อย่างที่นักจัดรายการวิทยุชาวอเมริกันเชื้อสายอังกฤษ “Harold-Boake Carter” เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่เกือบ 100 ปีที่แล้วนั่นแหละว่า...“In Time of War, the first casualty is truth.” หรือในยามสงครามหน้าสิ่ว-หน้าขวาน หน้าข้าว-หน้าเหล้า สิ่งที่เรียกว่า “ความจริง” นั่นแหละ จะถูกประหัตประหารเสียก่อนอื่น!!! ด้วยเหตุนี้...เมื่อคุณพ่ออเมริกาและพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์อิสราเอลเขาเปิดกล่องแพนโดราหรือ “เปิดประตูนรก” ขึ้นมา ด้วยการถล่มอิหร่านแบบชิงโจมตีก่อนทั้งที่ยังเจ๊าะแจ๊ะเจรจาไม่แล้วเสร็จ แต่ละสิ่งแต่ละอย่างที่ประเดประดังเข้าสู่ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของบรรดาเราๆ-ทั่นๆ รวมทั้งบรรดาชาวโลกทั้งหลาย มันจึงยากที่จะแยกแยะว่า “อะไรจริง-อะไรเท็จ”!!!
ยิ่งบรรดา “กูรู-กูรู้” ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลก มันมีอยู่เยอะแยะมากมายไปตามความก้าวหน้า-ก้าวไกลของ “เทคโนโลยีสื่อสาร” ที่ใครก็ตามซึ่งมีโทรศัพท์มือถือ ไอพอด ไอแพดไอกระด๊อกกระแด๊กติดนิ้วมือ ติดปลายนวมอยู่เพียงเล็กๆ น้อยๆ ก็ย่อมสามารถพูดได้ออกความเห็นได้ ผ่าน “Facebook”, “YouTube”, “Tick-Tock” ฯลฯ หรือบรรดาโซเชียลมีเดียทั้งหลายแบบนาทีต่อนาที ชั่วโมงต่อชั่วโมง โดยไม่จำเป็นต้องสนใจว่าอะไรถูก-อะไรผิด อะไรจริง-อะไรเท็จ หรือแม้แต่อะไรดี-อะไรชั่ว เอาเลยก็ว่าได้ ยิ่งเมื่อเกิดการยกระดับอุปกรณ์ เครื่องไม้-เครื่องมือ ไปถึงขั้นที่ “ปัญญาเทียม” หรือ “ปัญญาประดิษฐ์” อาจก้าวหน้า-ก้าวไกลยิ่งกว่า “ปัญญาจริง” หรือ “ปัญญาอึ่งอ่าง” เสียด้วยซ้ำ อันนี้...ก็ยิ่งยากยิ่งขึ้นไปอีก ที่จะแยกแยะว่าอะไรจริง-อะไรเท็จ อะไรถูก-อะไรผิด จนสุดท้าย...อะไรดี-อะไรชั่ว ก็แทบไม่ต้องเสียเวลาพูดถึง...
