ขณะที่เขียนต้นฉบับชิ้นนี้...ก็ยังมิอาจสรุปได้ว่า ตกลง “ประมุขโลก”ที่ต้องกลายสภาพไปเป็น “แม่ค้าส้มตำ”หรือผู้ที่เหลือแต่
“สากกะเบือไม้” เอาไว้ทิ่มมะละกออย่างคุณพ่ออเมริกา ท่านจะตัดสินใจเล่นงานประเทศ “ศัตรู-คู่กัด” อย่างอิหร่านด้วยการดาหน้าบุกเข้าไปถล่มให้ฉิบหาย-วายวอดกันไปข้าง หรือจะหันมาเจ๊าะแจ๊ะเจรจา รอบที่4 รอบที่5 ลากยาวต่อไปเรื่อยๆ ให้ปากเปียก-ปากแฉะกันไปแทนที่หรือไม่? อย่างไร???
ด้วยเหตุนี้...เปิดฉากสัปดาห์นี้ คงต้องขออนุญาตคั่นเวลา คั่นรายการ ด้วยการชวนให้ลองไปตรวจสอบ ติดตามสิ่งที่ก่อให้เกิด “ความไม่พร้อม” ในการแสดงศักยภาพ-แสนยานุภาพของ “เครื่องจักรสังหาร” อย่างกองทัพอเมริกา นั่นก็คือปัญหา “ส้วมพัง!!!” หรือ “ส้วมเต็ม!!!” ที่ดันอุบัติขึ้นมาต่อ “เรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก” อย่างเรือ “USS Gerald R. Ford” ที่อาจส่งผลให้บรรดาทหารอเมริกันจำนวนนับพันขี้ไม่ออก หรือไม่มีที่ขี้ ต้องเกิดความอัดอั้นตันอุรา อัดอั้นตันไส้ ไม่อยู่ในสภาพที่จะลงมือ ลงตีน ต่อปฏิบัติการโจมตีประเทศอิหร่าน ตามคำขู่ หรือคำขาด ของผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” ผู้ที่ขีดเส้น ขีดเวลา เอาไว้ประมาณ10-15 วัน นับจากช่วงวันพฤหัสฯ(19 ก.พ.)ที่ผ่านมา...
คือเป็นสิ่งที่แม้จะดูไม่น่าเชื่อ แต่ก็คงต้องเชื่อจนได้ ว่าเรือรบ เรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก และอาจเรียกได้ว่าทันสมัยที่สุดในโลก อย่างเรือ “USS Gerald R.Ford” จะต้องมาตายน้ำตื้นเพราะปัญหาส้วมเต็ม หรือส้วมพังเอาดื้อๆ อีกทั้งปัญหาเรื่องส้วม หรือเรื่องที่ขี้-ที่เยี่ยวของบรรดาทหารอเมริกันในเรือรบลำนี้นั้น ยังอาจถือเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่น่าคิด น่าสะกิดใจ มิใช่น้อย ต่อพลังอำนาจของคุณพ่ออเมริกา ที่นับวัน “สากกะเบือ”ในแต่ละด้าม ซึ่งเอาไว้ใช้ไล่ทุบ ไล่ทิ่ม ใครต่อใคร ไม่ว่าเงินยูเอสดอลลาร์ มาตรการภาษีศุลกากร ไปจนกระทั่งกองทัพอเมริกันเอง ต่างก็กลายสภาพเป็น “สากกะเบือไม้” ไม่ใช่สากกะเบืออ่างศิลา หรือสากกะเบือหิน อันหวาดหวั่น หวาดเกรง มากมายสักเท่าไหร่...
เพราะแม้แต่เรือบรรทุกเครื่องบินที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลก อย่างเรือ “USS Gerald Ford” ซึ่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้มอบหมายให้บริษัท “Northrop Grumman” ลงมือเขียนแบบและก่อสร้าง ตั้งแต่ปี ค.ศ.2005 ด้วยงบประมาณเริ่มแรกสูงถึง 5,100 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่จะยกระดับปรับโน่น ปรับนี่ เติมโน่น เติมนี่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มความทันสมัยยิ่งขึ้นไปอีก จนต้องเพิ่มเม็ดเงินงบประมาณขึ้นไปถึง 12,800 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่จะบานปลาย ปลายบาน กลายเป็น13,800 ล้านดอลลาร์ ตกราวๆ เกือบ 500,000 ล้านบาท เกือบครึ่งๆ ค่อนๆ ของงบประมาณประเทศไทยทั้งประเทศเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว มันจึงเป็นอะไรที่น่าจะสุดแสนยิ่งใหญ่ สุดแสนจะทันสมัย อย่างที่ “พลเรือเอกJonathan Greenert” ผู้บัญชาการกองทัพเรืออเมริกัน ถึงกับต้องอุทานเอาไว้แต่แรกนั่นแหละว่า...“เป็นเรือรบที่มีเทคโนโลยีอันน่าตื่นตะลึง น่ามหัศจรรย์ที่สุดในโลก!!!”...
