xs
xsm
sm
md
lg

“ทรัมป์บ้า” อาจอยู่ไม่ครบเทอม-อิสราเอลอาจถูกลบไปจากแผนที่???

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


พันเอกดักลาส แมคเกรเกอร์ อดีตนายทหารจากกองทัพบกสหรัฐฯ
คงต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า...นับแต่สงครามอิหร่านกับอเมริกาและอิสราเอลมันเกิดตูมๆ ตามๆ ขึ้นมาจริงๆ ไม่เพียงแต่น้ำมันขึ้น แก๊สขึ้น “อันตัวข้าพเจ้าเอง”ก็เล่นเอาแทบ “ไข้ขึ้น” ไปเลยก็ว่าได้ เกิดอาการ “บวดหัว”ชนิดแม้แต่ยา “บวดหาย” ก็แทบเอาไม่อยู่ อันเนื่องมาจากข้อมูล-ข่าวสารที่ไหลทะลักควั่งพรูกรูนรกและสวรรค์ จนยากจะแยกแยะ ยากจะชั่งน้ำหนักได้ง่ายๆ ยิ่งเมื่อต้องเจอกับ “กูรู-กูรู้”ที่กรูออกมาเป็นสายๆ ไม่ว่าในระดับโลก หรือในบ้านเรา ก็ยิ่งปวดเศียร เวียนเกล้า ต้องคว้ายาหม่อง ยาดม ยาลม ยาอมมาสอดไว้ใต้ลิ้น ไม่งั้น...ถ้าไม่ออกไปทางท้องเฟ้อ เรอเปรี้ยว วิงเวียนศีรษะ เผลอๆ อาจถึงขั้นหัวใจวายเอาง่ายๆ!!!

คือไม่ใช่แค่เพราะการดวลจรวด ดวลระเบิด ที่ต่างฝ่ายต่างหันมาสาดใส่กันและกัน แบบดุเดือดเลือดพล่านยิ่งกว่าหนังบู๊หนังคาวบอย หรือหนังฮอลลีวูดเป็นไหนๆ ยังแถมด้วยการดวลคำพูด หรือสงครามน้ำลาย ที่ต่างฝ่ายต่างหนีไม่พ้นต้องสวมบทเป็น “สมรักษ์ คำสิงห์”ไปด้วยกันทั้งสิ้น แต่ก็นั่นแหละ...แม้ว่าได้แต่ยืนอยู่ห่างๆ แบบประเภท “นักสังเกตการณ์”โดยทั่วไป แต่ก็น่าที่จะพอ “ฟันธง”และ “ฟันเฟิร์ม” ได้แบบมิดด้าม เต็มด้าม ว่ายังไงๆ...จ้าวโลก ประมุขโลก อย่างคุณพ่ออเมริกาและพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์อิสราเอล น่าจะมีแต่ “แพ้-กับ-แพ้” หรือ “เจ๊ง-กับ-เจ๊ง”อย่างมิพึงต้องสงสัย อันเนื่องมาจากการเปิดฉากเปิดประตูนรก ด้วยการ “ชิงโจมตีก่อน” ต่อพี่เบิ้มในตะวันออกกลางอย่างคุณปู่อิหร่านคราวนี้ ต้องเรียกว่า...เป็นไปในแบบไร้แผน ไร้ยุทธศาสตร์ เหมือนอย่างที่นักคิด-นักวิชาการชาวรัสเซีย “นายFarhad Ibragimov” เขาตั้งข้อสังเกตไว้ตั้งแต่แรกนั่นแหละว่า ออกไปทางจนตรอก หรือจนมุม ซะมากกว่า...

ไม่ว่าจะเป็นผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า”ที่จะเป็นเพราะ “ตกกระไดพลอยโจน”อย่างที่รัฐมนตรีต่างประเทศตัวเอง “นายMarco Robio” ออกมาอธิบายทำนองว่า ถ้าปล่อยให้อิสราเอลโจมตีอิหร่านโดยลำพังก็อาจถูกตอบโต้โดยอิหร่าน จนมีสิทธิ์เสียหายยิ่งไปกว่านี้ ประธานาธิบดีอเมริกันผู้สุดแสนจะฉลาดในเรื่องโง่ๆ อย่าง “ทรัมป์บ้า”เลยต้องตัดสินใจ “บ้า...ก็...บ้าวะ” ไปตามการฉุดกระชากลากถูของพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์อย่างอิสราเอล อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ หรือจะเป็นเพราะถูกบีบไข่ กำไข่ โดยอาศัย “แฟ้มลับเอปสตีน” ของสายลับMossad” หรือ “นายJeff Epstine” เป็นเครื่องมือ ให้ต้องตัดสินใจในแบบ Israel First” ไม่ใช่ America First” ก็แล้วแต่จะว่ากันไป แต่ล้วนแล้วแต่เป็นการตัดสินใจที่สะท้อนให้เห็นถึงอาการจนตรอก จนมุม ไม่ได้มีแผน มียุทธศาสตร์ใดๆ รองรับเอาไว้เลยแม้แต่น้อย...

