xs
xsm
sm
md
lg

จากสงครามอิหร่าน...ถึง“สงครามโลกครั้งที่ 3”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท



มาถึงขั้นนี้...ก็น่าที่จะสรุปได้ชัดเจนไปพอสมควรแล้วนั่นแหละว่า ผู้ที่เปิดฉาก เปิดประตูนรก เปิดกล่องแพนโดรา อย่างคุณพ่ออเมริกาและคุณปู่อิสราเอล น่าจะ “แพ้”แง๋มๆ ยิ่งถ้าลองไปฟังความคิด ความเห็น ของบรรดา“กูรู-กูรู้” ระดับโลก ไม่ต้องเสียเวลา “อกอีแป้นแตก” กับ “ซีเค เจิง” หรือไม่ต้องไป “บวดหัว” กับการ “ชักเข้า-ชักออก” ของเจเนอเรชั่นแห่งความล้มเหลวอย่าง “อาเฮีย สุทธิชัย” ก็แค่คลิกไปที่ช่อง “YouTube” ไปรับฟังการวิเคราะห์ สังเคราะห์ ของคนอย่าง “พันเอกDouglas Macgregor” ท่านทูต “Chas Freeman” “ศาสตราจารย์Jeffrey Sachs” หรือ “ศาสตราจารย์John Marsheimer” ฯลฯ ที่ออกจะเห็นไปในแนวเดียวกันทั้งสิ้น ทั้งปวง นั่นก็คือ...อเมริกาและอิสราเอล...แพ้แล้ว!!! ส่วนจะมี “พระ” สวดนำหน้า หรือแบกขึ้นเมรุตอนไหน? อย่างไร? ก็แล้วแต่จะว่ากันไป... 

แม้ผู้ที่ไม่เชี่ยวชำนาญภาษาปะกิต เพราะไม่ใช่ภาษาพ่อ ภาษาแม่ ของทวยไทยทั้งหลายซะเมื่อไหร่ ก็น่าจะฟังออกฟังพอรู้เรื่องได้ไม่ยาก อันเนื่องมาจากระบบแปลภาษาอัตโนมัติช่วงหลังๆ นี้ หรือช่วงที่ “AI” มันออกจะก้าวหน้า ก้าวไกล ยิ่งเข้าไปทุกที ส่วนที่ผิดๆ พลาดๆ อาจพอมีอยู่มั่ง แต่พอจะจับความ จับแก่นสาระสำคัญๆ ได้พอประมาณ ซึ่งบรรดา “กูรู-กูรู้” เหล่านี้ ที่ล้วนแต่มีประสบการณ์ มีข้อมูล-ข่าวสาร มีความเฉียบขาด-เฉียบคมในแง่มุมมองและความคิด อย่างน่าทึ่ง น่าประทับใจ เอามากๆ ต่างมองเห็นถึงความจนตรอก จนมุม หาทางออก-ทางไปแทบไม่เจอ ของทั้ง “ไอ้เหี้ย...ม์ม์ม์ม”และ “ไอ้บ้า” ทั้งผู้นำอิสราเอลอย่าง “นายBenjamin Netanyahu” และผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” ที่กะจะถล่มอิหร่าน ให้ฉิบหาย-วายวอดลงไปให้จงได้ ว่ากำลังใกล้จะได้เวลา “เผาหลอก-เผาจริง” ในอีกไม่ช้า-ไม่นาน นับจากนี้... 

แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ...ไม่ว่าจะ “ไอ้เหี้ย...ม์ม์ม์ม-Netanyahu” หรือ “ไอ้บ้า-ทรัมป์บ้า” ต่างก็หนักไปทางประเภท “แพ้...ไม่เป็น” หรือไม่คิดจะแพ้เอาง่ายๆ แม้ว่าจะไม่เหลือช่อง เหลือรู เหลือพื้นที่ใดๆ ที่จะให้ดิ้น ให้ตะเกียกตะกายอีกต่อไป การหาทางออก ทางไป ทางรอด หรือ “ทางลง” ของสองผู้ยุ่งเหยิงดังกล่าว จึงเป็นอะไรที่น่าจับตา น่าคิด น่าสะกิดใจเอาไว้ก่อนล่วงหน้า ว่ามันจะออกมาในแนวไหน? รูปไหน? จะยอม “ถอนทหารอเมริกัน” ออกจากภูมิภาคตะวันออกกลางแบบไม่ให้เหลือติดปลายนวมแม้แต่รายเดียว ดังที่ฝ่ายอิหร่านเขาเคยตั้งเป้า ตั้งปณิธานเอาไว้นับตั้งแต่การลอบสังหาร “พลเอกQasem Soleimani” ในยุค “ทรัมป์บ้า” สมัยแรกหรือดังที่รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย “นายSergey Lavrov” ท่านให้คำจำกัดความไว้ว่า “Security Guarantees” อันไม่ได้ต่างอะไรไปจากสิ่งที่รัสเซียเรียกร้องและต้องการจากโลกตะวันตก หรือจาก “NATO” ที่ได้ขยายพื้นที่อิทธิพลไปจ่อปากประตูบ้านของตัวเอง จนต้องเกิด “สงครามยูเครน” ขึ้นมาจนได้... 

ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่า...ถือเป็นการ “ปิดฉากความเป็นจ้าวโลก” ของคุณพ่ออเมริกาในภูมิภาคที่มีความสำคัญเอามากๆ ไม่ว่าในแง่ทรัพยากร หรือในแง่ภูมิรัฐศาสตร์อย่างภูมิภาคตะวันออกกลาง แบบไม่เหลือติดปลายนวมเอาเลยแม้แต่น้อย และย่อมส่งผลให้ “ความทะเยอทะยาน” ของพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์อย่างอิสราเอล ที่หวังสถาปนาสิ่งที่เรียกว่า “The Greater Israel” ตั้งแต่ลุ่มแม่น้ำไนล์ไปยันลุ่มแม่น้ำยูเฟรติส มีอันต้อง “แห้วกระป๋อง” ตามไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้ หรือเท่ากับ “แพ้”แบบชนิดรูดมหาราช นั่นยังไม่รวมถึงการ “อยู่ไม่ครบเทอม” ของ “ทรัมป์บ้า” หรือการถูกลบออกจากแผนที่ของอิสราเอล ที่ “พันเอกDouglas Macgregor” ท่านวาดจินตนาการเอาไว้ก่อนล่วงหน้า... 

อันนี้นี่เอง...ที่น่าจะทำให้สองผู้ยุ่งเหยิงรายที่ว่า น่าจะต้องออกแรง “ดิ้น” แบบสุดฤทธิ์ สุดเดช โดยทางออก-ทางไปน่าจะเหลืออยู่เพียงทางเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ...ต้อง“ถมศพ-เพื่อเก็บศพ” หรือต้องหาทาง “เอาชนะ” อิหร่าน ไม่ว่าทางหนึ่ง-ทางใดให้จงได้!!! ไม่ว่าการระดมทหารภาคพื้นดิน เข้าไปยึดเกาะยุทธศาสตร์อย่าง “เกาะฆอร์ก”หรือ “Kharg Island” หรือระดมกำลังนับเป็นหมื่นๆแสนๆ บุกลึกเข้าไปในดินแดนอิหร่าน แบบชนิด “ตาย-เป็ง-ตาย” กันไปข้าง แต่ก็นั่นแหละ...การหาทางออก ทางไป ในลักษณะเช่นนี้ ก่อนอื่นหนีไม่พ้นต้องหาทาง “เปลี่ยนทัศนคติ” ของผู้คนภายในประเทศตัวเอง โดยเฉพาะในอเมริกา...ที่ว่ากันว่าผู้คนถึง 78 เปอร์เซ็นต์ต่างไม่คิดจะเอาด้วยกับสงครามอิหร่านของ “ทรัมป์บ้า” แม้แต่บรรดาผู้ที่เคยสนับสนุนผู้นำรายนี้แบบหัวชนฝา หรือพวก“MAGA” ทั้งหลายที่ต่างหันมาด่าพ่อล่อแม่ “ทรัมป์บ้า”ถึงขั้น “F**k this war, F**k foreign entanglement”ดังคำพูด คำจา ของสาวก “MAGA” อย่าง “Megyn Kelly” เป็นต้น... 

โดยการเปลี่ยนแปลงทัศนคติในลักษณะที่ว่า คงหนีไม่พ้นที่จะต้องหาทาง “ใส่ร้ายป้ายสี” ผู้ที่ตั้งตัวเป็นศัตรูอย่างเป็นระบบและเป็นกระบวนการ หรือแบบที่เรียกว่า “False Flag” อะไรประมาณนั้น อันเป็นสิ่งที่เคยใช้ได้ผล หรือเคยประสบความสำเร็จมาตั้งแต่ยุคอดีตประธานาธิบดี “Woodrow Wilson” เอาเลยก็ว่าได้ คือจากการโฆษณาหาเสียงในตอนเลือกตั้งประธานาธิบดีว่าจะไม่สนับสนุนฝ่ายใด-ฝ่ายหนึ่ง ในช่วง “สงครามโลกครั้งที่ 1” ไม่ว่าฝ่ายเยอรมนีหรือสัมพันธมิตรยุโรป ด้วยเหตุเพราะความหลากหลายของสังคมอเมริกันที่เต็มไปด้วยชาวยุโรปไม่รู้กี่ต่อกี่ประเทศ แต่หลังจากเรือโดยสาร“Lusitania” ถูกตอร์ปิโดเรือดำน้ำเยอรมนีจมลงในปีค.ศ. 1915 โดยการวางแผนสมคบคิดอันสุดแสนสลับซับซ้อนของชาวยิวร่วมกับพวกผู้ดีอังกฤษ รัฐบาลประธานาธิบดี “Wilson” เลยสามารถประกาศสงครามกับเยอรมนีได้แบบฉับพลัน-ทันที... 

