xs
xsm
sm
md
lg

นักสันติภาพหรือปีศาจสงคราม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: สุรวิชช์ วีรวรรณ



การปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชาเป็นสาเหตุที่เกิดจากการอ้างสิทธิในดินแดนของแต่ละฝ่ายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในประเทศที่มีพรมแดนติดกัน แต่ตอนนั้นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ก็ทำตัวเป็นนักสันติภาพบินมาเพื่อให้สองฝ่ายยุติสงครามและหันหน้ามาเจรจากันตอนนั้นใครก็รู้ว่าทรัมป์อยากได้โนเบลไพรซ์ ทั้งๆ ที่เขาสนับสนุนอิสราเอลในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปาเลสไตน์

แต่เมื่อพลาดรางวัลทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่แคร์รางวัลเพราะเขามี “เกียรติยศจากผู้ชนะ” อยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็ใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่แข็งกร้าวขึ้นโดยบอกว่าในเมื่อพยายามเป็น“ทูตสันติภาพ” แล้วไม่ได้ผลเขาก็จะกลับไปทำตามใจตัวเองเพื่อผลประโยชน์ของอเมริกา

ทรัมป์อ้างว่า “ไม่มีพันธะที่จะต้องคิดถึงแต่เรื่องสันติภาพเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป” “นับจากนี้เขาจะหันไปโฟกัสสิ่งที่เหมาะสมและดีต่อสหรัฐอเมริกา” แทน ซึ่งรวมถึงการใช้อำนาจบาตรใหญ่ผลักดันเรื่องการขอครอบครองเกาะกรีนแลนด์อีกครั้ง

จากนั้นเขาก็ส่งกำลังบุกเวเนซุเอลาทรัมป์สร้างความชอบธรรมขึ้นมาเองในการบุกเวเนซุเอลา และจับกุมตัวประธานาธิบดีมาดูโรโดยอ้างประเด็น “นาร์โค-เทอร์เรอริซึม” เป็นหลัก เขากล่าวหาว่ารัฐบาลมาดูโรเป็นองค์กรอาชญากรรมที่ใช้ยาเสพติดเป็นอาวุธทำลายสังคมอเมริกา และจำเป็นต้องกวาดล้างกลุ่มที่สร้างความไม่สงบในสหรัฐฯ และเพื่อขับไล่อิทธิพลของจีนและรัสเซียออกจากซีกโลกตะวันตก โดยย้ำว่าการกระทำนี้เป็นการปกป้องอธิปไตยของภูมิภาคให้พ้นจากมือศัตรูต่างชาติ

อีกเหตุผลสำคัญคือเรื่อง “ความมั่นคงทางพลังงาน”โดยทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐฯ จะเข้าควบคุมและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมันของเวเนซุเอลาที่ถูกปล่อยปละละเลยเพื่อชดเชยความเสียหายที่บริษัทอเมริกันเคยได้รับและนำรายได้มาฟื้นฟูประเทศ อีกข้ออ้างคือมาดูโรเป็นผู้นำที่หมดความชอบธรรมจากการโกงเลือกตั้งปี 2024การบุกครั้งนี้จึงถูกนำเสนอในฐานะภารกิจปลดปล่อย“ประเทศที่ตายแล้ว” ให้กลับมาอยู่ภายใต้การบริหารจัดการที่เอื้อประโยชน์ต่อยุทธศาสตร์ “America First”อย่างเต็มตัว แต่เป้าหมายที่แท้จริงก็คือการปล้นชิงบ่อน้ำมันนั่นเอง

