“คำพูดอันเป็นสุภาษิต ประกอบด้วยองค์ 5 คือ 1. ถูกกาลเทศะ 2. เป็นเรื่องจริง 3. มีประโยชน์ 4. ไม่หยาบคาย 5. ประกอบด้วยเมตตา” พุทธพจน์
โดยนัยแห่งพุทธพจน์ข้างต้น หมายความโดยรวมว่า คำพูดที่เป็นสุภาษิตหรือคำพูดที่ดีนั้น จะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ 5 ประการข้างต้นคือ ถูกกาลเทศะได้แก่ สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ มีประโยชน์แก่ผู้ฟัง เป็นเรื่องจริงมิได้กุขึ้นมาเพื่อให้เกิดความเสียหาย ทำร้ายผู้ใดด้วยวาทกรรม ไม่หยาบคายหมายความว่า ไม่ทำให้ผู้ฟังฟังแล้วเกิดความระคายหู และสุดท้ายจะต้องไม่พูดด้วยความโกรธแค้น
ในขณะนี้ ถ้าท่านผู้อ่านติดตามข่าวการเมือง ก็คงจะได้ยินได้ฟังข่าวเกี่ยวกับข้อเสนอต่อสภาฯ เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา โดยขอให้ยกเลิกเลี้ยงอาหารกลางวัน สส.ในวันประชุมสภาฯ ให้ปรับลดผู้ช่วย สส.จาก 8 คนเหลือ 3 คน และให้ตัดเงินบำนาญ สส.โดยอ้างเหตุผลเพื่อประหยัดงบประมาณปีละ 500 กว่าล้านบาท
แต่ว่าที่ประธานนายโสภณ ซารัมย์ ได้ตัดบทโดยพูดว่าเป็นเรื่องตลก และต่อมาได้บอกว่า คำว่า ตลกหมายถึงผิดกาลเทศะ
เมื่อข่าวนี้เผยแพร่ออกไปได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และส่วนใหญ่เห็นด้วยกับข้อเสนอของนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และไม่เห็นด้วยกับนายโสภณ ซารัมย์ ยิ่งกว่านี้บางคนถึงกับวิพากษ์ในแง่ลบว่า ไม่มีวุฒิภาวะและเลยไปถึงพรรคภูมิใจไทยว่า เสนอคนเช่นนี้มาเป็นประธานได้อย่างไร
ผู้เขียนในฐานะสื่อเห็นด้วยกับข้อเสนอของหมอวรงค์ ทั้งนี้เหตุผลในด้านการเมืองและในด้านเศรษฐกิจดังต่อไปนี้
1. สส.เป็นบุคคลสาธารณะที่สมัครใจลงสมัครรับเลือกตั้ง ด้วยหวังจะรับใช้ประเทศและประชาชนโดยรวม จึงไม่ควรมีสิทธิพิเศษเหนือประชาชนมากเกินไป จะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างนักการเมืองกับประชาชน ทั้งในด้านสังคมและเศรษฐกิจในระดับครอบครัวหรือแม้กระทั่งปัจเจกกับปัจเจก อันจะนำไปสู่ความเสื่อมศรัทธาต่อพรรคการเมือง และบุคลากรทางการเมืองอันเป็นปัจเจก
2. ในขณะนี้เป็นที่รู้และยอมรับกันทั่วไปว่า ประเทศไทยจัดทำงบประมาณขาดดุลติดต่อกันมาหลายปี และทุกข์ต้องกู้เงินมาสมทบส่วนที่ขาดจะทำให้หนี้สาธารณะสูงเกือบชนเพดานเงินกู้ ดังนั้น ถ้าปรับลดส่วนใดลงได้ก็ควรจะทำเพื่อการประหยัด ดังนั้น ข้อเสนอของหมอวรงค์จึงสอดคล้องกับสถานการณ์หรือถูกกาลเทศะ
เมื่อข้อเสนอของหมอวรงค์ถูกกาลเทศะ จึงทำให้ข้อกล่าวหาที่ตลกหรือผิดกาลเทศะของว่าที่ประธานสภาฯ ในวันนั้น จึงเท่ากับขาดวุฒิภาวะของผู้นำ ทั้งนี้อนุมานจากเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้
1. ในฐานะผู้นำควรจะเป็นนักฟังที่ดี และถ้าฟังแล้วไม่เห็นด้วยเนื่องจากผิดหลักการ และผิดกาลเทศะก็สามารถปฏิเสธได้ โดยใช้เงื่อนไขมิใช่ตัดบทแบบด้อยค่าผู้พูด เฉกเช่นที่ประธานสภาฯ ว่าเป็นเรื่องตลก
2. การประชุมเลือกประธานสภาฯ สส.ทุกคนมาประชุมจึงควรที่จะนำเรื่องนี้เข้ามาหารือ และรับฟังเหตุผลในการเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แล้วนำไปเป็นข้ออ้างในการทำ และไม่ทำอันเป็นการเปิดกว้างตามแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย


