ด้วยเหตุเพราะข้อมูล-ข่าวสารไม่ว่าจะข่าวจริง-ข่าวปลอมเกี่ยวกับ “สงครามอิหร่าน”...มันออกจะทะลั่งหลั่งพรั่งพรูกรูเข้ามาในทุกทิศทุกทางไม่ใช่หนังสือพิมพ์วิทยุทีวีแค่ไม่กี่ช่องกี่ฉบับเหมือนก่อนๆแต่สามารถแพร่กระจายเป็นล้านๆ เว็บฯ หมื่นๆ แสนๆ วิดีโอชนิดเล่นเอาอิ่มเล่นเอาจุกกันไปมิใช่น้อยสำหรับการแยกแยะว่าอะไรถูก-อะไรผิดอะไรเท็จ-อะไรจริงเปิดฉากสัปดาห์นี้...เลยคงต้องขออนุญาตเชิญชวนให้หันไปมอง “ภาพรวม” หรือมอง “ป่าทั้งป่า” กันอีกสักครั้งนั่นแหละทั่น!!!
และคงไม่ถึงกับลำบากยากเย็นอะไรมากมายในการค้นหาภาพเหล่านี้เพราะแค่ลองหันไปสำรวจตรวจสอบ “แนวรบ” สำคัญๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องพัวพันกับความเป็นไปของฉากสถานการณ์โลกไม่ว่า “แนวรบตะวันออกกลาง” “แนวรบยุโรปตะวันออก” และ “แนวรบทะเลจีนใต้” ก็น่าจะพอนึกภาพน่าจะพอมองเห็นแนวโน้มความเป็นไปของโลกได้อย่างถนัดชัดเจนพอสมควรโดยถ้าเริ่มจาก “แนวรบตะวันออกกลาง” ที่การเปิดฉากโจมตีอิหร่านของคุณพ่ออเมริกาและอิสราเอลมันชักจะอีนุงตุงนังยิ่งเข้าไปทุกทีแต่ไม่ว่าการเจรจาหาข้อยุติข้อตกลงระหว่างอเมริกากับอิหร่านที่ปากีสถานมันจะออกมาในแนวไหน?รูปไหน?สุดท้ายแล้ว...สิ่งที่คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ก็คือ “ดุลอำนาจ” ในตะวันออกกลางย่อมไม่มีวันเหมือนเดิมหรือหวนกลับมาสู่จุดเดิมๆได้อีกต่อไปแล้ว...
โดยเฉพาะบรรดา “ประเทศอ่าวฯ” หรือ “GCC” เช่น ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ บาห์เรน ยูเออี ฯลฯ ที่เคยพยายามปกปักรักษาความมั่นคงของตัวเองด้วยการเปิดบ้านเปิดพื้นที่ให้กองทัพอเมริกาเข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการในประเทศตัวเองอย่างชนิดยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่งโดยแทบไม่ได้สนใจเอาเลยว่าอเมริกาและพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์อย่างอิสราเอลนั้นจะใช้บ้านใช้พื้นที่ประเทศตัวเองไปเล่นงานใครต่อใครในภูมิภาคตะวันออกกลางแถมยังพร้อมให้เงินให้ทองให้ “ค่าคุ้มครอง” ไม่ว่าในรูปใดๆก็แล้วแต่แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้ณวินาทีนี้ก็น่าเป็นที่ชัดเจนพอสมควรแล้วว่าไม่เพียงแต่จะไม่ต่างไปจากการ “ชักศึกเข้าบ้าน” แต่การปกป้องคุ้มครองโดยมหาอำนาจสูงสุดอย่างอเมริกานั้นกลับนำมาซึ่งความพินาศฉิบหายไม่ว่าในทางการเมืองเศรษฐกิจหรือแม้แต่การทหารก็ตามที...