คือแค่เฉพาะบ้านเรา...ก็เหนื่อยแล้ว!!! เรียกว่า...ถึงขั้นเล่นเอาเหยี่ยวข่าวสาวผู้เชี่ยวชาญเรื่องราวความเป็นไปของโลกเจ้าของรายการ “ยูทูปรอบโลก” อย่างคุณน้อง “กรุณา บัวคำศรี” แทบอกอีแป้นแตกตาย เมื่อเจอเข้ากับ “กูรู-กูรู้” อย่าง “ซีเค เจิง” ออกมาฟันธง-ฟันเฟิร์มเรื่อง “นิวเคลียร์อิหร่าน” แบบชนิดธงขาด ธงหัก ไปเป็นผืนๆ ด้ามๆ แต่นั่นก็ยังไม่หนักเท่ากับบรรดา “นักการเมืองอเมริกา” ในแต่ละราย ที่ออกไปในแนวเดียวกับ “ซีเค เจิง” เขานั่นแหละ ไม่ว่าไล่มาตั้งแต่ตัวประธานาธิบดีอย่าง “ทรัมป์บ้า” ที่พยายามออกมา “ด้อยค่า” อิหร่านชนิดแทบวันละ3 เวลาหลังอาหารแพ้แล้ว-ไม่เหลืออะไรแล้ว-กองทัพอากาศ-กองทัพเรือ-ฐานยิงจรวดถูก “กองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก” อย่างกองทัพอเมริกันล้างผลาญทำลายจนแทบไม่เหลือเศษซาก หรือรัฐมนตรีกระทรวงสงครามกระทรวงกลาโหม อย่าง “นายPete Hegseth” ที่ชอบสักโน่น สักนี่ เอาไว้เต็มเนื้อเต็มตัว คล้ายๆ พวกที่ชอบเจ็บ ชอบปวด หรือพวกมาโชคิสต์อะไรประมาณนั้นที่ออกมา “ตลกหน้าม่าน” ด้วยข้อมูล ข่าวสาร ด้วยตัวเลขสถิติ ว่าอาวุธแทบทุกชนิดของอิหร่านถูกทำลายไปแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ 95 เปอร์เซ็นต์แต่พูดไม่ทันขาดคำ...เครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ เรือบรรทุกเครื่องบินอเมริกา ฯลฯ ฯลฯ ก็โดนจรวดอิหร่านสอยซะดื้อๆ!!!
ส่วน “ไอ้เหี้ย...ม์ม์ม์ม” อย่างผู้นำอิสราเอล “นายBenjamin Netanyahu” จะตาย-ไม่ตาย ก็ยากที่จะแยกแยะอีกนั่นแหละ
เพราะการถูกประคับประคองออกมาจากเศษซากปรักหักพังโดยจรวดอิหร่าน หรือการออกมาแถลงข่าวพร้อมกับ “นิ้วมือ” ที่มีอยู่ 6 นิ้วหรือ 5 นิ้วกันแน่!!! อันนี้...มันคงขึ้นอยู่กับ “เอไอ-ไม่เอไอ” ที่ช่วยเพิ่มความ “บวดหัว” แบบชนิดยา “บวดหาย” ก็เอาไม่อยู่ ด้วยเหตุนี้นี่เอง...ที่คงต้อง “ตั้งสติ”เอาไว้ให้จงหนัก ก่อนจะไปแยกแยะว่าอะไรถูก-อะไรผิด อะไรจริง-อะไรเท็จ ไม่งั้นโอกาสที่จะรู้ว่าอะไรดี-อะไรชั่วหรือรู้ดี-รู้ชั่ว ก็อาจยิ่งเป็นไปไม่ได้ยิ่งขึ้นไปใหญ่เปิดฉากสัปดาห์นี้...เลยคงต้องขออนุญาตชวนให้มามองแนวโน้มความเป็นไปของสถานการณ์ในแบบ “ภาพรวม” แทนที่จะไปปวดหัวกับ “รายละเอียด” ที่ออกจะสับสน อลหม่าน ยากที่จะแยกแยะกันได้ง่ายๆ...
คือถ้าหากมองกันโดยรวมๆ แล้ว...ก็น่าจะเป็นไปดังที่ได้ฟันธงและฟันเฟิร์มไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั่นแหละว่า ยังไงๆ คุณพ่ออเมริกาและพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์อิสราเอลน่าจะ “แพ้-กับ-แพ้” หรือ “เจ๊ง-กับ-เจ๊ง” อยู่แล้วแน่ๆ ไม่ว่าพยายามจะ “สมรักษ์ คำสิงห์” กันในลักษณะไหน? ด้วยเหตุเพราะการไร้แผน ไร้ยุทธศาสตร์ ในการเปิดฉากสงครามคราวนี้ ต่างไปจากอิหร่านที่ไม่เพียงแต่เตรียมตัวรับมือกับ “ศัตรู-คู่อาฆาต” อย่างอเมริกาและอิสราเอลมาตลอดช่วง 47 ปีแต่ยังสามารถผสมผสานยุทธศาสตร์ของตัวเอง ให้กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับบรรดาประเทศซีกโลกใต้ทั้งหลายหรือทำให้ชัยชนะและความพ่ายแพ้ของอิหร่าน แทบกลายเป็นชัยชนะและความพ่ายแพ้ของ “โลกหลายขั้วอำนาจ” ที่จะต้องเผชิญกับการดิ้นรนของพวก “โลกขั้วอำนาจเดียว” ในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน หรือช่วงที่ระเบียบโลกแบบเก่ากำลังถึงกาลล่มสลายและระเบียบโลกแบบใหม่กำลังก่อรูปก่อร่าง นั่นเอง!!!
