หนึ่งความคิด
สุรวิชช์ วีรวรรณ
พรรคเพื่อไทย พรรคอันดับ 3 ของการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ทำให้พรรคภูมิใจไทยสามารถยึดครองเสียงข้างมากได้ทันที เพราะแค่ 2 พรรคก็รวมกันเกิน 250 แล้ว นอกจากนั้นยังมีพรรคเล็กอื่นที่เข้าร่วม พรรคเล็กบางพรรคได้เข้าไปพบกับแกนนำระดับรอง ๆ ของพรรคภูมิใจไทย แต่บางพรรคไปพบกับครูใหญ่ของพรรคนั่นก็คือ เนวิน ชิดชอบ ซึ่งเป็นผู้จัดการรัฐบาลตัวจริง โดยมีไชยชนก บุตรชาย เป็นหน้าฉากคอยตั้งโต๊ะแถลงข่าว
คงไม่มีทางเลือกอื่นดีไปกว่านี้สำหรับพรรคเพื่อไทย ในขณะที่ ทักษิณ ชินวัตร ผู้นำของพรรคยังอยู่ในเรือนจำ และรู้ว่าวันนี้ดวงตะวันนั้นส่องมาทางทิศไหน ทางเดียวที่ทำได้ก็คือสยบยอม ต้องเข้าร่วมเป็นพรรครัฐบาลเท่านั้น
การพ่ายแพ้ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่พรรคเพื่อไทยแพ้เลือกตั้ง ถ้าเราย้อนกลับไปถึงปี 2554 ที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งนั้นได้บัญชีรายชื่อถึง 15.7 ล้านเสียง ปี 2562 ผมไม่อยากจะนับ เพราะเป็นการเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียว ระบบจัดสรรปันส่วน พรรคเพื่อไทยชนะ แต่ไม่ได้เป็นรัฐบาลและไม่ได้บัญชีรายชื่อเลย ข้ามมาถึงปี 2566 พรรคเพื่อไทยแพ้พรรคก้าวไกล แต่ได้เป็นรัฐบาล บัญชีรายชื่อลดลงมาเหลือเพียง 10.9 ล้านเสียง มาครั้งนี้ ปี 2569 เหลือเพียง 5.1 ล้านเสียง
ถามว่า พรรคเพื่อไทยจะเป็นอย่างไร มีโอกาสฟื้นไหม ผมคิดว่ายังประมาทไม่ได้ ทักษิณไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่าย ๆ แม้วันนี้จะร้องเพลง Let it be หลังรู้ข่าวเลือกตั้งอยู่หลังกำแพงเรือนจำ แต่ถ้าออกมาเที่ยวนี้ ทักษิณต้องทบทวนบทเรียนและวางบทบาทของตัวเองใหม่
ตอนที่ออกจากโรงพยาบาลเที่ยวที่แล้ว จะเห็นว่าทักษิณออกมาอย่างอหังการมาก มีคนห้อมล้อม วิ่งเข้าหา วางตัวเป็นผู้กำหนดชะตากรรมประเทศในขณะนั้น ถ้าจำได้ ไปหลงคำยกยอของสื่อ ออกงานกาลาดินเนอร์ เชิญคนใหญ่คนโต เจ้าสัวทุกค่ายมาซื้อโต๊ะฟังทักษิณพูด สื่อเจ้านั้นได้เงินไปหลายสิบล้าน แต่มันทำให้ทักษิณฟูฟ่องมากว่าตัวเองยังมีบารมีอยู่ สุดท้ายก็ต้องกลับไปติดคุก เพราะหลักฐานมันชัดเจนมากว่าป่วยทิพย์ช่วยกันเป็นขบวนการ
ก่อนจะติดคุก ทักษิณก็เดินสายไปทั่ว โชว์ให้เห็นว่าตัวเองยังเป็นผู้มากบารมี ทุกคนวิ่งเข้าหา เพื่อนรักอย่างฮุน เซน ยังต้องบินมาเยี่ยมถึงบ้าน นี่เป็นเหตุที่ทักษิณบอกว่าทรัพยากรน้ำมันในอ่าวไทยต้องขุดขึ้นมาใช้แล้วแบ่งกัน 50-50 ต่อมาแพทองธารก็ย้ำคำนี้ เหมือนอำนาจทุกอย่างกลับมาอยู่ในมือ ใครก็เชื่อว่าการกลับมาบ้านของทักษิณครั้งนี้มีดีล เพื่อนำพรรคเพื่อไทยต่อสู้กับพรรคส้ม
