รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
สาขาวิชาสถิติศาสตร์
สาขาวิชาปัญญาและการวิเคราะห์ธุรกิจ
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
หงสาวดีคือละครอิงประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ บทความวิชาการหรืองานวิจัยทางประวัติศาสตร์ ไม่ได้จำเป็นต้องถูกต้องทุกอย่างตามประวัติศาสตร์ แต่สมจริงมีเหตุมีผลพอสมควร
การตีความหงสาวดีที่มีตัวเอกของเรื่อง protagonist สององค์ คือ พระนเรศ กับ มังจีชวา นั้นสมเหตุสมผล และ ดร. สายป่าน ปุริวรรณชนะ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าตรงกันกับในลิลิตตะเลงพ่าย พระนิพนธ์ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส เป็นอย่างยิ่ง กรมพระปรมานุชิต ทรงนิพนธ์ว่าพระนเรศทรงยกย่องและถวายพระเกียรติสมเด็จพระมหาอุปราชา เป็นอย่างยิ่ง
สิ่งที่หงสาวดี ตีความเพิ่มคือ brotherhood หรือความเป็นเจ้าพี่เจ้าน้อง ที่รักกันยิ่ง ร่วมสาบานกันต่อหน้าพระบรมธาตุ เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อปกป้องชีวิตของกันและกัน
การตีความเช่นนี้ ไม่ได้ผิด และทำได้ในลักษณะของละครอิงประวัติศาสตร์ เป็นธรรมดาที่นักรบย่อมต้องมีเพื่อนนักรบคู่ใจ ในสนามรบย่อมต้องมีขุนพลที่ไว้ใจและรู้ใจกัน
character ของพระเจ้าบุเรงนองในละครนั้น เอื้อให้เกิด brotherhood ได้ ด้วยทรงฉลาดในการผูกไมตรีระหว่างสองราชอาณาจักร ทั้งมิได้ทรงกดลูกของเจ้าประเทศราช แต่ทรงมีพระทัยกว้างขวางยิ่ง สมกับเป็นผู้ชนะสิบทิศ ในขณะที่ Character ของมังชัยสิงห์ ที่มีความทะเยอทะยาน ชิงดีชิงเด่น ยิ่งทำให้ปมของความขัดแย้งนำไปสู่ความเป็นเจ้าพี่เจ้าน้องหนักแน่นผูกพันกันมากยิ่งขึ้น
ปมหรือ conflict ของละครหงสาวดี คือ ความเป็นเจ้าพี่เจ้าน้อง กับ ความขัดแย้งในบทบาท (brotherhood versus role conflict) หรือ ความรักระหว่างเจ้าพี่กับเจ้าน้อง กับ ความรักชาติบ้านเมือง มาตุภูมิ อันเป็นแกนของความขัดแย้ง และนำไปสู่การคลายปมของละคร ที่คาดคะเนได้ ทำให้ศิลปะของการเล่าเรื่องมีความสนุก แม้จะเป็นวิธีการเล่าเรื่องแบบละครของกรีกโบราณ นับแต่ Aristotle ที่เป็นสามเหลี่ยมหัวคว่ำใช้กันมากว่าสองพันปีก็ตาม
อย่างไรก็ตาม การที่ผู้เขียนบทและผู้กำกับละคร เลือกตีความนำเสนอปมขัดแย้ง ระหว่าง brotherhood versus role conflict ประโยคสำคัญอันเป็นวรรคทองของเรื่องนั้นมาจาก พระราชดำรัสของพระนเรศคือ ข้าเพิ่งรู้ว่าในสงครามเราต้องฆ่าคนที่เรารู้จักคุ้นเคย จึงเป็นข้อความทิ้งท้าย (take home message) ที่ฝากทิ้งไว้ตรึงใจผู้ชม
การที่ผู้เขียนบทและผู้กำกับ มิได้ตีความให้ มังจีชวา เป็นคนหยาบกระด้าง มีความรักและความผูกพันกับพระนเรศ ผิดไปจากละครเรื่องเดียวกันนี้ที่เคยสร้างมาก่อน และทำให้ละครหงสาวดีมี protagonist หรือ main character สององค์ ทำให้ละครดูสนุก ไม่ยัดเยียดความเป็นชาตินิยมมากจนเกินไป ทำให้คนชมได้เห็นว่า
