xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อจีน-รัสเซีย-อิหร่าน...กำลังเริ่มสร้าง“ระเบียบโลกใหม่”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


พันเอกดักลาส แมคเกรเกอร์ อดีตนายทหารจากกองทัพบกสหรัฐฯ
ปิดฉากสัปดาห์นี้...คงต้องขออนุญาตเริ่มด้วยคำพูด คำประกาศ ของผู้นำทางทหารระดับรัฐมนตรีกลาโหมของจีน “พลเรือเอกDong Jun” ที่ได้ออกมาสรุปแบบเสียงดัง-ฟังชัด เมื่อช่วงวันจันทร์ที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา หรือหลังจากได้รับรู้รับทราบถึงยุทธการทางทหารของกองทัพอเมริกาที่เล่นเอาใครต่อใครออกจะ “มึนซ์ซ์ซ์ๆ งงง์ง์ง์ๆ”กันไปมิใช่น้อย นั่นคือ “การปิดช่องแคบ Hormuz” ของอิหร่าน เพื่อหวังจะให้อิหร่าน “เปิดช่องแคบ Hormuz”ซะโดยดี ไม่งั้น... “ถ้าเรือลำใดเฉียดใกล้เข้ามาในแนวปิดล้อมของเรา พวกมันจะถูกกำจัดโดยทันที โดยระบบสังหารแบบที่เราเคยใช้กับพวกลักลอบขนยาเสพติด” ดังที่ “ทรัมป์บ้า” ผู้นำอเมริกาได้ออกมาขู่ฟ่อดๆ ไว้ใน“Truth Social” ก่อนหน้านี้... 

แต่สำหรับ “มหาอำนาจคู่แข่งอเมริกา” อย่างคุณพี่จีน ที่ต้องหาซื้อน้ำมันจำนวนถึง 40 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการในประเทศ และแก๊ส LNG อีก 30 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการในประเทศจากคุณปู่อิหร่าน เมื่อต้องเจอกับการข่มขู่ คุกคาม แบบที่ “อันตรายและไร้ความรับผิดชอบ” เอามากๆ ตามที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนได้ระบุเอาไว้ รัฐมนตรีกลาโหมของจีนท่านเลยต้องออกมาเน้นคำพูดแต่ละคำ แต่ละวรรค แต่ละประโยค ไว้ดังนี้...“เรือของเรากำลังเคลื่อนเข้าและออกจากน่านน้ำช่องแคบ Hormuz ตามที่เราได้มีข้อตกลงทางการค้าและพลังงานกับอิหร่านโดยให้ความเคารพและยึดถือตามข้อตกลงนั้นๆ ดังนั้น...จีนจึงคาดหมายเอาไว้ว่าจะไม่มีฝ่ายอื่น-ฝ่ายใดที่คิดจะมาแทรกแซงกิจการของเรา!!!” 

นี่...ต้องเรียกว่าเรียบๆ ง่ายๆ สั้นๆ และกระชับ แต่คงต้องนำไปคิด ไปแปลความ ตีความประมาณ 8 ตลบหรือ 10 ตลบเป็นอย่างน้อย เพราะถ้าเรือรบอเมริกันคิดจะทำอะไรต่อมิอะไรกับเรือบรรทุกพลังงานของจีนแบบที่เคยเล่นงานเรือประมงลำเล็กๆ ของเวเนซุเอลา จนพลเรือนตายโหง-ตายห่าไปนับสิบๆ ราย โอกาสที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะเข้าสู่ภาวะ...“เตร๊ง-เตรง เตร่ง-ต๋อย...ไฟไหม้มูลฝอยดังพรึ่บบ์บ์บ์!!!” ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ หรือเท่ากับ “มหาอำนาจสูงสุดแห่งโลก” อย่างคุณพ่ออเมริกา อาจต้องเปิดหน้า เผชิญหน้ากับ “มหาอำนาจคู่แข่ง”อย่างจีนแบบตรงไปตรงมา หรือเท่ากับเป็นการยกระดับ“สงครามอิหร่าน” จากระดับภูมิภาคไปแล้วก็ว่าได้ ให้ต้องกลายเป็น “สงครามโลกครั้งที่ 3” อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้เลย... 