เพราะแค่เจอกับ “มหาอำนาจระดับกลาง” อย่างอิหร่านที่ผนึกเหนียวแน่นกับบรรดาพวก “อักษะแห่งการต่อต้าน” หรือ “Axis of Resistance” ไม่ใช่แค่ส่งผลให้มหาอำนาจสูงสุดอย่างอเมริกาและพันธมิตรอิสราเอลจะ “ไปไม่เป็น” เท่านั้นแต่ยังฉุดลากกระชากถูให้บรรดาประเทศอ่าวทั้งหลายต้องหัวทิ่มหัวตำล้มคว่ำคะมำหงายหรืออาจถึงขั้น “ล่มสลาย” เอาง่ายๆ ความปั่นป่วนวุ่นวายทางเศรษฐกิจที่อาจนำมาซึ่งการลุกฮือทางการเมืองต่อบรรดา “ราชวงศ์” ทั้งหลายกลายเป็นสิ่งที่เริ่มมองเห็นรางๆ ขึ้นมามั่งแล้วการจ่าย “ค่าธรรมเนียม” เรือน้ำมันลำละ 2.5 ล้านดอลลาร์ หรืออันที่จริงคงต้องเรียกว่า “ค่าชดเชย” น่าจะเหมาะกว่าสำหรับผู้ที่เปิดบ้านเปิดพื้นที่ให้กองทัพอเมริกันและอิสราเอลเข้าไปฆ่าเด็กฆ่าผู้หญิงฆ่าพลเรือนผู้บริสุทธิ์ฆ่าบรรดาผู้นำของประเทศอิหร่านเขาชักจะกลายเป็น “ข้อเสนอที่เอ็งมิอาจปฏิเสธ” ยิ่งเข้าไปทุกทีแม้จะพยายามผนึกกำลังรวมตัวหันไปหา “สหประชาชาติ” ให้ร่วมมือกันใช้ “ทุกวิธีในการจัดการอิหร่าน” แต่เมื่อ “พันธมิตรทางยุทธศาสตร์” ของอิหร่านอย่างจีนและรัสเซียไม่เอาด้วยทุกสิ่งทุกอย่างก็เลย “แบ่บบ์บ์บ์แห้งง์ง์ง์” ไปด้วยประการละฉะนี้...
การหมดฤทธิ์หมดเดชหมดสภาพของคุณพ่ออเมริกาในการพิทักษ์ปกป้องคุ้มครองประเทศเหล่านี้ทำให้ความพยายามสร้างสายใยผูกพันระหว่างอเมริกา-อิสราเอลกับบรรดาประเทศอ่าวฯทั้งหลายที่เรียกๆกันว่า “Abraham Accords” อะไรประมาณนั้นไม่เพียงแต่จะ “แห้วกระป๋อง” ไปโดยปริยายแต่ยังกลายเป็นแรงกระตุ้นแรงผลักดันให้บรรดาประเทศเหล่านี้ต้องพยายามดิ้นรนแสวงหา “พันธมิตร” ที่น่าไว้ใจน่าวางใจยิ่งกว่าเดิมไม่ว่าจะเป็นจีนหรือรัสเซียเพราะการหันมาซื้อ-ขายน้ำมันด้วยเงิน “Yuan” แทนที่จะเป็นเงิน “Dollar” ไม่เพียงแต่จะทำให้การขนส่งสินค้าออกที่สำคัญที่สุดเกิดความสะดวกคล่องแคล่วแต่เพียงเท่านั้นแต่ยังน่าจะเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับความหวังความต้องการของประเทศซีกโลกใต้อย่างอิหร่านพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ของจีนและรัสเซียที่ได้ผงาดขึ้นเป็น “มหาอำนาจระดับกลาง” เป็นที่เรียบร้อยแล้วและนั่นเอง...ที่จะทำให้ “ดุลอำนาจ” ในตะวันออกกลางเกิดการผันเปลี่ยนพลิกจากหลังตีนเป็นหน้ามืออย่างมิมีวันหวนกลับคืนมาได้อีก...
ส่วน “แนวรบยุโรปตะวันออก” ยิ่งแทบไม่ต้องพูดถึงเพราะความพยายามที่จะใช้ “ตัวตลก-ตัวแทน” อย่างยูเครนเป็นเครื่องบั่นทอนทำลายศักยภาพของประเทศรัสเซียโดยบรรดาประเทศยุโรปตะวันตกทั้งหลายมาถึงบัดนี้วินาทีนี้คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ว่า “สงครามยูเครน” เองนั่นแหละที่กลายเป็นตัวบั่นทอนทำลายศักยภาพของบรรดาประเทศยุโรปทั้งหลายระดับไม่ใช่แค่ “อียู” ต้องกลายเป็น “อีย้วย” เท่านั้นแต่กำลังจะกลายเป็น “อียับเยิน” ในอีกไม่ใกล้-ไม่ไกลนับจากนี้ยิ่งเมื่อต้องเจอกับภาวะขาดแคลนพลังงานขาดปุ๋ยขาดสินค้าต่อเนื่องจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมฯลฯจนบรรดาประเทศ “เสาหลัก” อียูในแต่ละรายต่างอ้วกแตก-อ้วกแตนไปตามๆกันที่หนักยิ่งไปกว่านั้นก็คือการขาดสะบั้นแบบชนิดต่อยังไงก็ต่อแทบไม่ติดของสิ่งที่เรียกว่า “Transatlantic Relationship” หรือความเป็นพันธมิตรสองฟากฝั่งแอตแลนติกนั่นเอง...