เลือกตั้งรอบนี้ พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.เขตมาเพียง 58 คน ส่วนใหญ่ยังอยู่ในอีสาน และบัญชีรายชื่อมาเพียง 16 คนเท่านั้น ในภาคเหนือเหลือเพียงไม่กี่ที่นั่ง และพ่ายแพ้ในเชียงใหม่ บ้านเกิดของทักษิณอย่างหมดรูป
เดือนพฤษภาคม ทักษิณจะได้พักโทษ ถ้าไม่มีการคัดค้าน เพราะยังมีคดี 112 คาอยู่ ผมถามข้อกฎหมายเพื่อนที่เป็นอัยการว่า การที่มีคดีค้างอยู่จะส่งผลต่อการพักโทษไหม เขาบอกว่าจะค้านหรือไม่ค้านก็ได้ แต่คนระดับนี้ไม่น่าจะมีใครค้าน คงได้กลับไปอยู่บ้าน
ถ้าเลือกตั้งครั้งนี้ ทักษิณยังอยู่และไม่พลิกผันต้องกลับไปเข้าคุกเสียก่อน ก็อาจจะไม่แพ้ขนาดนี้ สิ่งที่ส่งผลกระทบกับเพื่อไทยอีกอย่างคือ ปรากฏการณ์พิเศษในคืนสุดท้าย ที่ส่งสัญญาณว่าคนไทยจะเทไปทางไหน ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยจึงถล่มทลาย นั่นก็น่าจะเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างที่ทักษิณน่าจะรับรู้ได้
ก็ต้องรอดูว่า หากทักษิณออกมาจากคุก เขาจะวางบทบาทของเขาอย่างไร เพราะเขารู้ดีว่าวันนี้ดีลที่ให้เขากลับเข้ามาเพื่อรับมือกับพรรคส้มนั้น เปลี่ยนไปอยู่ในมือของเนวิน ชิดชอบแล้ว ที่สำคัญ พรรคภูมิใจไทยทำสำเร็จ สามารถชนะพรรคประชาชนอย่างท่วมท้น ทักษิณย่อมรู้ดีว่า เขาไม่ใช่ตะวันที่กำลังขึ้นอีกต่อไป
แม้ว่าโดยบุคลิกและนิสัยของทักษิณจะไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่าย ๆ แต่เขาก็คงต้องประเมินหนักว่า จะสู้ต่อในทางการเมืองแม้จะอยู่เบื้องหลัง หรือกลับไปเลี้ยงหลานอย่างที่เขาพูดเสมอเมื่อยังไม่ได้กลับประเทศ
ถ้าถามผม ผมคิดว่าทักษิณจะสู้ต่อ แต่จะวางบทบาทเหมือนคนที่อยู่เบื้องหลังมากขึ้น เพราะมีบทเรียนมาแล้วหลังจากออกจากโรงพยาบาลว่า การทำให้คนเห็นว่าตัวเองยังมีฤทธิ์เดชนั้นมีราคาที่ต้องจ่าย และการมีดีลไม่ได้หมายความว่าวงจรของมันจะเชื่อมทุกส่วนของสังคมไทยได้ ไม่เช่นนั้นก็คงไม่กลับไปติดคุกจริง ๆ
เพราะทักษิณรู้ดีว่า ตอนที่เขานอนอยู่ในโรงพยาบาลตำรวจชั้น 4 มีใครบ้างที่ไปเยี่ยมเขา จนทำให้เขามั่นใจว่าตัวเองมีความสำคัญ จนลืมตัวมากไป
ผมเชื่อจริง ๆ นะว่า ถ้าทักษิณไม่อยู่ในคุก และออกมาเดินสายหาเสียงให้พรรคในฐานะผู้ช่วยหาเสียง มากกว่าจะฝากความหวังไว้กับตลกหน้าม่านอย่าง ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ที่พูดไปฮาไป แต่ไม่มีเนื้อหาในทางการเมืองที่จะสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล
ทักษิณอาจจะไม่ทิ้งพรรคไปอยู่เงียบ ๆ แต่น่าจะคิดว่า พรรคเพื่อไทยเป็นสมบัติที่เขาต้องรักษาไว้ อย่างน้อยการมีพรรคการเมืองไว้ในมือ ก็พอจะทำให้มีอะไรเป็นเครื่องต่อรองได้บ้าง
ความจริงแล้ว การเปิดตัว ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นั้น ไม่ได้ทำให้พรรคเพื่อไทยมีตัวชูโรงที่ด้อยกว่าใครเลย น่าเสียดายที่ดร.เชนถูกเปิดตัวในวันที่พรรคเพื่อไทยกำลังร่วงโรย และทักษิณอยู่ในคุกเท่านั้น