ส่วนผู้นำอิสราเอลอย่าง “ไอ้เหี้ย...มม์ม์ม์-Benjamin Netanyahu” คงไม่ได้ผิดแผกแตกต่างไปจากกันสักเท่าไหร่เพราะเป็นที่รู้ๆ กันมานานแล้วว่า เพื่อที่จะต่ออายุ ต่ออำนาจ ไม่ให้ต้องติดคุก ติดตะรางไปซะก่อน ด้วยข้อหาทุจริต ประพฤติมิชอบเลยต้องหันมาอาศัย “สงคราม” เป็นทางออกทางรอด ไม่ว่าสงครามกับพวก Hamas”ในฉนวนกาซากับ Hezbollah” ในเลบานอน หรือHouthis”ในเยเมน และโดยเฉพาะอิหร่านที่เป็นเสมือน “หัวปลาหมึกยักษ์” ของฝ่ายต่อต้านอิสราเอล(Axis of Resistance) ในตะวันออกกลาง อันเป็นอะไรที่ “ตึงมือ”อยู่พอสมควร จนเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้อง “ลาก” คุณพ่ออเมริกาให้เข้ามาร่วมเจ๊ง ร่วมฉิบหาย อย่างมิอาจปฏิเสธได้ และนั่นก็คือการจนตรอก จนมุม อีกนั่นแหละ หรือไม่ได้สะท้อนถึงยุทธศาสตร์ใดๆ เอาเลยก็ว่าได้...

อันนี้นี่แหละ...ที่ออกจะต่างไปจากคุณปู่อิหร่านแบบคนละเรื่อง-คนละม้วน เพราะการที่ต้องต่อสู้ รับมือ กับการกดการบีบ การแซงชั่นทางเศรษฐกิจ การไล่ทุบ-ไล่ตีด้วยกำลังทางทหาร คราวแล้ว-คราวเล่า จากคุณพ่ออเมริกาและอิสราเอลมาตลอด47 ปี ถูกหลอกซ้ำ-หลอกซาก หลอกแล้ว-หลอกเล่า อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่เอง...ที่ทำให้เกิดการยกระดับการพัฒนาตัวเอง ในแต่ละขั้น แต่ละด้าน กลายมาเป็น “ยุทธศาสตร์” ที่ถูกถักทอบูรณาการจนมองเห็นได้ชัดเจนถึงความก้าวหน้า ก้าวไกล ไปตามลำดับ จากที่ได้แต่คว้ามีด คว้าไม้ คว้าสากกะเบือ ประเภทอาวุธเล็กๆ น้อยๆ เพื่อรับมือ “สงครามอิรัก-อิหร่าน” ที่คุณพ่ออเมริกาสนับสนุนให้ “ซัดดัม ฮุสเซน” ผู้นำอิรักเล่นงานอิหร่านตั้งแต่เพิ่งปฏิวัติใหม่ๆ มาบัดนี้...แต่ละสิ่งแต่ละอย่าง ได้ถูกแปรสภาพให้กลายเป็นจรวดร่อน จรวดไฮเปอร์โซนิก เป็นโดรนนั่น โดรนนี่ ฯลฯ ที่ทำเอา “เรือบรรทุกเครื่องบิน” ลำแล้ว ลำเล่า ของอเมริกา ต้องหันรี-หันขวาง หลีกๆ หลบๆ ชนิดเครื่องบินตกทะเลเอาดื้อๆ ไม่ก็ต้องถอยห่างไปตั้งหลัก หมดโอกาสเข้าประชิด หมดโอกาสเล่นงานกันง่ายๆ นั่นยังไม่รวมไปถึงการสาดลูกยาวใส่ฐานทัพอเมริกันในตะวันออกกลางพังพินาศไปเป็นแถบๆ ตลอดจนสนามบิน หน่วยบัญชาการทางทหารอิสราเอล ก็แทบไม่เหลือเศษซาก อันเนื่องมาจากความพยายามที่จะยกระดับ พัฒนา ตัวเองของอิหร่านเขามาโดยตลอดนั่นเอง...

