ในที่สุดการเลือกตั้งทั่วไป สส.ได้ผ่านพ้นไป โดยการทิ้งความสงสัยเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งไว้ข้างหลัง
จากผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ เนื่องจาก กกต.ยังไม่ประกาศรับรองผล ปรากฏว่า พรรคภูมิใจไทยได้รับเลือกเป็นอันดับหนึ่งจำนวน 193 พรรคประชาชนเป็นอันดับสองจำนวน 118 พรรคเพื่อไทยเป็นอันดับสามจำนวน 74 พรรคกล้าธรรมเป็นอันดับสี่จำนวน 58 พรรคประชาธิปัตย์เป็นอันดับห้า จำนวน 22 และที่เหลือแบ่งกันไป
ตามธรรมเนียมและประเพณีปฏิบัติพรรคที่ได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับหนึ่ง ได้รับโอกาสให้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล โดยการรวบรวมเสียงให้ได้เกินครึ่งหนึ่ง ถ้ารวบรวมไม่ได้ก็เป็นโอกาสของพรรคที่ได้รับเลือกอันดับรองลงไป
ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยจึงได้รับโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน
ส่วนว่าพรรคไหนมีโอกาสจะได้รับเข้าร่วม และพรรคไหนไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วม อนุมานได้โดยใช้หลักคำสอนของพุทธที่ว่า “ธาตุเดียวกันเข้ากันได้ ธาตุต่างกันเข้ากันไม่ได้”
ดังนั้น ถ้าดูจากพฤติกรรมองค์กรของพรรคการเมือง และพฤติกรรมอันเป็นปัจเจกของบุคลากร โดยเฉพาะนายทุนและแกนนำของแต่ละพรรคแล้ว การจัดตั้งรัฐบาลโดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ จะมีรูปแบบดังต่อไปนี้
รูปแบบที่ 1 ประกอบด้วยพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรมมีเสียงรวมกัน 325
รูปแบบนี้ถ้าดูจากจำนวนก็นับได้ว่ามีเสถียรภาพ แต่ถ้าดูจากพฤติกรรมของพรรคและบุคลากรในพรรคแล้วไม่น่าจะมีเอกภาพ เนื่องจากการแบ่งปันตำแหน่งไม่ลงตัว จึงทำให้เกิดขั้ว และดำรงอยู่ได้ยากเนื่องจากแต่ละพรรคมีอำนาจต่อรองสูง
รูปแบบที่ 2 ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคเล็กๆ รวมกันแล้วมีเสียงประมาณ 270 กว่าเสียง รูปแบบนี้ถ้าดูจากจำนวนไม่มีเสถียรภาพเท่ากับรูปแบบที่ 1 แต่มีเอกภาพและเกิดขึ้นได้ง่าย และแบ่งผลประโยชน์ได้ลงตัวง่ายกว่ากันเท่ากับ 214 เกือบจะเท่ากับเสียงรัฐบาล และที่สำคัญมากกว่าจำนวนคือคุณภาพของบุคลากรในพรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาชนมีศักยภาพในการเป็นฝ่ายค้าน จะทำให้รัฐบาลที่มีแผลให้ขุดคุ้ยต้องลงจากอำนาจก่อนครบเทอมค่อนข้างแน่นอน
ถ้าพรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาชนจับมือกันทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างมีประสิทธิภาพ และพรรคประชาชนละทิ้งความคิดสุดโต่งเกี่ยวกับกองทัพและสถาบัน เชื่อได้ว่าสมัยหน้าสองพรรคนี้เป็นรัฐบาลร่วมกันแน่นอน
สุดท้ายขอจบด้วยกลอนสองบทดังต่อไปนี้
จับมือกัน มั่นคง มุ่งตรงทิศ
ละความคิด สุดโต่ง จิตโปร่งใส
ทำทุกอย่าง เพื่อปวงชน เยี่ยงคนไทย
คนทั่วไป เขาทำ เดินนำทาง
อย่าลังเล เหหัน จิตหวั่นไหว
จริงเกินไป ยากจะข้าม สิ่งกีดขวาง
สิ่งใดผิด คิดได้ ให้ปล่อยวาง
แล้วทุกอย่าง จะเป็นไป ตามใจคิด