เรียกว่า...ไม่เพียงแต่มีเครื่องบินโจมตีประจำเรือรบไม่รู้จะกี่ต่อกี่สิบลำ ยังแถมมีเครื่องบินประเภทไร้คนขับหรือเครื่องบินโดรนที่ช่วยให้เกิดการโจมตีเป้าหมายในแต่ละแห่ง แต่ละที่ ยิ่งน่าหวาดหวั่น น่าสยดสยองยิ่งขึ้นไปใหญ่ อีกทั้งยังมีอาวุธเลเซอร์ ช่วยเสริมอานุภาพ ประสิทธิภาพในการสกัดกั้น ป้องกัน อะไรก็ตามที่คิดเข้าข้องแวะกับเรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้ ส่วน “ระบบส้วม” หรือระบบกำจัดสิ่งโสโครก(sewage system) ก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากบรรดาส้วมสาธารณะที่ทันสมัยโดยทั่วไป คือใช้ระบบสุญญากาศในการขจัดของเสียภายในห้องน้ำ ห้องส้วม ที่มีอยู่มากมายถึง 650 ห้อง ไม่ได้มีอยู่แค่ห้อง สองห้อง หรือไม่ได้ปล่อยให้นั่งขี้ นั่งถ่าย ตามหัวเรือ ท้ายเรือ แบบพวกที่ล้าหลังหรือพวกที่อยู่หลังเขาแต่อย่างใด...
แต่ก็นั่นแหละ...เหตุที่มันก่อให้เกิดอาการส้วมเต็ม หรือส้วมพัง ขึ้นมาในเรือรบ เรือบรรทุกเครื่องบิน อันสุดแสนจะทันสมัยลำนี้ ถ้าว่ากันตามข้อคิด ข้อสมมติฐานของผู้รู้-ผู้เชี่ยวชาญชาวจีน อย่าง “Liu Xuanzun”และ “Liang Rui” ที่ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ในข้อเขียนบทความ ว่าด้วยเรื่อง “USS Gerald R. Ford exposed by US media plagued by toilet issue en route to Iran” ในสื่อทางการของจีนอย่าง “Global Times” เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา มันคงไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องความทันสมัย-ไม่ทันสมัยมากมายสักเท่าไหร่ แต่มันน่าจะอยู่ที่ “ความมุ่งหมายในการใช้งาน”และ “ระบบการบังคับบัญชา” นั่นแหละเป็นหลักใหญ่...
คือพูดง่ายๆ ว่า...โดยหลักปฏิบัติตามปกติแล้ว นับจากเรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้ได้แล่นออกจากท่า “Norfolk” ในรัฐเวอร์จิเนียแล้ว จะใช้เวลาปฏิบัติการอยู่ในน่านน้ำต่างๆ ไม่เกินไปกว่า6 เดือน หรือราวๆ200 วันไม่มากไปกว่านั้น แต่สำหรับปฏิบัติการช่วงหลังสุด เมื่อผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” ต้องการที่จะอาศัยอานุภาพ แสนยานุภาพ ของเรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้ ในเรื่องโน้น เรื่องนี้ หรือในสิ่งที่ตัวเองปรารถนาและต้องการ เรือ “USS Gerald R. Ford” ที่เคลื่อนออกจากฐานทัพ “Norfolk” ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ให้ช่วยเข้าไปปกป้อง คุ้มครอง พันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์ของอเมริกาอย่างอิสราเอล ในช่วง “สงคราม12 วัน” ก็ยังคงลอยเท้งเต้งอยู่ในทะเล ไปแวะพักที่นอร์เวย์เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม หลังจากการหยุดยิง หยุดโจมตี ได้สิ้นสุดยุติลงไปเรียบร้อยแล้ว...
แต่หลังจากนั้นไม่นาน...ก็ถูกสั่งให้ไป “ล้อมกรอบ” ประเทศเวเนซุเอลาในทะเลแคริบเบียน ร่วมจับตัวผู้นำประเทศเวเนซุเอลา
ประธานาธิบดี “Nicolas Maduro” ไปเรียกค่าไถ่ ตั้งแต่เดือนตุลาคมปี ค.ศ.2025 และแม้ว่าจะจับตัว ลักพาตัวผู้นำประเทศสวนหลังบ้านอเมริกาได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะกดดัน เล่นงาน ประเทศศัตรู-คู่กัดอย่างอิหร่านให้ฉิบหาย-วายวอดลงไปให้จงได้ เรือ “USS Gerald R. Ford” จึงถูกสั่งให้บ่ายหน้าไปยังตะวันออกกลาง เพื่อสมทบกับเรือ “USS Abraham Lincoln” ในการบุก-ไม่บุกประเทศอิหร่าน ดังที่พอทราบๆ กันไปแล้ว หรือส่งผลให้ต้องใช้เวลาในการปฏิบัตินับจากออกจากท่า ยืดยาวมาร่วม 8 เดือนเกือบๆ จะ 9 เดือนเข้าไปแล้ว ด้วยเหตุนี้...ราวๆ ช่วงวันศุกร์ที่ 20 ก.พ.ระหว่างที่แวะจอดแถวๆช่องแคบยิบรอลตาร์ แทนที่จะหันหัวเรือมุ่งหน้าไปสู่ทะเลอาหรับ เรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้เลยต้องเบี่ยงหัวเรือไปยังอ่าว “Souda” ในเกาะครีต ประเทศกรีซ อันเป็นแหล่งซ่อมบำรุง เนื่องจากต้องเจอกับปัญหา “ส้วมเต็ม”หรือ “ส้วมพัง” ด้วยประการละฉะนี้!!!