มังจีชวาโดยเนื้อแท้ก็หาได้แตกต่างจากพระนเรศเจ้า แต่ความจำเป็นอันเป็นความขัดแย้งในบทบาทให้สองประเทศต้องมีข้อขัดแย้งกัน แต่หาได้ทำลายความเป็นพี่น้องไม่ นับว่าเป็นมุมที่ทำให้ละครอิงประวัติศาสตร์ มีมิติที่ซับซ้อน ไม่แบนจนเกินไป มีความสมจริง มีเหตุมีผล เข้าใจในความเป็นมนุษย์ ความคิดจิตใจของคนมากขึ้น
ในแง่ความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์นั้น การที่พระเจ้าแผ่นดินหรือองค์จักรพรรดิราชจะทรงเลี้ยงลูกของเจ้าเมืองประเทศราช ไว้ให้ใกล้ชิดกับพระราชโอรสของตนเอง ค่อนข้างเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แต่ก็มิใช่ว่าเป็นไปมิได้
เรามาลองดูว่าสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงเลี้ยงดูองค์เชียงสือ เจ้านายชาวญวนหรือเวียดนาม พระราชทานที่อยู่ให้ที่บ้านต้นสำโรงหรือบริเวณปากคลองตลาดในปัจจุบันนี้ นอกจากนี้ยังทรงเลี้ยงนักองค์เอง พระราชทานวังเจ้าเขมรให้อยู่อาศัยในบริเวณที่เป็นวัดภูเขาทองหรือวัดสระเกศในปัจจุบันนี้
โอกาสที่ลูกของเจ้าเมืองประเทศราชจะใกล้ชิดกับพระราชโอรสของพระมหากษัตริย์ อาจจะมิได้มากนัก เพราะอยู่กันคนละวัง
แต่ก็มีความเป็นไปได้ หากมีเจ้านายสตรีของเมืองประเทศราช เข้าไปรับราชการฝ่ายในถวายตัวเป็นบาทบริจาริกา ลองวิเคราะห์จากประวัติศาสตร์ราชสำนักไทยดูก็ได้
นับแต่เจ้าจอมเสือ หรือเจ้าจอมแว่นแห่งล้านช้าง ในรัชกาลที่ 1
เจ้าจอมมารดาทองสุก หรือเจ้าหญิงคำสุกแห่งเวียงจันทน์ ในรัชกาลที่ 1 มีพระราชธิดาหนึ่งองค์คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี เป็นพระมเหสีในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
เจ้าจอมพระองค์เจ้ากำโพชราชสุดาดวง ในรัชกาลที่ 4
พระราชชายา เจ้าดารารัศมี ในรัชกาลที่ 5 จากเชียงใหม่ พระตำหนักเจ้าดารารัศมี ในพระบรมมหาราชวังนั้นใหญ่โตมาก มีพระญาติเจ้านายฝ่ายเหนืออยู่กันมากมาย อาจจะมีหลานชายที่ยังไม่โกนจุกเข้ามาอยู่อาศัยด้วยเช่นกัน
การที่บาทบริจาริกาลูกเจ้าเมืองประเทศราช จะนำเจ้าพี่เจ้าน้องผู้ชายเข้าไปเลี้ยงดูแลกันในพระบรม มหาราชวัง เมื่อยังไม่โกนจุก ก็มีความเป็นไปได้
ราชสำนักของพม่าก็มีแนวโน้มจะเป็นไปได้เช่นกัน หากพระพี่นางสุพรรณกัลยาทรงรับราชการเป็นบาทบริจาริกาในพระเจ้าบุเรงนอง จะทรงอุปการะเลี้ยงดูน้องชายคือพระนเรศเจ้าในพระราชวังของพระเจ้าบุเรงนอง ก็อาจจะเป็นไปได้ แม้ความน่าจะเป็นจะไม่สูงมากนัก
ผมถึงตั้งข้อสังเกตว่า ต้องแยกข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ออกจาก ละครอิงประวัติศาสตร์ไงครับ
The last duel คือการยุทธหัตถี The Last Duel คือการดวลกันครั้งสุดท้าย
หรือคำว่าดวล ในภาษาไทย จะมาจาก duel ในภาษาอังกฤษ แล้วลากเสียงรวมกลืนกันเป็นพยางค์เดียว จาก ดูเอล กลายเป็น ดวล
ขอบคุณพี่ปุ๊ย ผอูน จันทรศิริ ที่สร้างงานศิลปะดี ๆ ให้ได้รับชมอย่างยิ่งครับ