จากนั้นก็มาถึงอิหร่านทรัมป์อ้างเหตุผลหลักในการโจมตีอิหร่านร่วมกับอิสราเอลโดยอ้างดื้อๆ ว่าเป็นการป้องกันภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้นต่อสหรัฐฯ และพันธมิตร โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ เขาย้ำซ้ำๆ ว่าอิหร่าน “ไม่สามารถมีอาวุธนิวเคลียร์ได้” แล้วใช้ข้ออ้างว่าอิหร่านพยายามฟื้นฟูโรงงานนิวเคลียร์ที่ถูกทำลายไปแล้วในเดือนมิถุนายน2025 ไม่ต่างกับนิทานเรื่องหมาป่ากับลูกแกะพร้อมพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลที่อาจถึงสหรัฐฯ ในอนาคตอันใกล้ ทั้งที่สหรัฐฯ และอิหร่านอยู่ระหว่างการเจรจาทางการทูตผ่านตัวกลางอย่างโอมานแต่ทรัมป์อ้างว่าล้มเหลวเพราะอิหร่านปฏิเสธทุกข้อเสนอให้ยกเลิกโครงการนิวเคลียร์จึงจำเป็นต้องใช้กำลังทหารเพื่อกำจัดภัยคุกคามนี้และปกป้องชีวิตชาวอเมริกัน

นอกจากนี้ทรัมป์ยังขยายเหตุผลไปสู่การทำลายขีดความสามารถทางทหารอื่นๆ ของอิหร่าน โดยอ้างถึงการปกป้องสหรัฐฯ และพันธมิตรจาก “ระบอบก่อการร้าย” ที่สนับสนุนกลุ่มตัวแทนในภูมิภาคซึ่งก่อเหตุโจมตีสหรัฐฯและพันธมิตรมาอย่างต่อเนื่อง เขาวาดภาพให้ผู้นำอิหร่านโหดเหี้ยมและเลวร้ายที่สร้างความไม่มั่นคงในตะวันออกกลาง และการโจมตีครั้งนี้มุ่งทำลายกองทัพเรือขีปนาวุธและเครือข่ายก่อการร้ายเพื่อยุติการคุกคามต่อกองกำลังสหรัฐฯ ในต่างแดน และพันธมิตรอย่างอิสราเอลรวมถึงประเทศอาหรับในอ่าวโดยเขาย้ำเฉยเลยว่าปฏิบัติการนี้เพื่อ “ปกป้องชาวอเมริกัน” ที่อยู่อีกซีกโลกและนำไปสู่สันติภาพในภูมิภาค แม้การพูดบางถ้อยคำจะผสมเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนระบอบหรือให้ “เสรีภาพแก่ชาวอิหร่าน” โดยอ้างป้องกันภัยจากนิวเคลียร์และขีปนาวุธเป็นสำคัญ

เราไม่รู้หรอกว่าถ้าทรัมป์ไม่พลาดโนเบลสันติภาพเขาจะปฏิบัติการเช่นนี้ไหม และไม่รู้ว่าอิหร่านซึ่งอยู่อีกซีกโลกจะเป็นภัยคุกคามต่ออเมริกาได้อย่างไรและอเมริกาได้ฉันทานุมัติในการเป็นผู้พิทักษ์โลกจากไหนหรือว่าเป้าหมายที่เขาต้องการเช่นเดียวกับเวเนฯ คือน้ำมัน

มีหลายฝ่ายตั้งคำถามอย่างหนักแน่นต่อการที่ทรัมป์และสหรัฐฯโจมตีอิหร่าน โดยเฉพาะประเด็นว่า “ใครให้อำนาจหรืออนุมัติให้อเมริกาเป็น ‘ผู้พิทักษ์โลก’ หรือตัดสินใจแทนชาติอื่นๆ ได้” คำวิจารณ์นี้ดังมากจากนักการเมืองโดยเฉพาะจากพรรคเดโมแครตในรัฐสภา, ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศ, นักวิชาการ, สื่อหลัก, และบนโซเชียลมีเดีย/X รวมถึงบางกลุ่ม MAGA ที่รู้สึกถูกหักหลัง

พวกเขาชี้ว่าการกระทำนี้ขาดการอนุมัติจากรัฐสภา, ไม่มีมติ UN Security Council, ไม่ใช่ self-defense ที่แท้จริงไม่มีภัยคุกคามใกล้ตัวสหรัฐฯ ชัดเจน, และเป็นการรุกรานที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศหลายคนตั้งคำถามตรงๆ ว่า “สหรัฐฯ ไม่ใช่ตำรวจโลก” โดยเฉพาะเมื่อทรัมป์เคยหาเสียงว่า “no more forever wars”, “America First”, “ไม่เป็นตำรวจโลกอีก” แต่กลับทำตรงข้ามส่งผลให้เกิดการถกเถียงว่าสหรัฐฯ กำลังกลับไปสู่บทบาทแทรกแซงฝ่ายเดียวแบบเก่าโดยไม่ได้รับมอบอำนาจจากใคร

