48 ชั่วโมงก็แล้ว...5 วัน 5 คืนก็แล้ว...ล่าสุดยืดไปอีกเป็น 10 วัน10 คืน สำหรับการคิดจะเล่นงานอิหร่านของคุณพ่ออเมริกาและพันธมิตรอิสราเอล โดยจะถึงขั้นส่งทวยทหารอเมริกันบุกเข้าไปยึดเกาะโน้น เกาะนี้ หรือจะต้องบุกลึกเข้าไปในดินแดนอิหร่าน หรือไม่? อย่างไร? ก็มิอาจคาดเดา “ความบ้า” ของ “ทรัมป์บ้า” ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง อาจด้วยเหตุเพราะช่วงหลังๆ อาการ
“สมองเสื่อม” ของผู้นำอเมริการายนี้ ค่อนข้างเห็นได้ถนัดชัดเจนยิ่งเข้าไปทุกทีไม่ใช่แค่พืดผิด-พืดถืก โกหกแล้ว-โกหกอีก แต่บรรดาคำพูด คำจา ในแต่ละวรรค แต่ละประโยค มันออกจะล่องลอยไปตาม “จินตนาการ”แบบเคว้งๆ คว้างๆ เหมือนอยู่กันคนละโลก โดยเฉพาะกับ “โลกแห่งความเป็นจริง” ที่นับวันจะสะท้อนให้เห็นถึง “ความพ่ายแพ้” ของอเมริกาและอิสราเอล อย่างมิอาจปฏิเสธได้...
เปิดฉากสัปดาห์นี้...เลยคงต้องขอเชิญชวนให้ลองไปฟัง “กูรู-กูรู้” ระดับโลก ที่ได้ออกมาเปรียบเทียบ อุปมา-อุปไมยถึงสงครามอิหร่านใน “โลกแห่งความเป็นจริง” เอาไว้อย่างน่าคิด น่าสะกิดใจ เอามากๆ นั่นก็คือในทัศนะ มุมมองของศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย “John Hopkins”อย่าง “นายSteve Hanke” ที่ได้วิเคราะห์สังเคราะห์ถึงแนวโน้มความเป็นไปของฉากสถานการณ์ที่น่าจะเป็นจริง ให้กับ “Business Insider” เมื่อช่วงวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา(26 มี.ค.) แบบสดๆร้อนๆ คือ “นายSteve Hanke”รายนี้...ต้องเรียกว่า “ไม่ธรรมดา” หรือไม่ได้เหมือนกับกูรู-กูรู้ของบ้านเรา ที่ชอบออกมาชี้แนะ ชี้นำ ให้ใครต่อใคร “ช้อนซื้อและเทขาย” ไปเป็นช่วงๆ เป็นระยะๆ เพราะไม่เพียงแต่เคยเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล “นายRonald Regan” เมื่อครั้งอดีต แต่ยังวิเคราะห์ คาดการณ์ หรือทำนายทายทักถึงแนวโน้มเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในด้าน “พลังงาน” แบบชนิดแม่นยำราวตาเห็น ไม่รู้จะกี่ครั้งกี่ครา จนกลายเป็นที่ยกย่องยอมรับเอามากๆ...
และสำหรับแนวโน้มฉากสถานการณ์ที่กำลังอุบัติขึ้นมาในดินแดนตะวันออกกลาง อันเป็นภูมิภาคที่ถือเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่สุดของโลก อย่างสงครามระหว่างอิหร่านกับอเมริกาและอิสราเอลนั้น สิ่งที่ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์รายนี้ท่านอดไม่ได้ที่จะต้องยกมาเปรียบเทียบเปรียบเปรย นั่นก็คือ...ฉากสถานการณ์การเผชิญหน้าการปะทะกันระหว่าง “คู่มวยหยุดโลก” เมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว หรือเมื่อปี ค.ศ.1974 หรือระหว่างอดีตแชมป์เฮฟวีเวทผู้ที่สามารถร่อนไป-ร่อนมาได้เหมือนผีเสื้อและต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง อย่าง “Muhammad Ali” กับไอ้มฤตยูดำ ผู้มีพละพลังกำปั้นไม่ต่างไปจากสันขวาน หรือค้อนเหล็กอะไรประมาณนั้น นั่นคือ “George Foreman”แชมป์เฮฟวีเวทในขณะนั้น ที่ยืนซดหมัด แลกหมัด กันบนเวทีแบบดุเดือดเลือดพล่าน หรือแบบชนิดชาวโลกต้องบิดไป-บิดมาต้องส่งเสียงซู๊ดๆ ซ๊าดๆ กระหึ่มกันไปทั่วทั้งโลก เอาเลยก็ว่าได้...
