xs
xsm
sm
md
lg

แพงและขาดแคลน : น้ำมันในยุคอนุทิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: สามารถ มังสัง


อนุทิน ชาญวีรกูล
ก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ, อิสราเอลกับอิหร่าน ราคาน้ำมันในประเทศไทยก็แพงและมีการเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาเรื่อยมา แต่ไม่มีรัฐบาลใดแก้ไขได้อย่างถาวร ทำได้แค่กู้เงินมาชดเชยซึ่งก็เท่ากับแก้ปัญหาด้วยการสร้างปัญหา เนื่องจากแก้ที่ปลายเหตุ

ครั้นเกิดสงครามในตะวันออกกลางซึ่งเป็นแหล่งผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก ส่งผลกระทบถึงราคาน้ำมันทั่วโลก ราคาน้ำมันซึ่งแพงอยู่แล้วก็แพงขึ้นไปอีก และที่สำคัญยิ่งกว่าราคาแพงก็คือ น้ำมันขาดแคลน สถานีจ่ายน้ำมันไม่มีน้ำมันขายทำให้ประชาชนเดือดร้อน นำรถไปเข้าคิวรอแต่ก็ไม่ได้น้ำมัน ทั้งนี้รัฐบาลประกาศประเทศไทยมีน้ำมันสำรองใช้ได้ 100 กว่าวัน แต่เหตุใดไม่มีน้ำมันขาย จึงทำให้ประชาชนคิดไปในทางเดียวกันว่าจะต้องมีการกักตุนน้ำมัน และความคิดที่ว่านี้น่าจะเป็นจริง ทั้งนี้อนุมานจากเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

1. สงครามได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นับจากวันนั้นถึงวันนี้ก็ไม่ถึงเดือนทำไมน้ำมันจึงขาดแคลน ถ้าไม่กักตุนเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคาเก่ากับราคาที่จะประกาศใหม่

ส่วนว่าใครจะเป็นการกักตุนก็สามารถไล่เรียงได้ตั้งแต่โรงกลั่น คลังน้ำมัน และปั๊มซึ่งตรวจสอบได้ไม่ยากถ้ารัฐบาลทำงานอย่างโปร่งใส และตรงไปตรงมา

2. การทำงานเพื่อประกาศราคาใหม่ล่าช้า มีส่วนทำให้เกิดการกักตุนเพื่อราคาใหม่ ถ้ารัฐบาลประกาศราคาใหม่เร็วเชื่อว่าน้ำมันจะไม่ขาดแคลน ประชาชนจะเดือดร้อนเรื่องราคาแต่จะไม่เดือดร้อนการหาปั๊มเติมน้ำมันไม่ได้

3. ถ้ารัฐบาลจะแก้ปัญหาราคาน้ำมันถาวร ก็น่าจะแก้ได้โดยปล่อยให้ราคาลอยตัวตามกลไกตลาด และให้การช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เกษตรกร โดยการจ่ายประกันราคาพืชผลและปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย เป็นต้น

4. ถ้าเป็นไปได้ ควรทบทวนบทบาทของ ปตท.ที่มีการแปรรูปแล้วมีเอกชนเข้ามาถือหุ้นเป็นบริษัทมหาชนต้องทำกำไรให้กับผู้ถือหุ้น จึงเท่ากับปล่อยให้เอกชนเข้ามาขายในรูปแบบของธุรกิจ โดยอาศัยสิทธิบางอย่างในนามของรัฐวิสาหกิจดั้งเดิม โดยมีทางเลือกสองทางคือ

1. ขายหุ้นในส่วนของรัฐให้เอกชนทั้งหมดแล้วดำเนินธุรกิจแข่งกับเอกชนเต็มตัว

2. ซื้อหุ้นเอกชนกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจแบบเดิม และลดบทบาทในการแข่งขันกับเอกชนเหลือเพียงธุรกิจแบบถ่วงดุลกับเอกชนเพื่อป้องกันการขาดแคลน และเก็งกำไรเกินควร โดยการเข้ามาแทรกแซงเมื่อเกิดวิกฤตพลังงาน

แต่ไม่ว่าจะเลือกทางใดรัฐจะต้องยึดนโยบายขายในราคาเสรีในยามปกติ และเข้าแทรกแซงราคาในยามวิกฤต แต่จะต้องทำอย่างโปร่งใสและรวดเร็วไม่เปิดช่องให้มีการกักตุน เฉกเช่นที่เกิดขึ้นในขณะนี้