้พี่โต้งไปเยี่ยมหรือพบที่ไหน? พ่อก็รู้นิสัยตรงไปตรงมาของพี่โต้งดีว่า ถ้าไปเยี่ยมหรือพบที่บ้านพี่ชัช.. ผมยังพอจะคุยกับพี่โต้งได้บ้าง.. แม้มันจะยาก.. แต่ผมจะลองผลักดันครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปหรือไม่ไปนะครับ ผมรับรองเรื่องพี่โต้งไม่ได้เลย แต่ถ้าไปเยี่ยมหรือพบที่บ่อนเตาปูนของพี่ชัช.. ผมบอกพ่อได้เลยว่า..พี่โต้งไม่ยอมไปแน่นอน.. ซึ่งผมเห็นตรงกับพี่โต้งนะครับ คือ พี่โต้งยอมสอบตกจากการเป็น สส. ดีกว่าเสียชื่อเสียงตระกูลชุณหะวัณ เพราะการใช้เงินซื้อเสียงหรือทำเรื่องอะไรที่ไม่ถูกต้อง ครับพ่อ!”
ผมถาม น้าชาติด้วยความกังวลในเงื่อนไขของ ชัช เตาปูน เพราะถึงแม้จะได้เสียง 2 หมื่นคะแนนฟรีๆ แต่ก็มีสิ่งที่ต้องคิด ต้องระวังไม่มากก็น้อยเป็นธรรมดา.. จริงไหม?
น้าชาติขอตัวรับโทรศัพท์ด่วนก่อนจะกลับมาตอบผมอย่างชัดเจนว่า
“เอ้า!.. สรุปนะชัช เตาแก๊ส ทาง ชัช เตาปูนขอให้โต้งไปเยี่ยมหรือพบที่บ้านเขา ไม่ใช่ไปที่บ่อนเตาปูน”
“ครับ... อย่างนี้ก็อาจจะง่ายขึ้น.. แต่ผมก็ยังไม่ยืนยันนะว่า.. พี่โต้งจะยอมไปบ้านพี่ชัชที่เตาปูนหรือเปล่า”
ผมบอกความรู้สึกผมกับน้าชาติตรงๆ เพราะพี่โต้งเป็นคนคิดถี่ถ้วนเสมอว่า เรื่องใดควรหรือไม่ควรทำ
“ชัชก็ช่วยอธิบายเรื่องการได้คะแนนเสียงฟรี 2 หมื่นคะแนนจากชัช เตาปูน ให้โต้งฟังหน่อยก็แล้วกัน 2 หมื่นคะแนนฟรีๆ นี่ไม่ใช่หาได้ง่ายๆ ในสนามเลือกตั้งนะ.. ชัชช่วยบอกโต้งว่า บางเขตบางจังหวัดต้องซื้อเสียงกันตั้งหลายสิบล้านหรือร้อยๆ ล้านกันเลย.. ชัชก็รู้ใช่ไหมล่ะ?”
อืม.. นั่นเป็นความจริงที่ผมรู้มา เพราะมีการซื้อเสียงหลายสิบหรือนับร้อยๆ ล้านบาท โดยเฉพาะถ้าเขตไหนมีการแข่งกันอย่างรุนแรงในเรื่องเกี่ยวกับโอกาสจะได้ตำแหน่ง “รัฐมนตรี”
อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุขคนหนึ่งที่ผมรู้จัก (เสียชีวิตไปแล้ว) เล่าประสบการณ์ให้ผมฟังว่า เคยหิ้วกระเป๋าใส่เงินสด 60 ล้านบาทของนักการเมืองคนหนึ่ง ไปซื้อเสียงชาวบ้าน หมดไปถึง 30 ล้านบาท เงินที่เหลืออีก 30 ล้านบาท อดีตปลัดฯ คนนั้นหิ้วกลับไปคืนนักการเมืองเจ้าของเงิน.. แต่นักการเมืองเจ้าของเงินคนนั้นไม่รับเงินคืน บอกกับอดีตปลัดฯ ว่า
“ท่านปลัดฯ ช่วยนำเงินที่เหลือไปใช้ให้หมดด้วยนะ!” อดีตปลัดฯ บอกกับผมว่า เขากลัวบาปกรรม
“เพราะผมใช้เงินซื้อเสียงจนครบหมดทุกหมู่บ้านทุกตำบลแล้ว แม้ว่าผมจะยืนยันกับนักการเมืองเจ้าของเงินว่า ผมเช็กแล้ว ยืนยันว่าท่านชนะคู่แข่งแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ นักการเมืองคนนั้นก็ยังคงไม่วางใจ จึงยังยืนยันจะให้ผมลงไปซื้อเสียงซ้ำอีกในทุกหมู่บ้านทุกตำบลอีกครั้ง”
แต่ด้วยความซื่อและกลัวบาปกรรมของอดีตปลัดฯ ที่ไม่อาจไปซื้อเสียงซ้ำอีกครา.. อดีตปลัดฯ จึงแก้ปัญหาด้วยการนำเงินที่เหลือทั้งหมด 30 ล้านบาท ไปถวายให้กับเจ้าอาวาสวัดดัง เงินซื้อเสียงก้อนนั้นท่านเจ้าอาวาสได้นำไปสร้างศาลาใหญ่ของวัด
“คุณชัช... หลังผมถวายเงินทั้งหมดให้วัดสร้างศาลา ผมก็สบายใจ เพราะเชื่อว่าแก้กรรมจากเงินซื้อเสียงที่เหลือก้อนนั้นได้แล้ว..”