พูดง่ายๆ ว่า...การเล่นงานอิหร่าน ไม่ว่าด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ ย่อมก่อให้เกิด “ผลกระทบ” ไปถึงกลุ่มก้อนบรรดาประเทศที่เพียรพยายามจะสร้าง “ทางเลือก” ใหม่ๆ ให้กับโลกใบนี้ หรือโลกที่ไม่ได้ถูกครอบงำโดยคุณพ่ออเมริกาและบรรดาอดีตจักรวรรดินิยมตะวันตกทั้งหลาย ไม่ว่าในแง่การเมือง เศรษฐกิจหรือการทหารก็ตามที “สงครามอิหร่าน” จึงแทบไม่ต่างอะไรไปจากสงครามระหว่าง “โลกหลายขั้วอำนาจ” กับ “โลกขั้วอำนาจเดียว” นั่นเอง ชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ของอิหร่านก็จึงกลายเป็นชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ระหว่างโลกแต่ละขั้วไปด้วย ยิ่งพวกโลกขั้วอำนาจเดียวในระหว่างนี้ ไม่ได้ “เหมือนเดิม” ต่อไปอีกแล้วไม่ได้เป็นโลกที่ผนึกแน่นระหว่าง “พันธมิตรสองฟากฝั่งแอตแลนติก” หรือระหว่างคุณพ่ออเมริกากับพันธมิตรยุโรปตะวันตกที่เคยเคียงบ่า-เคียงไหล่กันมาโดยตลอด แต่กลายเป็นโลกที่ตั้งอยู่บนมาตรฐานของผู้นำอเมริกาที่ถือว่า “กู...คือความถูกต้อง” ตามแบบฉบับของ “ทรัมป์บ้า” นั่นเอง โดยอาศัย “กฎแห่งป่า” แทนที่ “กฎหมายระหว่างประเทศ” อย่างเห็นได้โดยชัดเจน...
ด้วยเหตุนี้...การโจมตีอิหร่านที่ไม่เพียงแต่เป็นหนึ่งในประเทศกลุ่ม “BRICS” และกลุ่มประเทศ “SCO”(Shanghai Cooperation Organization) อีกด้วยต่างหาก อันเป็นกลุ่มประเทศที่ยังคงต้องการที่จะมี “อำนาจอธิปไตย” เป็นของตัวเองหรือไม่ต้องการที่จะอยู่ภายใต้ฝ่าเท้า ฝ่าตีน ของผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” มันจึงแทบไม่ต่างอะไรไปจากการจับตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลาไปเรียกค่าไถ่ หรือการคิดจะยึดเกาะกรีนแลนด์ คิดจะผนวกแคนาดามาเป็นรัฐที่51 คิดเข้าไปปราบยาเสพติดในเม็กซิโก หรือคิดจะยึดคิวบาเป็นรายต่อไป ฯลฯ อันเป็นสิ่งที่ไม่เพียงแต่ “ขัดแย้ง” กับบรรดาประเทศซีกโลกใต้ทั้งหลาย แต่กระทั่งพันธมิตรที่เคยเคียงบ่า-เคียงไหล่อย่างบรรดาชาติยุโรปในแต่ละราย ยังมิอาจรับได้เอาเลยด้วยซ้ำ!!!