ไม่ต่างไปจากเหตุการณ์ “9/11” หรือเหตุการณ์ถล่มตึก “World Trade Center” ที่บรรดานักธุรกิจชาวยิวต่างรู้ล่วงหน้าจนสามารถรอดพ้นไปจากการโจมตีของผู้ก่อการร้ายชาวซาอุฯ ได้แบบสบายๆ และทำให้รัฐบาลอดีตประธานาธิบดี “George W. Bush” สามารถประกาศ“สงครามกับการก่อการร้าย” ขยายบทบาท อิทธิพลของอเมริกาครอบคลุมไปในระดับทั่วทั้งโลกแบบ “ใครไม่เลือกข้างอเมริกาก็คือผู้ก่อการร้าย” ในเวลาต่อมานั่นเอง!!! อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้เลขาธิการสภาสูงสุดด้านความมั่นคงอิหร่าน อย่าง “นายAli Larijani” ท่านเลยต้องรีบออกมาป่าวประกาศไว้ล่วงหน้า ว่า “กระบวนการใส่ร้ายป้ายสี” ในระดับ “9/11” หรือระดับปลอมตัวเป็นโดรน “Shard 136” ของอิหร่าน แล้วบินไปถล่มประเทศหนึ่ง-ประเทศใดเพื่อก่อให้เกิด “เงื่อนไข” ในการเล่นงานอิหร่านให้ฉิบหาย-วายวอดกันไปข้างอาจอุบัติขึ้นมาในอีกไม่ช้า-ไม่นานนับจากนี้... 

จริง-ไม่จริง น่าเชื่อ-ไม่น่าเชื่อ เป็นไปได้-เป็นไปไม่ได้...คงต้องลองเก็บไปคิดๆ กันเอาเอง แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...ทั้ง “ไอ้บ้า” และ “ไอ้เหี้ย...ม์ม์ม์ม” คงไม่น่าจะยอมรับความพ่ายแพ้เอาง่ายๆ แม้ไม่เหลือช่อง เหลือรู เหลือหนทางใดๆ เอาเลยก็ตาม จนบรรดา “กูรู-กูรู้”จำนวนไม่น้อยอดไม่ได้ที่จะหวาดเสียว สยดสยอง เมื่อนึกถึง “อาวุธชิ้นสุดท้าย” ของอเมริกาและอิสราเอลที่ต่างต้องถือเป็น “ชาตินิวเคลียร์” ไปด้วยกันทั้งคู่ หรือต่างกำหัวรบนิวเคลียร์ไว้ตั้งแต่ 1,000 กว่าหัวไปจนถึง 70-80 หัวและต่างมี “ผู้นำ” ที่สติ-สตางค์ไม่สมประกอบ ขึ้นอยู่กับว่าจะบ้ามาก-บ้าน้อยไปกว่ากันและกันเท่านั้น และนั่นย่อมถือเป็นบทสรุปที่ “อันตราย” เอามากๆ ไม่ว่าต่อประเทศใด-ประเทศหนึ่ง หรือต่อโลกทั้งโลก... 

อย่างไรก็ตาม...ดังที่ได้บอกเอาไว้แล้วว่า สงครามครั้งนี้ไม่ใช่แค่ “สงครามอิหร่าน” โดยลำพังล้วนๆ แต่คือสงครามระหว่างโลก 2 ขั้ว หรือระหว่างพวก “โลกขั้วอำนาจเดียว” ที่เชื่อว่า “กู-คือความถูกต้อง” หรือ “Might makes right” กับบรรดาพวก “โลกหลายขั้วอำนาจ” ที่ต่างปรารถนาและต้องการ “อำนาจอธิปไตย”เป็นของตัวเอง ไม่ต้องการตกอยู่ภายใต้ “กฎแห่งป่า” ที่ถูกนำมาใช้แทนที่ “กฎหมายระหว่างประเทศ” ไปแล้วในทุกวันนี้ ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่าจะเกิดการ “ยกระดับความรุนแรง” ต่ออิหร่าน ไปในแบบไหน? ลักษณะไหน? หรือโดยการก่อให้เกิด “เงื่อนไข” ใดๆ ก็ตาม แต่นั่นก็จะยิ่งกลายเป็นตัวเร่ง ตัวกระตุ้น ให้เกิด “การเผชิญหน้าโดยตรง” ระหว่างโลกทั้งสองอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ หรือมีแต่จะยิ่งนำพาไปสู่ “สงครามโลกครั้งที่ 3” โดยเบ็ดเสร็จและสมบูรณ์!!!