แต่สิ่งที่ยังประมาทพรรคเพื่อไทยไม่ได้ก็คือ แม้ว่า ดร.เชน จะต้องแบกภาระอันหนักอึ้งเพื่อรักษาสมบัติของวงศ์ตระกูล คือพรรคเพื่อไทยไม่ให้ล่มสลาย ก็ต้องยอมรับว่า อาจารย์เชนมีมนต์เสน่ห์และคาริสมาไม่น้อย เป็นมวยที่ยังสร้างได้
แต่สิ่งที่เพื่อไทยขาดตอนนี้คือ ไม่มีคนรุ่นเดียวกันที่แวดล้อมโดดเด่นแบบที่ทักษิณเคยมี ทั้งมือเศรษฐกิจอย่างดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มีคนเดือนตุลาแวดล้อม แม้ตอนนี้บางคนยังอยู่อย่างภูมิธรรม จาตุรนต์ แต่ก็เก่าไปแล้ว มือการเมืองที่ผูกขาดเป็นรัฐมนตรีทุกยุคอย่างสมศักดิ์ สุริยะ คนก็ร้องยี้แล้ว ดังนั้นต้องสร้างคนใหม่ ๆ ที่โดดเด่นมาแวดล้อมอาจารย์เชนให้มาก
วันนี้พรรคเพื่อไทยต้องกินน้ำใต้ศอกของเนวินไปก่อน ไม่รู้เหมือนกันว่า พรรคเพื่อไทยจะต่อรองกับพรรคภูมิใจไทยได้แค่ไหน เพราะอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศไว้ตั้งแต่การหาเสียงเลือกตั้งแล้วว่า เขาจองเก้าอี้รัฐมนตรีต่างประเทศ และรองนายกรัฐมนตรีให้สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว จองเก้าอี้รัฐมนตรีคลังและรองนายกรัฐมนตรีให้เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส และจองเก้าอี้รัฐมนตรีพาณิชย์และรองนายกรัฐมนตรีให้ศุภจี สุธรรมพันธุ์
แล้วถามว่า อย่างนั้นพรรคเพื่อไทยจะเหลือกระทรวงเกรดเออะไรบ้าง ที่พรรคภูมิใจไทยจะมอบให้เข้าไปบริหารเพื่อแสดงความสามารถ กระทรวงคมนาคมหรือพรรคภูมิใจไทยจะปล่อยมือให้หรือไม่ เพราะกระทรวงนี้มีส่วนสำคัญกับที่ดินเขากระโดง เนื่องจากเป็นกระทรวงที่กำกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ส่วนกระทรวงมหาดไทยยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะอนุทินเห็นแล้วว่า การกำกับกระทรวงมหาดไทยนั้นทำให้เขามีฤทธิ์เดชมากขนาดไหน
แต่อย่าลืมว่า พรรคเพื่อไทยมีอำนาจต่อรองสูงมากนะ ถ้าพรรคเพื่อไทยทิ้งไป แม้รัฐบาลจะมีเสียงพรรคเล็กพรรคน้อยอยู่ในมือ ก็จะมีเสียงไม่ถึงครึ่งของสภาทันที ผมจึงยังเชื่อว่าพรรคกล้าธรรมจะเข้ามาแบบไม่มีธรรมนัส เพราะผู้ใหญ่บางคนไม่ต้องการให้เข้ามา เพื่อไม่ให้พรรคเพื่อไทยมีอำนาจต่อรองมากเกินไป
แล้วถ้าถามผมว่า อาจารย์เชนควรเป็นรัฐมนตรีอุดมศึกษาฯ ไหม ผมว่าเสียของ แม้จะเหมาะกับคุณวุฒิและภูมิหลังที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่กระทรวงนี้ก็ไม่ช่วยให้อาจารย์เชนโดดเด่น เป็นเพียงไม้ประดับในรัฐบาลเท่านั้น แต่สุดท้ายก็ต้องฟังเสียงเจ้าของพรรคตัวจริงที่อยู่หลังกำแพงแหละว่า ถ้าเขายังสู้อยู่ จะวางหมากตัวนี้ไว้อย่างไร
ติดตามผู้เขียนได้ที่ https://www.facebook.com/surawich.verawan


