xs
xsm
sm
md
lg

ประชาชนโดนปล้น จากต้นทุนน้ำมันก่อนสงคราม ขายราคาสงคราม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร



วันนี้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นมาก และรัฐบาลทำได้เพียงให้ประชาชน “เตรียมใจ” รับสภาพราคาที่จะสูงขึ้นอีก โดยยืนยันว่าต่อไปนี้จะบอกประชาชน “ตอนดึก ๆ” เพื่อไม่ให้ประชาชนได้ทันออกกักตุน ด้วยคำอธิบายชุดเดิมว่า “จำเป็นต้องขึ้นราคา มิฉะนั้นบริษัทน้ำมันจะขาดทุน”

ฟังดูมี “เหตุผล” ในตัวเอง เพราะธุรกิจน้ำมันเป็นสินค้าที่ไม่ได้ตั้งราคาจาก “ต้นทุน” ในอดีต แต่ตั้งจากต้นทุนที่จะต้องใช้ในการจัดหาน้ำมันในรอบถัดไป หรือที่เรียกกันว่า “ราคาทดแทน” หากไม่ปรับราคาขึ้นตามตลาดโลก ผู้ประกอบการอาจเผชิญภาวะขาดทุนเมื่อถึงเวลาต้องนำเข้า “น้ำมันล็อตใหม่” ที่มีราคาสูงกว่าเดิม นี่คือเหตุผลเชิงระบบที่ถูกย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกวิกฤต และประชาชนต้องทนก้มหน้า “รับกรรม”

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความเป็นจริงที่เห็นชัดกลับสร้าง “คำถาม” ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

น้ำมันที่ขายในช่วง “ราคาพุ่งสูง” นั้น ส่วนมากเป็น “น้ำมันล็อตเก่า” ในต้นทุนราคา“ก่อนสงคราม” ที่ต่ำกว่ามาก เป็น “สต๊อกเดิม” ที่จัดซื้อไว้ก่อนเกิดวิกฤต ดังนั้น การนำสินค้าจาก “ต้นทุนเดิม” มาจำหน่ายในราคาตลาดใหม่ จึงก่อให้เกิด “กำไรจากสต๊อก” โดยทันที แม้จะอธิบายได้ในเชิงกลไกตลาด แต่ในสายตาของผู้บริโภค นี่คือ “การปล้น” จากการ “ขายของเก่าในราคาใหม่” ที่ไม่เป็นธรรมกับประชาชน

และเมื่อมองเลยไปจาก “รายวัน” สู่ภาพรวม “รายปี” ประชาชนยิ่งจุกอก

เพราะทุกครั้งที่มี “วิกฤตราคาน้ำมัน” บริษัทพลังงานกลับรายงาน “ผลประกอบการ” ปลายปี ที่มีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บางครั้งถึงกับทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่

สิ่งที่ถูกอธิบายเพื่อให้ประชาชนยอมจำนน คือ “ความจำเป็นเพื่อเลี่ยงการขาดทุน” ในระดับต้องลุ้นกันชั่วโมงต่อชั่วโมง แต่ทุกครั้งจบลงที่บริษัทพลังงานได้ “กำไรแสนล้าน” ตอนสิ้นปี

นี่ทำให้ “ความเป็นจริง” มิได้อยู่ที่ว่าการขึ้นราคา “ผิด” หรือ “ถูก” ตามกลไกตลาด หากแต่อยู่ที่ว่ากลไกดังกล่าว “รับใช้” และเอื้อ “ประโยชน์” มหาศาลแก่นายทุนน้ำมัน ขณะที่โยน “ภาระ” และ “ความเดือดร้อน” ให้ประชาชนแต่ฝ่ายเดียว

คำถามจึงอยู่ที่ว่า
ทำไมรัฐบาลปล่อยให้บริษัทพลังงาน “เอารัดเอาเปรียบ” และ “คดโกง” ประชาชน “อย่างเลวร้าย” อยู่ได้ทุกนาทีเช่นนี้ ทั้งที่เห็นกันชัดเจนว่า ทุกครั้งที่อ้างวิกฤตและความจำเป็นในการหลีกเลี่ยงการขาดทุน บริษัทพลังงานทำกำไรสูงเป็นประวัติการณ์

คราวนี้ก็เช่นกัน
ยิ่งวิกฤต ยิ่งรวย

หากคำถามนี้ยังไม่มี “คำตอบ” ที่ชัดเจน ความ “ไม่ไว้วางใจ” ของสังคมต่อรัฐบาลย่อมเพิ่มขึ้นตามลำดับ ไม่ใช่เพราะผู้คนไม่เข้าใจกลไกตลาด แต่เพราะประชาชนเริ่มตระหนักชัดว่า รัฐบาลกำลังทำงานเพื่อใครกันแน่

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร
สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต