ถึงแม้ว่าได้มีข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยได้จัดตั้งเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วยพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง และพรรคเล็กหลายพรรครวมกัน 33 เสียง รวมเป็น 300 เสียง โดยไม่มีพรรคกล้าธรรมซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลรักษาการอยู่ในขณะนี้ร่วมด้วย
ถึงแม้ว่าได้มีข่าวออกมาดังกล่าวแล้วข้างต้น ก็ยังมีนักวิเคราะห์การเมืองท่านยังเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ยอมทิ้งพรรคกล้าธรรม และเป็นรัฐบาลร่วมกับพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคใหญ่รองจากพรรคภูมิใจไทยเพียงพรรคเดียว โดยไม่มีพรรคระดับกลางเช่นพรรคกล้าธรรมคอยถ่วงด้วย
ผู้เขียนเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ ทั้งนี้อนุมานจากเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้
1. ถ้าไม่มีพรรคกล้าธรรมคอยถ่วงดุลอำนาจก็เท่ากับเปิดโอกาสให้พรรคเพื่อไทยต่อรอง และเรียกร้องให้รัฐบาลกระทำในสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยไม่ต้องการจะทำเช่น การออกกฎหมายนิรโทษกรรมนักการเมือง รวมคดีมาตรา 112 ด้วย เป็นต้น โดยการกดดันด้วยการถอนตัวหรืองดออกเสียงในวาระที่รัฐบาลต้องการเสียงสนับสนุนเป็นเอกภาพเช่น การเสนอกฎหมายสำคัญหรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจจากฝ่ายค้าน เป็นต้น
2. ถ้าเปรียบเทียบความใกล้ชิดกับพรรคภูมิใจไทยระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรมในอดีตที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าพรรคกล้าธรรมใกล้ชิดและมีความเป็นมิตรมากกว่า
ส่วนพรรคเพื่อไทยนอกจากมีความใกล้ชิดน้อยกว่าแล้ว ยังเป็นคู่แข่งทางการเมือง ทั้งมีความขัดแย้งกันมาก่อนหน้านี้ด้วย
3. ถึงแม้ว่าได้มีข่าวก่อนหน้านี้ว่าพรรคภูมิใจไทยต้องการขอคืนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จากพรรคกล้าธรรม และพรรคกล้าธรรมไม่เต็มใจจะคืนให้ ทำให้เกิดความขัดแย้งกัน
แต่สุดท้ายเชื่อว่าตกลงกันได้หรือแม้กระทั่งมีข่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเกรงว่าถ้าพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล และต้องแต่งตั้งให้ธรรมนัส พรหมเผ่า มีตำแหน่งใน ครม.แล้วทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลไม่ดีในสายตาของผู้คนในสังคม ก็เชื่อว่าประเด็นตกลงกันได้โดยที่ผู้กองกล้าธรรมนัสเสียสละไม่ยอมรับตำแหน่ง
ด้วยเหตุปัจจัย 3 ประการข้างต้น ยืนยันได้ว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ทิ้งพรรคกล้าธรรมแน่นอน
ในทางตรงกันข้าม ถ้าพรรคเพื่อไทยต่อรองเกินไปจะทำให้พรรคภูมิใจไทยยอมรับไม่ได้ พรรคที่จะถูกตัดออกจากการร่วมรัฐบาลอาจเป็นพรรคเพื่อไทย มิใช่พรรคกล้าธรรม
ส่วนประเด็นข่าวที่ว่า พรรคภูมิใจไทยกำลังติดต่อเพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วม โดยไม่มีพรรคกล้าธรรมนั้น เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์คงปฏิเสธ โดยใช้เงื่อนไขในข้อจะไม่เข้าร่วมกับพรรคที่ก่อให้เกิดความแตกแยก ซึ่งก็น่าจะหมายถึงพรรคเพื่อไทยซึ่งเคยทำให้พรรคประชาธิปัตย์แตกแยกมาแล้ว ประกอบกับนายชวน หลีกภัย ก็เคยประกาศมาแล้วว่าจะไม่ร่วมกับพรรคเพื่อไทย จึงสรุปได้ว่าคงจะไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลแน่นอน