เพราะด้วยฉากสถานการณ์ทำนองนี้นี่แหละ...ที่ทำให้ “ศาสตราจารย์Steve Hanke” ท่านเชื่อว่าประเทศพี่เบิ้มแห่งตะวันออกกลางอย่างอิหร่าน จะสามารถเอาชนะมหาอำนาจสูงสุดของโลกอย่างคุณพ่ออเมริการวมทั้งพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์อย่างอิสราเอลได้อย่างแทบไม่น่าเชื่อแต่คงต้องเชื่อจนได้ ด้วยกลยุทธ์และศิลปะลีลาในแบบที่ท่านเรียกขานเอาไว้ว่า “rope-a-dope” หรือด้วยการแอ่นไป-แอ่นมา เอาหลังพิงเชือก ทำท่าจะหลับแหล่-มิหลับแหล่ ไปแหล่-มิไปแหล่แบบที่ “Muhammad Ali”แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ส่งผลให้ไอ้มฤตยูดำ “George Foreman”เกิดอาการกระเหี้ยนกระหือรือวาดซ้ายวาดขวา ทั้งทุบทั้งทิ่ม ออกเรี่ยวออกแรง ระดมค้อน ระดมขวาน เข้าใส่การ์ดของฝ่ายตรงข้าม หรือถึงขั้นเอามือแหวกการ์ดเอาดื้อๆ เล่นเอาเหงื่อไหลไคลย้อย น้ำลายเหนียวเหนอะหนะ ลิ้นหอบ ลิ้นห้อย ยิ่งเข้าไปทุกที...
แต่ด้วยการออมแรง สะสมแรง พยายาม “ยืนระยะ”ต่อไปเรื่อยๆ แม้จะต้องสะสมความเจ็บปวดอยู่มั่งเล็กๆ น้อยๆ ในจังหวะที่เหมาะสม สอดคล้อง หรือใน “จังหวะนาทีทอง” เพียงแค่ไม่กี่นาที วินาทีเท่านั้นเอง “Muhammad Ali” ก็ได้จังหวะทิ่มหมัดขวา หมัดซ้าย เข้าสู่กระโดงคาง ปากครึ่ง-จมูกครึ่งของฝ่ายตรงข้าม ถึงขั้นเซถลา เคว้งๆ คว้างๆ ปีกหัก หน้าหงายลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่กลางเวที หรือถึงขั้น “น็อกเอาท์-ทีเคโอ” เอาเลยถึงขั้นนั้น อันนี้นี่แหละ...ที่ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และนักพยากรณ์ทางเศรษฐกิจที่มีความแม่นยำเอามากๆ ท่านนำมาใช้เปรียบเทียบ เปรียบเปรย เพื่อให้ใครต่อใครพอหลับตาเห็นภาพว่าสุดท้ายแล้ว...สงครามคราวนี้มันจะจบลงไปในรูปไหน? อย่างไร? โดยไม่ต้องเสียเวลาไปดูกราฟ ดูสถิติ ดูตัวเลขดัชนี แบบพวก “กูรู-กูรู้” ประเภทช้อนซื้อ-เทขายแต่อย่างใด...
จริง-ไม่จริง...เชื่อ-ไม่เชื่อ ก็คงต้องไปวินิจฉัยกันเอาเอง แต่แม้กระทั่ง “CEO” ของบริษัท “BlackRock” กองทุนการเงินการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก อย่าง “นายLarry Fink” ก็ดูจะเห็นพ้องต้องกัน เป็นไปในแนวเดียวกันกับมุมมองและทัศนะของ “Steve Hanke”อย่างมิอาจปฏิเสธได้อีกนั่นแหละ โดยเฉพาะเมื่อมองเห็นตัวเลขต่างๆ ทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่อง เกี่ยวพันกับความเป็นไปทางด้านพลังงาน จนทำให้เกิดข้อสรุปว่า...ถ้าหากการปิดช่องแคบ “Hormuz” ของอิหร่านส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นไปถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแบบต่อเนื่อง ยาวนาน หรือไปไกลถึงระดับ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลขึ้นมาเมื่อไหร่? โอกาสที่เศรษฐกิจโลกทั้งโลกจะต้องเข้าสู่ภาวะ “ถดถอย” แบบเต็มสูบ เต็มด้าม หรือแบบ “Stark and Steep Recession” ย่อมเป็นสิ่งที่มิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้เลย และนั่นเองที่ถือเป็น “จังหวะนาทีทอง” ของอิหร่าน หรือของ “Muhammad Ali” ตามคำอุปมา-อุปไมยของ “Steve Hake” หรือเป็นจังหวะที่... “ความเสียหายได้สะสมเป็นจำนวนมหาศาลจากการเพิ่มระดับของราคาพลังงาน และส่งผลกระเทือนอย่างเป็นระลอกเข้าสู่ทุกซอก ทุกมุม ของเศรษฐกิจโลก อันจะกลายเป็นบทลงโทษที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างหนักหนาสาหัส ต่อผู้ที่เป็นปฏิปักษ์กับอิหร่าน จนไม่อาจอดทน อดกลั้น หรือไม่อาจ...ยืนระยะ...ต่อไปได้อีก!!!”
