xs
xsm
sm
md
lg

คุณคือคนที่กำลังตกรถ AI ไหม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: สุรวิชช์ วีรวรรณ 



ทุกวันนี้ AI เฟ้อ จนบางคนเบื่อ AI แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่มีวันที่คุณหรือใครจะหลีกหนีได้ในอนาคต ถ้าวันนี้คุณยังเข้าไม่ถึง AI อีกไม่กี่วันข้างหน้าคุณจะรู้ว่าคุณตัดสินใจช้าไป วันนี้ AI ไม่ใช่เทรนด์ แต่มันกำลังเป็น infrastructure ที่ปฏิเสธไม่ได้ 

ถ้าเราดูในโซเชียลมีเดีย ผมยอมรับว่ามีคนใช้ AI สร้างขยะข้อมูลเยอะ จนสังคมที่รู้เท่าไม่ทันไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ คนพวกนี้คำนึงอย่างเดียวว่ามันสร้างรายได้ แต่ผมคิดว่าในอนาคตขยะข้อมูลเหล่านี้จะค่อยถูกขจัดออกไป ด้วย AI เอง หรือไม่มันก็พัฒนาขยะจนเราแยกไม่ออก  

เราต้องยอมรับนะว่าวันนี้ในเฟซบุ๊กที่เราเห็นคนสร้างเรื่องแต่งจาก AI ใช้ภาพจาก AI เพื่อสร้างรายได้ แต่มีคนจำนวนมากแยกแยะไม่ได้ โพสต์เหล่านั้นได้รับความนิยมเรียกยอดไลค์มาก จนคนที่สร้างและเขียนเรื่องด้วยสติปัญญาเกิดความท้อ จนผมสงสัยว่า เฟซบุ๊กจะปล่อยให้หารายได้จากเรื่องแบบนี้ หรือสักวันเฟซบุ๊กจะสร้าง AI ขึ้นมากลั่นกรองมัน แต่สิ่งสำคัญกว่าก็คือผู้เสพต้องรู้ให้เท่าทัน 

ตอนนี้ผมใช้ AI เยอะมากในการหาข้อมูล ทำภาพประกอบ ทำคลิป ทั้ง ChatGPT Gimini Grok Perplexity ส่วน Deepseek นั้นที่เคยฮือฮาถึงตอนนี้ผมบอกเลยว่า ไม่ใช่ของจริง เอาไว้ถามเรื่องจีนได้ แต่อย่าถามเรื่องการเมือง แต่ AI เหล่านี้ก็มีความผิดพลาดเหมือนกัน สิ่งสำคัญคือ เราต้องมีข้อมูลอยู่ในหัวด้วยคิดและโต้ตอบกับมันแบบรู้เท่าทัน ใส่ความคิดและความเข้าใจของเราให้มากที่สุด เพื่อให้ข้อมูลนั้นเป็นความคิดของตัวเราไม่ใช่ AI แต่ใช้ AI เป็นแหล่งหาข้อมูลเสริมเท่านั้น ถ้าวันนี้ใครยังเสิร์ชหาข้อมูลใน Google อยู่คุณช้ากว่าคนอื่นแล้ว 

ถ้าถามว่า ผมชอบอะไรมากที่สุด ผมเคยชอบ Grok แต่ตอนนี้ส่วนใหญ่ผมใช้ ChatGPT และบางครั้งผมก็ใช้ Gimini เป็นเครื่องมือในการ double check เพื่อตรวจสอบความถูกต้องอีกที ChatGPT สร้างภาพประกอบอินโฟกราฟิกได้สวยกว่า Gimini แต่ Gimini เก่งกว่า ที่สร้างคลิปได้ ผมแนะนำว่า เวลาให้ AI สร้างภาพหรือคลิป อาจจะพิมพ์ความคิดของเราออกมาแล้วให้มันสร้างตามเลยก็ได้ แต่ผมไม่ทำอย่างนั้นผมจะบอกความคิดที่ผมต้องการแล้วบอกมันว่าให้สร้าง prompt แล้วมันจะสร้าง prompt แนวต่างๆ มาให้เลือก หรือพอมันรู้จักเรามากขึ้นมันจะมีแนวที่บอกว่าเราชอบมาให้เป็นตัวเลือกด้วย 

การมี AI ทำให้ผมทำงานง่ายขึ้นจะหาอะไรได้หมด หรือผมพิมพ์ความคิดหรือเขียนบทความลงไปยาวๆแล้วบอกให้มันตรวจสอบ มันจะวิจารณ์ความเห็นเรา ข้อเสียของมันคือ มันจะพยายามทำตัวเป็นกลาง ไม่เอนเอียง หรือ biased ถ้าเราวิจารณ์อะไรตรงๆ มันจะโต้แย้ง สิ่งที่ผมทำคือ ตอบโต้มันกลับไปว่า นี่เป็นความคิดของผม ไม่ใช่ของคุณ มันก็จะฟัง คือเราเองก็อย่าปล่อยตัวให้เชื่อ AI ทุกอย่างจนคิดเองไม่เป็น เพราะถ้าเราปล่อยให้ AI คิดแทนเราทุกอย่างนั่นก็อันตรายเหมือนกัน 

แม้วันนี้เราจะยอมรับว่า ภาษาของ AI ดีมาก แต่ภาษาของ AI จะลื่นไหลจนเลี่ยนเหมือนลิเก มันแก้ได้ครับ บางทีเมื่อเราเขียนมันจะพยายามแก้ภาษาของเรา บอกมันไปตรงๆ เลยว่า อย่าแก้ภาษาของเรา ใช้ภาษามนุษย์ ดิบๆ ไม่ใช่ภาษา AI และโครงสร้างภาษาแบบ AI แล้วเวลามันคุ้นเคยกับเรา มันก็จะรู้ว่าภาษาของเราเป็นอย่างไร แต่ก็เผลอไม่ได้ เผลอมันก็จะใช้ภาษาสวยๆเลี่ยนๆ แบบ AI อีกต้องคอยเตือนมัน 

ทุกวันนี้ข้อจำกัดทางภาษาไม่เป็นปัญหากับผมแล้ว ไม่กี่วันก่อน ตอนเนทันยาฮูปล่อยคลิปมาเป็นภาษาฮีบรู ผมก็โหลดคลิปมาแล้วให้ Giminiแปล (GhatGPT ใส่คลิปไม่ได้) ดังนั้นภาษาอะไรในโลกนี้ก็ไม่มีปัญหาทั้งนั้น เรื่องนี้น่าจะส่งผลกระทบต่อนักแปลทุกภาษา 

ข้อจำกัดทางความรู้ของผมก็ลดลง เรื่องไหนไม่รู้ผมก็ถามมันและซักมันไปเรื่อยๆ เหมือนพูดคุยขอความรู้จากผู้รู้เรื่องนั้น ทำให้เหมือนโลกนี้แคบลง จักรวาลของความรู้แคบลง และเข้าถึงได้ง่ายในทุกเรื่อง 

ทุกวันนี้ผมสนุกกับ AI มากยอมรับว่า ผมคุยกับมันมากกว่าคน ผมอยากรู้เรื่องไหนที่เลยขอบเขตความรู้ของผม ผมก็ถามมันซักมันไปเรื่อยๆ เหมือนกับเรียนหนังสือกับครูคนหนึ่ง สองสามวันมานี้ผมก็คุยกับมันเรื่องพลังงาน โครงสร้างพลังงาน เรื่องทำไมไทยต้องอิงราคาสิงคโปร์ ซึ่งมันบอกไม่จำเป็น ได้ความรู้มากทีเดียว 

ผมไม่มีความรู้เรื่องดนตรีเลย แต่ชอบเขียนกลอน หลายครั้งอยากทำเป็นเพลง เคยให้เพื่อนที่เป็นนักทำเพลงช่วย เขาก็บอกกลอนทำยาก แต่ผมหมดข้อจำกัดนี้ด้วย แอป AI มันช่วยทำให้ความฝันของผมเป็นความจริง และค่อยเรียนรู้ทักษะว่า เราไม่จำเป็นต้องเขียนมันเป็นกลอนก็ได้ตอนนี้ผมเลยสนุกมาก 