ผมเคยไปเยี่ยมศาลาใหญ่อลังการของวัดดังแห่งนี้แล้ว แต่ไปหลังจากท่านอดีตปลัดฯ เสียชีวิตไปแล้ว ผมเลยไม่รู้ว่าเงินถวายวัดครั้งนั้นแก้กรรมเวรของอดีตปลัดฯ ได้หรือเปล่า?
ในงานแต่งงานลูกชายคนเล็กของผม ประธานงานคือ “พินิจ จารุสมบัติ” เพื่อนที่เข้าป่าด้วยกัน ผู้เข้าสู่วงการเมืองมาอย่างยาวนาน จนได้เป็นทั้งรัฐมนตรี และ รองนายกฯ หลายครั้ง พินิจได้พูดผ่านไมค์ว่า
“ชัชกับผมทำกิจกรรมมาตลอด จนต้องเข้าป่า เผชิญเรื่องเกือบตายมาแล้วหลายครั้ง ชัชเป็นเลขาส่วนตัวของน้าชาติ ชัชควรจะรวยหลายร้อยล้านแล้ว และควรมีชีวิตที่สุขสบายกับครอบครัว!”
อืม.. ซึ่ง พินิจ รู้อยู่แก่ใจว่า ผมยังแร้นแค้นทางการเงินจนบัดนี้ เรียกได้ว่า “ผมยังจนอย่างคงเส้นคงวาเหมือนเดิม”
พินิจ ได้พูดผ่านไมค์กลางงานว่า “แต่เพราะไอ้ชัชมันไม่คอร์รัปชั่นให้กับนักการเมืองทั้งเล็กใหญ่ มันก็เลยไม่ใช่เศรษฐีร้อยล้าน!” ซึ่งผมขอรวมถึงพี่โต้งด้วย เพราะพี่โต้งไม่เคยคิดจะทำเรื่องสามานย์เหล่านั้น!
กลับมาเรื่อง ชัช เตาปูน.. สองวันต่อมา น้าชาติโทรถามผมว่า.. “ชัช คุณได้คุยกับโต้งเรื่องพบชัช เตาปูนหรือยัง?”
“พ่อครับ.. ผมกำลังจะไปคุยกับพี่โต้งที่บ้านครับ.. ที่ช้าเพราะผมต้องหาเหตุที่จะคุยกับพี่โต้งครับ.. ถ้าเหตุผลผมไม่ดีพอ พี่โต้งก็จะไม่เอาด้วย.. เกมนี้ก็จบครับ!”
“เดี๋ยวชัชคุยกับโต้งแล้วแวะมาเจอพ่อที่บ้านด้วยนะ พ่อให้คนดูรายละเอียดเขตเลือกตั้งโต้งแล้ว โต้งต้องได้ 3 หมื่นเสียงขึ้นไป ถึงจะชนะ ถ้าได้เสียง 2 หมื่นของชัช เตาปูน คะแนนก็ได้เกินครึ่งแล้ว หาเพิ่มอีก 1 หมื่นกว่าเสียง โต้งก็ชนะเลือกตั้งครั้งนี้ได้แล้ว”
อืม.. ความห่วงใยลูกชายคนเดียว.. ดูเหมือนน้าชาติจะตามเรื่องเลือกตั้งของพี่โต้งอย่างต่อเนื่องตลอด
“ครับพ่อ.. เดี๋ยวคุยเสร็จแล้วผมจะแวะไปเล่าให้พ่อฟังว่า สำเร็จหรือไม่สำเร็จนะครับ”
ผมเปิดประตูเข้าห้องทำงานของพี่โต้ง ขณะที่พี่โต้งอารมณ์ดีอยู่กับการดีดกีต้าร์โปร่งตัวโปรดและร้องเพลง IMAGIN ของ JOHN LENNON วง THE BEATLE ที่ทำนองไพเราะและเนื้อหาดีเยี่ยม
พี่โต้งเหลือบตามองผม แต่ยังไม่หยุดเล่นกีตาร์และร้องเพลงโปรด จนเพลงจบ พี่โต้งจึงมานั่งเก้าอี้ตรงข้ามผมแล้วพูดว่า
“ชัชจะมาคุยเรื่องชัช เตาปูน ที่พ่อบอกจะยกคะแนน 2 หมื่นเสียงให้พี่ฟรีๆ แต่พี่ต้องไปหาเขาใช่ไหม?”
“ใช่ครับพี่โต้ง.. เอ๊ะ! แสดงว่าพี่โต้งรู้และเข้าใจเรื่องทั้งหมดของชัช เตาปูนแล้ว? ผมไม่ได้มาพบเพื่อเกลี้ยกล่อมพี่นะ ผมน่ะไม่บังอาจหรอกครับ เพราะพี่โต้งฉลาดกว่าผมอยู่แล้ว.. ผมมาเพื่อจะถามว่า.. พี่โต้งจะไปพบชัช เตาปูนที่บ้านหรือไม่ไปเท่านั้นครับ เพราะเดี๋ยวผมต้องแวะไปคุยเรื่องนี้กับพ่อของพี่”
“งั้น.. ชัชไปบอกพ่อเลยว่า พี่จะไปบ้านชัช เตาปูนกับชัชในวันสองวันนี้แหละ”
โอ๊ย! งานน้าชาติชิ้นนี้.. ไฉนจึงจบลงง่ายดายอะไรเช่นนี้วะ.. ต้องขอขอบคุณพี่โต้งล้านครั้งเลยครับ!!!