ยิ่งถ้าคิดจะ “ยกพลขึ้นบก” คิดจะยึดช่องแคบ “Hormuz” แบบโง่ๆ ทื่อๆ โอกาสที่จะเกิดฉากสถานการณ์แบบที่ “ศาสตราจารย์ Mohammad Marandi” ศาสตราจารย์ด้านวรรณคดีมหาวิทยาลัยเตหะราน อาสาสมัครสงคราม อิรัก-อิหร่าน ที่ผันตัวเองมาเป็นนักวิเคราะห์ทางการเมือง จนบรรดาสื่อกระแสหลัก กระแสรอง ต้องเชิญมาพูดคุยสนทนาเป็นระยะๆ ชนิดแทบกลายเป็นโฆษกประเทศอิหร่านไปแล้วในทุกวันนี้ หรือต้องถูกฝ่ายตรงข้ามตั้ง “ค่าหัว”เอาไว้ถึง1 ล้านดอลลาร์ในเว็บไซต์ “X”ของ “นายElon Musk” ท่านได้วาดภาพวาดจินตนาการถึงความเป็นไป หรือความเป็นจริงของ “สงครามในศตวรรษที่ 21”เอาไว้นั่นแหละว่า มันแทบไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการยกพลขึ้นบก การยึดโน่น ยึดนี่ แบบยุค “สงครามโลกครั้งที่ 2” แต่อย่างใด เพราะเพียงแค่อาศัย “จรวด” หรือ “โดรน” ที่มีอานุภาพและความทันสมัย มีพิสัยทำการห่างออกไปนับร้อยๆ พันๆ ไมล์ ก็สามารถ “ละลาย” กองทัพหนึ่ง-กองทัพใด ไปจนถึงแหล่งสาธารณูปโภคที่ตกเป็นเป้าหมายได้อย่างแม่นยำราวจับวาง โดยเฉพาะภายใต้ “ดวงตา” ดวงใหญ่ที่อยู่สูงขึ้นไปบนอวกาศ หรือภายใต้การจับภาพ จับภาพความเคลื่อนไหวของบรรดา “ดาวเทียม” ทั้งหลาย!!!
ไม่ต่างไปจากผู้เชี่ยวชาญด้านทหารชาวอเมริกัน อย่าง “พันเอกDouglas McGregor” ผู้มีทัศนะมุมมองที่เฉียบคมเอามากๆ
ซึ่งได้พยายามอธิบายถึงความยากลำบากของบรรดานาวิกโยธินอเมริกันนับร้อยๆ พันๆ ที่ต้องไต่หน้าผาอันสูงชันบริเวณช่องแคบ “Hormuz” ท่ามกลางการระดมยิงของจรวดและโดรนที่อยู่ห่างไปเป็นร้อยๆ ไมล์ หรือไม่ว่าคิดจะ “ยกพลขึ้นบก” ณ จุดไหนต่อจุดไหน ก็ต้องถูกดาวเทียมอิหร่าน-จีน-และรัสเซีย จับภาพความเคลื่อนไหวเอาไว้ด้วยกันทั้งสิ้น โอกาสที่จะต้องถอยกลับโดยมี “ธงชาติคลุมศพ” เอาไว้นับพันๆ ศพ ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ เพราะแทบไม่ต่างอะไรไปจากการ “ล่อเป้า” เราดีๆ นี่เอง!!!