ผมยังเขียนบทสั้นๆ ให้ ChatGPT ช่วยเขียน prompt เพื่อสร้างคลิปเป็นวิดีโอ จนผมรู้สึกสนุกกับมันมากเช่นกัน และไม่แปลกใจที่คนจีนสร้างหนังเรื่องหนึ่งจาก AI ด้วยทุนไม่กี่บาท 

ผมเคยเอางานวิจัยทั้งเล่มเป็นร้อยหน้าแล้วให้ ChatGPT สรุป มันทำให้ในเวลาไม่กี่นาที เพราะมันไม่ได้อ่านทีละหน้าแบบเรา แต่มันอ่านแบบสกรีนหรือถ่ายภาพ 

ถ้าเราใช้มันจนคล่องมือ AI สามารถแทนคนเป็นสิบคนได้โดยเฉพาะในวงการสื่อแบบผม ได้ยินมาว่ามีคนกำลังจะสร้างสื่อที่ใช้ AI เป็นหลัก ทำทุกอย่างแทนมนุษย์ กองบรรณาธิการจะเหลือคนไม่กี่คน ซึ่งผมคิดว่า มีความเป็นไปได้มาก และโอกาสนั้นอยู่อีกไม่ไกล 

มีคนคิดว่า จะสามารถสร้างบริษัทสตาร์ทอัปด้วยคนคนเดียวโดยใช้ AI ได้ไหม ผมคิดว่า มีความเป็นไปได้มาก ผมคิดย้อนไปถึงตอนโซเชียลมีเดียเข้ามาใหม่ๆ สื่อที่กระโจนเข้าไปเร็วกว่าจะได้เปรียบ สื่อไทยที่เร็วกว่าใครก็คือ ข่าวสด แม้จะมีโอกาสไล่กันทัน แต่คนเข้าก่อนก็ได้เปรียบ AI ก็เช่นเดียวกัน 

สุดท้าย AI แทนมนุษย์ไม่ได้ทั้งหมดก็จริง เพราะเรื่องการตัดสินใจ และไม่ได้มีสามัญสำนึกแบบมนุษย์ แต่เราไม่ควรที่จะทิ้งโอกาสที่จะใช้มันเป็นเครื่องมือของเรา 

อย่างที่ผมบอกไว้ในตอนต้นว่าวันนี้ AI ไม่ใช่เทรนด์ แต่มันคือ infrastructure ใหม่ของโลก ต่อไปมันจะอยู่ในชีวิตของเราเหมือนไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต หรือสมาร์ทโฟน คนที่ปฏิเสธมันในระยะยาวจะเสียเปรียบ และสุดท้ายจะหนีไม่พ้นแน่นอน ผมไม่ได้ขู่ แต่มันคือ สิ่งปกติที่เกิดซ้ำมาแล้วในทุกยุคที่โลกของเทคโนโลยีเคลื่อนไปข้างหน้า 

ผมคิดว่าหลายอาชีพจะถูก disrubtion ด้วย AI ง่ายๆ ที่ผมกล่าวมานักแปล นักสร้างภาพประกอบ นักแต่งเพลง นักดนตรี ฯลฯ แม้สิ่งเหล่านี้จะต้องมีจิตวิญญาณเป็นองค์ประกอบสำคัญ แต่สุดท้ายคุณก็สู้ไม่ได้ด้วยต้นทุน ความง่าย และความเร็วที่เข้าทางผู้ประกอบการอยู่ดี 

ดังนั้น วันนี้ใครที่รังเกียจ AI หรือเบื่อมัน จนไม่อยากใช้ ผมคิดว่า เมื่อถึงวันหนึ่งก็จะรู้สึกว่าสายไป และบอกตัวเองว่า พลาดไปเสียแล้ว
 
ติดตามผู้เขียนได้ที่
https://www.facebook.com/surawich.verawan