ดังนั้น...ไม่ว่าประเทศใดๆ ก็ตามที่ไม่ต้องการที่จะอยู่ภายใต้ฝ่าตีนของ “ทรัมป์บ้า”ย่อมมิอาจปล่อยให้ “กฎแห่งป่า” กลายมาเป็น “ระเบียบโลก” แทนที่ “กฎหมายระหว่างประเทศ” กันง่ายๆ และอันนี้นี่เอง...ที่พอจะนำมาใช้เป็นคำตอบคำอธิบายถึง “จุดยืน” ของ “มหาอำนาจคู่แข่งอเมริกา” ไม่ว่าคุณพี่จีน หรือคุณน้ารัสเซียก็ตาม ในการชิงโจมตีก่อนของคุณพ่ออเมริกาและพันธมิตรอิสราเอลต่ออิหร่านในสงครามคราวนี้ แม้ว่าประเทศทั้งสองยังอาจไม่พร้อมที่จะ “เผชิญหน้า” กับมหาอำนาจสูงสุดอย่างอเมริกาโดยตรง แต่การปล่อยให้ “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์” อย่างอิหร่านล้มคว่ำคะมำหงายไปต่อหน้า-ต่อตา ก็คงไม่ต่างไปจาก “การยอมรับความพ่ายแพ้ของบรรดาโลกหลายขั้วอำนาจ”นั่นเองนักคิด-นักวิชาการชาวรัสเซีย อย่าง “นายFyodor Lukyanov” หัวหน้ากองบรรณาธิการ “Russia in Global Affairs” และผู้อำนวยการวิจัยแห่งสโมสรนักคิด “Valdai International Club” เขาเลยต้องอธิบายถึงแนวโน้มความเป็นไปเหล่านี้ไว้ในข้อเขียน บทความ ว่าด้วยเรื่อง “What Iran crisis reveals about BRICS” และ “The War on Iran could remake the world” เอาไว้ถึง 2 เรื่องซ้อนๆ ใครสนใจรายละเอียดคงต้องไป “คลิก” อ่านกันเอาเอง...
ยิ่งโดยเฉพาะคุณพี่จีนด้วยแล้ว...เมื่อได้ยินคำพูด คำจา ของผู้สนับสนุนรายสำคัญของ “ทรัมป์บ้า”อย่างวุฒิสมาชิก “Linsey Graham”ที่ให้สัมภาษณ์ “Fox News” ไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา(8 มี.ค.) ถึงความกระหายใคร่อยากที่จะให้มหาอำนาจสูงสุดอเมริกาเป็นผู้ควบคุมปริมาณน้ำมันระดับ 1 ใน 3 ของโลก ไม่ว่าด้วยการจับประธานาธิบดีเวเนซุเอลาไปเรียกค่าไถ่หรือการโจมตีอิหร่าน อันจะส่งผลให้มหาอำนาจคู่แข่งอย่างจีนหมดฤทธิ์ หมดเดช หรือหมดโอกาสเผยอหน้าขึ้นมาทัดเทียมคุณพ่ออเมริกา โอกาสที่คุณพี่จีนท่านจะ “เอามือซุกหีบ” ไว้เฉยๆ โดยไม่คิดจะ “เลียะพะ” ขึ้นมามั่งเลย ย่อมไม่น่าจะเป็นไปได้อยู่แล้วแน่ๆ!!!
ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่าผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” จะ “สมรักษ์ คำสิงห์” ไปแนวไหน? ไม่ว่าความถูก-ความผิด หรือความจริง-ความเท็จจะเป็นไปในลักษณะใด? แต่โอกาสที่อิหร่านจะกลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ โดยที่รัสเซียและจีนอาจต้องแพ้ตามไปด้วยอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ มันจึงไม่ใช่เรื่องที่จะปอกกล้วยเข้าปากกันง่ายๆ ไม่ว่าจะโม้แล้ว โม้เล่า โม้ซ้ำ โม้ซาก กันเพียงไรก็ตาม เพราะนี่ไม่ใช่ “สงครามอิหร่าน” แต่เป็น “สงครามระหว่างโลก2 ขั้ว” ที่กำลังวัดตัดสินว่าใครอึดกว่า ทนกว่า ยืนระยะได้นานกว่านั่นแหละที่จะเป็น “ฝ่ายชนะ”...