เรียกว่า...การอยู่-การไปของอเมริกาในองค์กรพันธมิตรทางทหารอย่าง “NATO” ก็หนักไปทางลูกผี-ลูกคนหรือยังมิอาจสรุปได้เลยว่าจะออกลูกไหนกันแน่?แม้เลขาธิการ “NATO” อย่าง “นายMark Rutte” จะเพียรพยายามไปจับเข่าจับหัวหน่าวของ “ทรัมป์บ้า”ผู้นำอเมริกาเมื่อช่วงวันพุธที่ผ่านมา(8เม.ย.)แต่ก็ใช่ว่า...จะสามารถตอบสนองความต้องการของ “คนบ้า” หรือของ “ทรัมป์บ้า” ได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะโดยการหันมาเกลี้ยกล่อมสมาชิก “NATO” จำนวน 22 ประเทศให้ไปร่วมเปิดช่องแคบ “Hormuz” กับอเมริกาหรือจะตัดสินใจยก “เศษก้อนน้ำแข็ง”(Piece of Ice) อย่างเกาะกรีนแลนด์ตามคำเรียกของ “ทรัมป์บ้า” ให้กับอเมริกาโดยปราศจากเสียงคัดค้านใดๆ เอาเลย...
ส่วนการคิดจะรวบรวมบรรดา “มหาอำนาจระดับกลาง” ที่ไม่ต้องการเป็นทั้งรัฐบริวารของอเมริกาหรือจีนตามการชี้แนะชี้นำของ “Emmanuel Macron” ผู้นำฝรั่งเศสก็ใช่เป็นเรื่องง่ายๆ...เพราะไม่ว่าจะหันไปหาญี่ปุ่นเกาหลีใต้ต่างก็กรอบเป็นข้าวเกรียบเมืองเพชรไปด้วยกันทั้งนั้นยิ่งไปกว่านั้น...การสูญเสียบทบาทอิทธิพลของโลกตะวันตก หรือบรรดาอดีตจ้าวอาณานิคมทั้งหลา ยไม่ว่าในแอฟริกา เอเชีย หรือตะวันออกกลาง ยิ่งทำให้สถานะของบรรดาประเทศยุโรปตะวันตกยิ่งมีแต่ตกต่ำเสื่อมโทรม จนยากที่จะตั้งตัวเป็นอิสระลอยๆ จากโลกที่ถูกแบ่งขั้วแบ่งข้างออกเป็น “โลกขั้วอำนาจเดียว” กับ ”โลกหลายขั้วอำนาจ” มาก่อนหน้านี้ มีแต่จะต้องหลอมรวมเข้ากับโลกใด-โลกหนึ่งอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ...