อย่างไรก็ตาม...คงไม่น่าจะเป็นเพราะบรรดาทหารอเมริกันในเรือบรรทุกเครื่องบินลำดังกล่าวขี้กันไม่หยุดไม่หย่อน อันทำให้ “ระบบส้วม” หรือระบบกำจัดของเสียรับมือไม่ไหว เพราะถ้าว่ากันตาม “รายงานข่าว”ของสื่ออเมริกันอย่าง “The Wall Street Journal” ที่ได้ไปสอบถามลูกเรือรวมทั้งครอบครัวซึ่งได้ติดต่อสื่อสารกันเป็นระยะๆ และพบว่าสิ่งที่ทำให้ระบบกำจัดของเสียแบบสุญญากาศในเรือลำนี้ ต้องเกิดอาการ “อุดตัน” ขึ้นมาซะดื้อๆ ก็มีทั้งเสื้อยืดถุงเท้า ผ้าผูกคอ ฯลฯ ของบรรดาพวกลูกเรือเข้าไปกีดขวางช่องทางระบายสิ่งโสโครกห้องใด ห้องหนึ่ง จนทำให้ระบบระบายของเสียทั้ง 650 ห้อง เจ๊งกันไปเป็นแถบๆ หรือพังไปทั้งระบบ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้...
หรือโดยสรุปรวมความแล้ว...อาจเป็นเพราะช่วงเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งยืดเยื้อยาวนานเกินกว่าหลักปฏิบัติโดยปกติมาร่วม 2 เดือน 3 เดือนนั่นแหละ ที่ทำให้ “ขวัญ” หรือ “กำลังใจ” ในการปฏิบัติงานของบรรดาทหารอเมริกันในเรือ “USS Gerald R. Ford” ไม่ได้คึกๆ คักๆ กระเหี้ยนกระหือรือใดๆ อีกต่อไป เผลอๆ...อาจเต็มไปด้วยหงุดหงิด งุ่นง่าน ไปจนความหมั่นไส้ ต่อผู้ที่ออกคำสั่งให้ทำโน่น ทำนี่ หรือบรรดาผู้บังคับการ ผู้บัญชาการทั้งหลาย หรือแม้แต่ผู้นำสูงสุดของประเทศอย่างประธานาธิบดีเอาเลยก็ไม่แน่!!! ที่ออกจะบ้าแล้ว บ้าอีก บ้าแบบไม่คิดจะเลิก ส่งผลให้ “ระบบการบังคับบัญชา” เกิด “ความล้มเหลว” กันเห็นๆ หรือทำให้ลูกเรือรายหนึ่ง-รายใดถอดเสื้อยืด ถอดถุงเท้า ถอดผ้าพันคอ ฯลฯ ออกมายัดใส่โถส้วม จนเกิดอาการส้วมเต็ม หรือส้วมพังไปทั่วทั้งระบบจนได้...
อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของจีน อย่าง “Wang Yunfei” เขาเลยตั้งข้อสังเกตไว้ในข้อเขียนบทความของ “Global Times” อย่างน่าคิด น่าสะกิดใจเอามากๆ ว่ากรณีส้วมเต็ม หรือส้วมพัง ของเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทันสมัยที่สุดในโลก อย่างเรือ “USS Gerald R. Ford” นั้น อาจเป็นตัวสะท้อน หรือเป็นเครื่องกระจายเสียงให้เห็นถึง “ปมปัญหา” อันเนื่องมาจาก “คำสั่ง” หรือ “การบังคับบัญชา” ที่ไม่สอดคล้องกับหลักปฏิบัติที่เป็นจริง หรือทำให้เกิด “ช่องว่าง” ระหว่างผู้ที่ออกคำสั่งซึ่งเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน ผู้ที่ต้องการให้โลกทั้งใบเป็นไปตามที่ “ตัวกูเอง” ปรารถนาและต้องการที่ออกจะขัดแย้ง แปลกแยกกับ “ขีดความสามารถที่แท้จริงในเชิงปฏิบัติ” ส่งผลให้เรือบรรทุกเครื่องบินอันทรงอานุภาพที่สุดในโลก เลยมีสภาพไม่ต่างไปจากสิ่งที่ถูกนำมาใช้เป็น “อาวุธ”ของจักรวรรดินิยมอเมริกาในแต่ละดุ้นแต่ละด้าม ไม่ว่า “เงินยูเอสดอลลาร์”หรือ “มาตรการทางภาษี” ที่ต่างไม่ใช่สากกะเบือหิน-สากกะเบือบินอันน่าหวาดหวั่นครั่นคร้ามอีกต่อไป แต่กลายสภาพเป็นแค่ “สากกะเบือไม้” ของแม่ค้าส้มตำธรรมดาๆ เราดีๆ นี่เอง...