ไม่ต่างไปจากการหาเพื่อน หาผู้ที่จะช่วยเหลือในยามยาก จากที่เคยต้องหวาดระแวงต่อการ “ขยายอำนาจลงใต้” ของหมีขาวรัสเซีย ตั้งแต่ยุค “พระเจ้าซาร์” โน่นเลย มาบัดนี้...อิหร่าน-รัสเซียได้กลายเป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์”ที่แทบ “ไร้ขีดจำกัด” ไปแล้วก็ว่าได้ จากความแตกต่างทางอุดมการณ์ระหว่างความเป็น “คอมมิวนิสต์” ของจีน กับ “ศาสนานิยม” อย่างอิหร่าน ไปๆ-มาๆ กลับกลายเป็นความสอดคล้อง กลมกลืน ที่ก่อให้เกิดความร่วมมือชนิดยาวไกลระดับตลอด20-25 ปีเป็นอย่างน้อย หรือแม้แต่ความแตกต่างระหว่าง “ซุนนี” กับ “ชีอะห์” ที่ทำให้ความเป็นพี่เบิ้มแห่งตะวันออกกลาง ต้องแยกฝ่ายแยกข้าง เป็นฝ่ายซาอุฯ-ฝ่ายอิหร่าน แต่สุดท้าย...ก็พอจะเริ่มผสมกลมกลืนกันได้มั่ง ฯลฯ อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่เอง...ที่สะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับพัฒนาในทาง “ยุทธศาสตร์” อันย่อมสามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันความมั่นคง ไม่ว่าจะถูกข่มขู่ คุกคาม แค้นเคือง อาฆาต จากผู้หนึ่ง-ผู้ใดก็ตาม...

การบุกอิหร่านของคุณพ่ออเมริกาและอิสราเอลคราวนี้...มันจึงกลายเป็นงานหิน งานช้าง หรือเป็นเรื่อง “ไม่ง่าย”อย่างเห็นได้โดยชัดเจน ยิ่งถ้าคิดคำนวณตามแบบฉบับที่สำนักข่าวAl-Jazeera” เขาบวก-ลบ-คูณ-หารออกมาเป็นตัวเลขกลมๆ ว่าจะต้องเม็ดเงินภาษีของอเมริกันชนมาละลายกับสงครามคราวนี้วันละ1,000 ล้านดอลลาร์เป็นอย่างน้อย จนกระทรวงสงครามหรือกระทรวงกลาโหมอเมริกันต้องเรียกร้องของบประมาณเพิ่มเติมอีกถึง 50,000 ล้านดอลลาร์ อันนี้...ก็ยิ่งส่อแววฉิบหายยิ่งขึ้นไปใหญ่ สำหรับประเทศที่มี “หนี้สิน” มากที่สุดในโลก เพราะความไร้แผน ไร้ยุทธศาสตร์ดังที่กล่าวไปแล้ว มันเลยทำให้แทบไม่รู้มุมจบ ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุด ยุติสงคราม สักเมื่อไหร่? ตอนไหน? และอย่างไร? การพล่าม การโม้ของผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า”  ไม่ว่าเรื่องอิหร่านติดต่อขอเจรจา เรื่องขอให้อิหร่านยอมแพ้โดยไม่มีเงื่อนไข การกำจัดศักยภาพทางทหารอิหร่านไปแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ ไปจนถึงการต้องยอมให้อเมริกามีส่วนร่วมแต่งตั้งผู้นำสูงสุดของอิหร่านแบบเดียวกับตั้งประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ฯลฯ ฯลฯ อันเป็นสิ่งที่ล้วนแต่หนักไปทางโกหกพกกลมไปด้วยกันทั้งสิ้น หรือแสดงถึงลักษณะอาการ “สมองเสื่อม” ไม่ก็เพื่อหวังที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของผู้คนจากเรื่อง “แฟ้มลับเอปสตีน” หรือไม่? ประการใด? ก็แล้วแต่จะคิด...