และก็ไม่ใช่แค่ช่องแคบ “Hormuz” แห่งเดียวเท่านั้น...ที่กลายเป็นตัวสร้างความติดๆ ขัดๆ ให้กับระบบขนส่งพลังงานไปทั่วทั้งโลก เพราะอย่างที่แหล่งข่าวในหน่วยบัญชาการ “IRGC” ของอิหร่านเขาได้บอกกับสำนักข่าว “Tasnim” เอาไว้นั่นแหละว่า... “ถ้าหากศัตรูพยายามเปิดสมรภูมิต่อเกาะต่างๆ หรือภายในดินแดนอิหร่าน ไปจนอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมาน...เราก็พร้อมที่จะสร้างความประหลาดใจให้กับพวกเขาด้วยแนวรบแห่งใหม่!!!” หรือด้วยการปิดช่องแคบ “Bab al-Mandab” ที่มีความกว้าง 26-32 กิโลเมตร ยาว 115 กิโลเมตร อันเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางทะเลจำนวนถึง 12 เปอร์เซ็นต์ของโลก อย่างที่พวกนักรบ “Houthis” ในเยเมนเคยปิดมาแล้ว เมื่อปี-สองปีที่แล้วแม้จะถูกอเมริกาและอิสราเอลรุมถล่มเพียงใดก็ตาม แต่สุดท้าย...ต้องยอมตกลงเจรจากับพวก “Houthis” จนได้...
การรอจังหวะปล่อย “หมัดน็อก” ของอิหร่าน ตามศิลปะลีลาแบบประเภท “rope-a-dope”ของ “Muhammad Ali” นั้น แม้จะก่อให้เกิดความเจ็บปวดรวดร้าวต่อระบบเศรษฐกิจของโลกทั้งโลกก็ตาม แต่มันคงไม่ต่างอะไรไปจาก “ช่วงแห่งการเปลี่ยนผ่าน” ระหว่าง “ระเบียบโลกแบบเก่า” กับ “ระเบียบโลกแบบใหม่” นั่นเอง คือคงหนีไม่พ้นที่จะต้องเจ็บๆ ปวดๆ อยู่มั่ง เพราะอย่างที่รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย “นายSergey Lavrov” ได้ให้สัมภาษณ์ไปเมื่อวัน-สองวันที่ผ่านมานั่นแหละว่า...เป็นที่ประจักษ์แจ้งชัดเจนแล้วว่า อเมริกาต้องการที่จะควบคุม ยึดครองระบบพลังงานของโลกทั้งโลก ไม่ว่าด้วยการทำลายท่อขนส่งน้ำมันรัสเซียอย่าง “Nord Stream” แซงชั่นบริษัทน้ำมันรัสเซียอย่าง “Rosneft” และ “Lukoil” ยึดครองแหล่งน้ำมันในเวเนซุเอลา รวมทั้งเปิดศึกกับประเทศแหล่งผลิตน้ำมันอย่างอิหร่าน ฯลฯ โดยอาศัยการกระทำแบบที่ผู้นำอเมริกาได้ป่าวประกาศเอาไว้แล้วนั่นแหละว่า ไม่ได้ให้ความสนใจต่อกฎหมายระหว่างประเทศใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย แต่อาศัยความรู้สึกและมาตรฐานทางศีลธรรมของตัวเองเป็นที่ตั้งหรือโดยอาศัย “กฎแห่งป่า” เพื่อดำรงรักษาความเป็นจ้าวโลก ประมุขโลก ต่อไปให้จงได้...
ด้วยเหตุนี้นี่เอง...ที่ทำให้ผู้ที่เพียรพยายามที่จะผลักดันให้เกิด “ระเบียบโลกแบบใหม่” ภายใต้ “โลกหลายขั้วอำนาจ” อย่างรัสเซีย รวมทั้งหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่ไร้ขีดจำกัดอย่างจีน จึงมิอาจ “เอามือซุกหีบ” อีกต่อไปได้เลย การสนับสนุนอิหร่านของรัสเซีย จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่การให้ข้อมูล เพื่อชี้จุดชี้เป้าทางทหาร อันเป็นสิ่งที่บรรดาดาวเทียมทั่วโลกทั้งหลายสามารถกระทำได้อยู่แล้วเท่านั้น แต่ด้วยข้อผูกพันตามสนธิสัญญาทางยุทธศาสตร์ระหว่างรัสเซีย-อิหร่านที่ได้ลงนามไปเมื่อปีที่แล้ว รัสเซียจึงพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือทางทหารในทุกๆ ด้านต่อพันธมิตรอย่างอิหร่าน หรือพร้อมที่จะผลักดันให้ “สงครามอิหร่าน” นำไปสู่ “การปรับเปลี่ยนระเบียบโลก” เพื่อไม่ให้โลกทั้งโลกต้องตกอยู่ภายใต้ “กฎแห่งป่า”อีกต่อไป!!!