ดังนั้น...มาตรการหรือยุทธการทางทหารแบบ “สิ้นคิด” หรือแบบ “ปิดช่องแคบเพื่อเปิดช่องแคบ” ของกองทัพอเมริกา จึงเป็นอะไรที่ยากส์ส์ส์จะเป็นไปได้เอาง่ายๆคือไม่เพียงแต่ต้องทุ่มเทงบประมาณจำนวนมหาศาลออกลาดตระเวนไล่ล่าเรือแต่ละลำในน่านน้ำสากล แบบเดียวกับพวก “โจรสลัด” ทั้งหลาย แต่ยังหมายถึงอาจต้องเผชิญหน้า ต้องปะทะขัดแย้งโดยตรงในการบุก การตรวจจับเรือ “มหาอำนาจคู่แข่ง” อย่างจีน ที่มีลำหัก-ลำโค่นมากเสียยิ่งกว่าอิหร่านไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า คือแค่เจอ“มหาอำนาจระดับกลาง” หรือพี่เบิ้มแห่ง “แนวรบตะวันออกกลาง” อย่างอิหร่านไม่ว่าในช่วง “สงคราม 12วัน” หรือที่กำลังปาเข้าไป 40-50 วันมาแล้วก็ตาม ทั้งกองทัพอเมริกาที่ผนวกรวมตัวกับพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์อย่างอิสราเอล ก็ถึงกับ “ไปไม่เป็น” กันเห็นๆ ถูกคุณปู่อิหร่านท่านออกอาวุธโต้แบบดอก-ต่อ-ดอก ตา-ต่อ-ตา ฟัน-ต่อ-ฟัน แล้วถ้าดันไปเล่นงานเรือจีน หรือไปลากเอามหาอำนาจแห่ง “แนวรบทะเลจีนใต้” อย่างคุณพี่จีนเข้ามาอีก โอกาสที่จะไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี-หนีไม่พ้น กุศลาธัมมา-อกุศลาธัมมา ต้องเอาน้ำมะพร้าวล้างหน้า ก่อนแบกขึ้นเมรุ เพื่อเผาหลอก-เผาจริง ย่อมต้องเป็นไปได้อยู่แล้วแน่ๆ!!! 

นั่นยังไม่รวมถึงคุณน้ารัสเซียแห่ง “แนวรบยุโรปตะวันออก” ที่มีอาวุธร้ายๆ อย่าง S-500, Oreshnik, Poseidon ติดหัวรบนิวเคลียร์ ฯลฯอยู่เต็มไม้-เต็มมือ ที่ไม่เพียงแต่เป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่ไร้ขีดจำกัด”ของจีน แต่ยังพร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อตกลง ตามสนธิสัญญาความเป็น “พันธมิตรทางยุทธศาสตร์” กับอิหร่าน อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเอาเลยแม้แต่น้อย และคงมิอาจ “แอบจิต” ใดๆ ได้อีกต่อไป แม้ “ทรัมป์บ้า” จะเคยปูพรมแดงต้อนรับมาก่อนก็เถอะ ด้วยเหตุนี้...“กองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก” ของอเมริกา ตามราคาคุย ราคาโม้ของผู้นำอเมริกา...จะไปเหลืออะไร!!! แม้จะมีจอมยุแยงตะแคงรั่ว อย่างอิสราเอลคอยควบคุม บงการ อย่างใกล้ชิดก็ตาม เพราะโอกาสที่จะใช้มาตรการทางทหารมา “แก้ปัญหาพลังงาน” ซึ่งกำลังเป็นตัวกดดันให้ระบบเศรษฐกิจอเมริกาอาจถึงขั้น “ล่มสลาย” เอาง่ายๆ มันแทบมองไม่เห็นความเป็นไปได้ใดๆ ทั้งสิ้น... 

มีแต่ต้องหันมายอมรับ “ความจริง” หรือ “ความพ่ายแพ้” ที่ได้กลายเป็นสิ่งเดียวกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หันมาหาทางออกด้วย “การเจรจา” กับบรรดา“มหาอำนาจ” ในแต่ละขั้ว ไม่ว่าจะด้วยการยอมปล่อยให้ช่องแคบ “Hormuz” ของอิหร่าน มีสถานะเช่นเดียวกับช่องแคบ “Dardanelles” ของตุรกี ดังที่ผู้เชี่ยวชาญการทหารชาวอเมริกันอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีกลาโหม อย่าง“พันเอกDouglas Macgregor” ท่านได้จุดประกายแนวคิด แนวทาง ไว้ล่วงหน้า จนอาจกลายเป็น “กฎเกณฑ์” ใหม่ๆ หรือ “ระเบียบโลก” แบบใหม่ หรือไม่? อย่างไร? คงต้องค่อยไปว่ากันอีกที แต่ด้วยเหตุเพราะตัวละครสำคัญๆ ทั้ง 3 แนวรบ ไม่ว่าจีน-รัสเซีย-อิหร่าน ที่ต่างมีพละกำลังในระดับ “มหาอำนาจ” ไปด้วยกันทั้งสิ้น และต่างมุ่งหมายที่จะผลักดันให้โลกใบนี้เป็น “โลกหลายขั้วอำนาจ” อย่างมิอาจผันแปรไปเป็นอื่น อีกทั้งยังมีความเกี่ยวข้อง พัวพันระหว่างกันและกันแบบตัดไม่ได้-ขายไม่ขาด ดังนั้น...มหาอำนาจสูงสุดอย่างอเมริกา หรือ“มหาอำนาจแห่งโลกขั้วเดียว” ที่นับวันจะโดดเดี่ยว จะโฮมอโลน ยิ่งเข้าไปทุกที คงหนีไม่พ้นต้องเจอกับ “ข้อเสนอที่เอ็งมิอาจปฏิเสธ” ไปตามลำดับ... 

เพราะแม้แต่พันธมิตรที่ใกล้ชิดระดับเคียงบ่า-เคียงไหล่กันมาโดยตลอด หรือผู้ที่ได้ชื่อว่า “สุนัขพูเดิลอเมริกา” อย่างอังกฤษ ก็ดูไม่คิดจะเห่า ไม่คิดจะกัด อย่างที่คุณพ่ออเมริกาหวังและต้องการอีกต่อไปแล้ว ไม่ยอมส่งเรือรบ หรือส่งกำลังทหารมาร่วมเปิดช่องแคบ“Hormuz” โดยเด็ดขาด อย่างมากก็อาจส่ง “เรือกวาดทุ่นระเบิด” เข้ามาช่วยเก็บ ช่วยกวาด ไปตามแรงกด แรงบีบ เพราะอย่างที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษ “นายKeir Starmer” ท่านว่าเอาไว้นั่นแหละว่า ต้องยึดเอา “ผลประโยชน์แห่งชาติ” ของอังกฤษเป็นสำคัญ ดังนั้นแทนที่จะเห่า จะกัด คงต้องหันไปร้อง “เอ๋งๆ” เอาไว้ก่อน ส่วนสเปนนั้น...ยิ่งหนักขึ้นไปอีก หลังจากนายกฯสุดหล่อ “นายPedro Sanchez” ประกาศไม่ยอมให้กองทัพอเมริกาใช้ฐานทัพ ใช้น่านฟ้าสเปนไปเล่นงานอิหร่านโดยเด็ดขาด วัน-สองวันมานี้...ยังบินไปจับมือ ถือแขนกับประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” ถึงเมืองจีน ส่วนภายในประเทศที่เมืองเอล บูร์โกส บรรดาชาวกระทิงดุถึงกับลงทุนแห่รูปจำลองผู้นำอิสราเอล “นายBenjamin Netanyahu” ที่บรรจุดินระเบิดเอาไว้ถึง 14 กิโลกรัม มาระเบิดกันต่อหน้าต่อตา เล่นเอาทูตอิสราเอลถึงกับต้องพ่นมธุเรศวาจาออกมาถึงขั้นว่า “ความเกลียดชังอันน่าตกใจของชาวสเปนที่มีต่อชาวยิว เป็นผลโดยตรงมาจากการยุยง ปลุกปั่น ของนายกรัฐมนตรี Sanchez” เอาเลยถึงขั้นนั้น... 