แต่เราเห็นแล้วว่า การทำตัวเป็นผู้พิทักษ์โลกโดยอ้างว่าเป็นภัยต่ออเมริกาถึงแม้ว่าเป้าหมายของเขาจะเน้นไปยังเป้าหมายทางทหาร และกลุ่มผู้นำแต่ทำให้ประชาชนอิหร่านจำนวนมากเสียชีวิต

โดยเฉพาะเหตุการณ์โรงเรียนประถมศึกษาสำหรับเด็กหญิงShajareh Tayyebeh ในเมือง Minab จังหวัดHormozgan ทางใต้ของอิหร่านซึ่งถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธหรือการโจมตีทางอากาศในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้มีเด็กนักเรียนหญิงและบุคลากรเสียชีวิตจำนวนมากตามรายงานจากสื่อรัฐอิหร่าน, และองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้อยู่ที่ 148–180 คน (ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนหญิงอายุ 7–12 ปีโดยหลายแหล่งรายงานราว 165 คน) และผู้บาดเจ็บ95–100 คนUNESCO ประณามว่าเป็น “การละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง” เนื่องจากโรงเรียนเป็นสถานที่คุ้มครองพลเรือน

เราไม่รู้หรอกว่าสงครามครั้งนี้จะยืดเยื้อหรือจบลงโดยเร็วเพื่อลดการสูญเสียและอเมริกามีเป้าหมายถึงขั้นจะให้อิหร่านเปลี่ยนระบอบหรือไม่ แต่อิหร่านก็ต้องปกป้องตัวเองสุดชีวิตถึงแม้ว่าด้วยศักยภาพที่เหนือกว่าทุกด้านอิหร่านไม่อาจต้านทานอเมริกาได้ แต่การก่อสงครามของอเมริกาก็ตอกย้ำความชอบธรรมไปแล้วว่าการทำสงครามนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้แม้จะไม่มีเหตุผลที่ชอบธรรมก็ตาม

ดังนั้น ถ้าเกิดสงครามในภูมิภาคอื่นหรือความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาเกิดขึ้นอีก เพราะเถ้าถ่านยังไม่มอดสนิทอเมริกาก็ต้องรู้ว่านั่นก็คือความชอบธรรมเช่นเดียวกัน

จากการทำโพลทราบว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการที่ทรัมป์ก่อสงครามกับอิหร่านจากโพลหลายสำนักหลังเหตุการณ์ไม่กี่วันซึ่งเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบขณะที่เสียงส่วนน้อยเห็นชอบการแบ่งพรรคชัดเจนสมาชิกรีพับลิกันส่วนใหญ่สนับสนุนแต่เดโมแครตส่วนใหญ่และอิสระคัดค้านหนัก หลายคนกังวลเรื่องทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต ราคาน้ำมันพุ่ง และสงครามยืดเยื้อ

นี่หรือคือ America First ที่หาเสียงไว้ว่า “จะไม่เป็นตำรวจโลก”หรือสุดท้ายมันแค่เปลี่ยนสโลแกนแต่โครงสร้างอำนาจยังเหมือนเดิม

ผมไม่ได้โลกสวยผมก็รู้ว่าโลกนี้มีภัยคุกคามจริง แต่คำถามง่ายๆ ที่ยังไม่มีใครตอบได้คืออเมริกาได้ฉันทานุมัติจากใครให้เป็นผู้ตัดสินว่าใครควรถูกโจมตีใครควรถูกควบคุมใครควรถูก “จัดการ” เพื่อความมั่นคงของโลกแล้วแท้จริงทรัมป์คือนักสันติภาพที่เขาปรารถนาหรือคือปีศาจสงคราม
 
ติดตามผู้เขียนได้ที่
https://www.facebook.com/surawich.verawan