ยิ่งเมื่อ “มหาอำนาจคู่แข่งอเมริกา” และ “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์อิหร่าน”อย่างคุณน้ารัสเซีย ได้ออกมา “เปิดใจ” แบบตรงไป-ตรงมา ดังที่ “นายSergey Lavrov” รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียเขาได้กล่าวในระหว่างการประชุมโต๊ะกลมกับบรรดาเอกอัครราชทูตรัสเซีย เมื่อช่วงวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา(5 มี.ค.) ถึงขั้นว่า... Russia will do everything to make US-Israel aggressive against Iran…IMPOSSIBEL!!!” หรือรัสเซียพร้อมที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้การรุกรานอิหร่านของอเมริกาและอิสราเอลเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้โดยเด็ดขาด!!! อันนี้...ก็ยิ่งถือเป็นการปิดประตูแพ้ของอิหร่าน โดยไม่ต้องเสียเวลาไปเหน็ดเหนื่อยกับพวก “กูรู-กูรู้” เอาเลยก็ว่าได้ เพราะแค่เจอคุณปู่อิหร่านรายเดียว ทั้งอเมริกาและอิสราเอลก็ฟันหัก ฟันโยกเคี้ยวไม่ย่อย เคี้ยวไม่ลง อยู่แล้วในทุกวันนี้ ถ้าหากยังต้องเจอกับรัสเซีย กับจีน ไปจนถึงเกาหลีเหนือเอาเลยก็ไม่แน่ โอกาสที่จะเจ๊ง จะฉิบหายยิ่งไปกว่านี้ ย่อมมีสูงเอามากๆ...

อย่างไรก็ตาม...ถ้าหากยังไม่แน่ใจ ยังกริ่งเกรงใจอยู่มั่ง ก็ขออนุญาตเชิญชวนให้ไปลองหาคลิปวิดีโอสั้นๆในช่อง YouTube” ว่าด้วยเรื่อง What Happen Next In This War Will Shock You” หรือบทสัมภาษณ์ บทสนทนาของอดีตนายทหารอเมริกัน อย่าง “พันเอกDouglas Macgregor” ที่ได้วิเคราะห์ถึงจุดจบ จุดอวสานของสงครามอิหร่านเอาไว้แบบน่าคิด น่าสะกิดใจและน่าตื่นตะลึงเอามากๆ แม้ว่านายทหารเกษียณรายนี้เคยได้รับความเชื่อถือ การสนับสนุนจาก “ทรัมป์บ้า” ตั้งแต่เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก ถึงกับเคยเสนอให้เป็นทูตอเมริกันประจำเยอรมนี เสนอให้เป็นบอร์ด US Military Academy” ฯลฯ แต่คงด้วยเหตุเพราะความเป็น “ทหารอาชีพ” เคยสู้รบในสงครามอ่าว สงครามยูโกสลาเวีย ผู้ที่จุดกระแสปฏิรูปให้กับการจัดวางกำลังทางทหารภาคพื้นดิน ด้วยข้อคิด ข้อเสนอแนะจากหนังสือเรื่อง Breaking the Phalanx” อดีตทหารรายนี้เลยหนีไม่พ้นต้อง “ฟันธง” และ “ฟันเฟิร์ม” ว่าอเมริกาและอิสราเอลมีแต่ “แพ้-กับ-แพ้” อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้...

โดยที่ความพ่ายแพ้ของอเมริกาอาจส่งผลให้ “ทรัมป์บ้า” จะยังคงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครบสมัยหรือไม่ครบก็ยังมิอาจคาดคะเนได้ แต่ความพ่ายแพ้ของอิสราเอลที่อาจไปไกลถึงขั้นสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน หรืออาจถูกลบไปจากแผนที่หรือไม่? ประการใด? อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้อดีตนักรบผู้เชี่ยวกรำในสงครามผู้นี้ อดวิตกกังวลขึ้นมามิได้ ว่ามันจะนำไปสู่ “การดิ้นรนครั้งสุดท้าย”ของชาติที่แอบสะสม “หัวรบนิวเคลียร์” เอาไว้ประมาณ80 หัวรบ แบบไหน? เมื่อไหร่? และอย่างไร? เลยคงต้อง Whatever will be will be, Que Sera Sera”กันไปตามสภาพ...