คือพูดง่ายๆ ว่า...ทั้งอเมริกาและพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์อิสราเอล ถูกใครต่อใครเกลียดไปทั่วทั้งโลกไปแล้วก็ว่าได้ อันเนื่องมาจาก “ความเหี้ย...ม์ม์ม์ม” และ“ความบ้า” ที่ปรากฏให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ในแนวรบตะวันออกกลางนั่นแหละเป็นสำคัญ ยิ่งต้องเจอกับความบ้าชนิดไม่รู้หมู่-รู้จ่า ไม่รู้กาลเทศะของผู้นำอเมริกาอย่าง“ทรัมป์บ้า” ที่ออกมาด่าพระสันตะปาปา “เลโอที่ 14”แบบตรงไป-ตรงมานายกรัฐมนตรีอิตาลี “นางGiorgia Meloni” ท่านถึงขั้นต้องออกแถลงการณ์ว่า “รับไม่ได้”เอาเลยถึงขั้นนั้น ส่วนประเทศเสาหลักยุโรป อย่างฝรั่งเศสและเยอรมนีก็บินไปจับมือกับ “สี จิ้นผิง” ก่อนหน้านั้นเป็นที่เรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว หรือแทบไม่เหลือใครที่คิดจะยอมเป็น “น้ำยา” ให้กับ “ขนมอเมริกา” เอาเลยแม้แต่น้อย ต่างหันไปหา “ขนมจีน” กันไปเป็นแถวๆ... 

ด้วยเหตุเพราะ “ความบ้า” ของผู้นำอเมริกา มหาอำนาจสูงสุดแห่งโลกในทุกวันนี้...คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้เลยว่า ออกอาการ “บ้าโดยสมบูรณ์แบบ” ถึงขั้นหลุดโลก หลุดวงโคจร เอาตัวเองไปเทียบเคียงกับพระศาสดาอย่าง “พระเยซูคริสต์” ไปแล้วถึงขั้นนั้นโพสต์รูปตัวเองใส่เสื้อคลุมคล้ายๆ พระเยซูกำลังรักษาอาการป่วย อาการไข้ให้กับผู้ที่นอนอยู่บนเตียง มีนกอินทรี เทวดาและเครื่องบินรบอเมริกันอยู่ข้างหลัง มีธงชาติอเมริกาช่วยเสริมความยิ่งใหญ่ เกรียงไกร เลยต้องเจอกับ “นักเลงโซเชียล” เอาไปตัดแต่ง ตัดต่อ กลายเป็นภาพ “นายJeffrey Epstein” พวกอาชญากรค้าเด็ก ใคร่เด็กนั่นแหละที่นอนอยู่บนเตียง แวดล้อมไปด้วยบรรดา “Epstein Regime” หรือพวก “ระบอบปกครองเอปสตีน” ในแต่ละราย ไม่ว่า “Melania Trump” เมียของ“ทรัมป์บ้า” “นางGhislaine Maxwell” คู่ขาของ“Epstein” ตลอดไปจน “นายBenjamin Netanyahu”ผู้นำอิสราเอล โดยมีธงชาติอิสราเอลโดดเด่นเป็นสง่า หรือเป็นไปในแบบ “Israel First” ไม่ใช่ “America First” แต่อย่างใด จาก “ความเหี้ยม” และ “ความบ้า” ที่ผสมรวมตัวจนกลายมาเป็น “ระบอบเอปสตีน” ของพวกค้าเด็ก ใคร่เด็ก หรือผู้ที่ถูกเรียกขานในนาม “Antichrist” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง ที่กำลังทำให้ “จักรวรรดิอเมริกา” และพวก “โลกขั้วอำนาจเดียว” ใกล้จะถึงกาล “ล่มสลาย” ในอีกไม่นาน-ไม่ช้า เพื่อเปิดทางให้โลกยุคใหม่ ระเบียบโลกแบบใหม่ สามารถอุบัติขึ้นมาได้อย่างเป็นจริง-เป็นจัง...