สำหรับ “แนวรบในทะเลจีนใต้” นั้นการเดินทางไปเยือนจีนแผ่นดินใหญ่ของผู้นำพรรคฝ่ายค้าน(KMT)แห่งไต้หวันหรือ “นางCheng Li-wun” เมื่อไม่กี่วันมานี้ต้องเรียกว่า “ไม่ธรรมดา” เอาเลยก็ว่าได้ด้วยเหตุเพราะฉากสถานการณ์ความเป็นไปของโลกมันได้ทำให้บรรดาผู้ที่พยายามจะสนับสนุนส่งเสริมผู้ที่พยายามยุแยงตะแคงรั่วให้ไต้หวันแยกตัวออกไปจากจีนต่างก็ออกอาการ “เดี้ยง” ไปเป็นแถบๆไม่ว่าจะเป็นคุณพ่ออเมริกายุโรปตะวันตกหรือคุณพี่ญี่ปุ่น-ยุ่นปี่แม้ว่าผู้นำพรรครัฐบาล(DPP)อย่างประธานาธิบดี “Lai Ching-te” จะพยายาม “ดิ้น” ยังไงก็แล้วแต่เช่นการพบปะตัวแทนรัฐบาลอเมริกันอย่าง “นายZach Nunn” พร้อมกับประกาศจะซื้ออาวุธอเมริกันอีก 40,000 ล้านดอลลาร์ภายในช่วงเวลา 8 ปีแต่แค่อาวุธล็อตก่อนอเมริกายังมิอาจส่งมอบให้กับไต้หวันได้เลยเพราะต้องเอามาถล่มอิหร่านกันแทนที่ยิ่งเมื่อเจอกับการตอบโต้แบบชนิดดอก-ต่อ-ดอกจน “กองทัพแห่งศตวรรษที่20” ของอเมริกาแทบทำอะไรกับ “ขีปนาวุธแห่งศตวรรษที่21” ของอิหร่านไม่ได้เลยโอกาสที่อเมริกาจะปกป้องคุ้มครองไต้หวันไม่ให้ถูกคุณพี่จีนงาบเอาดื้อๆ จึงแทบเป็นไปไม่ได้เอาเลยก็ว่าได้...
อีกทั้งการขาดแคลนพลังงานของไต้หวันที่หนักหนา-สาหัสไม่น้อยกว่าญี่ปุ่นซึ่งต้องพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางถึง 90 เปอร์เซ็นต์จะหันไปหาซื้อน้ำมันจากรัสเซียหรือจะต้องแลกเงิน “Yuan” มาซื้อน้ำมันตามกฎเกณฑ์ที่กองทัพ “IRGC” ของอิหร่านเขากำหนดไว้ให้อันนี้...ก็ยิ่งทำให้ความพยายามแยกตัวออกจากจีนหรือการประกาศเอกราชของไต้หวันยิ่งยากลำบากยิ่งขึ้นไปใหญ่และอาจด้วยเหตุนี้นี่เองที่ทำให้หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านก๊กมินตั๋งอย่าง “นางCheng Li-wun” ที่พยายามประนีประนอมกับจีนเธอถึงได้ประกาศอย่างมั่นอก-มั่นใจว่า... “ประชาชนสองฟากฝั่งแผ่นดินจีนก็คือครอบครัวเดียวกันและนี่ก็คือก้าวแรกของเส้นทางอันราบรื่นและกว้างขวางที่จะนำไปสู่อนาคตอันสดใส” นี่...อาจไม่ต้องเสียกระสุนแม้แต่นัดเดียวเอาเลยก็เป็นได้ด้วยเหตุเพราะสถานการณ์ความเป็นไปของโลกมันค่อนข้างจะเป็นใจกับความเป็น “จีนเดียว” ยิ่งเข้าไปทุกที...
หรือสรุปง่ายๆว่า...ด้วยความเกี่ยวโยงเกี่ยวพันของแนวรบหลักๆ ทั้ง 3 แนวนั่นเองที่ได้ทำให้โลกมันเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคใหม่สมัยใหม่อย่างมิอาจหวนกลับคืนไปเป็นเดิมได้อีกต่อไปแล้วหรืออย่างที่อดีตสาวก “MAGA” “นายTucker Carlson” ได้สรุปไว้เมื่อวัน-สองวันที่ผ่านมานั่นแหละว่า... “จักรวรรดิอเมริกาและระเบียบโลกขั้วเดียวได้มาถึงจุดจบจุดอวสานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”การปรากฏตัวอย่างชัดเจนของโลกหลายขั้วอำนาจที่เริ่มการก่อรูปก่อร่างก่อให้เกิด “ระเบียบโลกแบบใหม่” จึงกำลังเริ่มต้นขึ้นมาอย่างเป็นจริง-เป็นจังขณะที่ประมุขโลกผู้นำโลกอย่าง “ทรัมป์บ้า” ยังไม่รู้ว่าจะอยู่ครบเทอม-ไม่ครบเทอมหรือไม่?อย่างไร?และพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์อิสราเอลที่กำลัง “แตกดังโพละ” จากภายในอาจถึงขั้นถูกลบออกจากแผนที่เลยหรือเปล่า??? คงต้องจับตาดูกันในอีกไม่นาน-ไม่ช้านับจากนี้...


