xs
xsm
sm
md
lg

สงครามโลกครั้งที่ 3 ไม่เกินปี ค.ศ. 2031!!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


Majid Takht-Ravanchi รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน
เอาไป-เอามาแล้ว...สงครามใหญ่ระดับที่เรียกๆ กันว่า “สงครามโลกครั้งที่ 3”ดูๆ มันชักจะหลีกเลี่ยงได้ลำบากยิ่งเข้าไปทุกที อย่างน้อย...ก็ในแง่ความรู้สึก-นึกคิดของผู้คนที่นับวันจะยิ่งมั่นอก-มั่นใจ ว่ายังไงๆ ไม่น่าจะเกินในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือไม่เกินไปกว่าปี ค.ศ. 2031 โอกาสที่จะได้เห็นการจุดไฟนรกสุดขอบฟ้า การเปิดประตูนรก ย่อมน่าจะเป็นไปได้อยู่แล้วแน่ๆ!!!

อันนี้...ถ้าว่ากันตามข่าวคราวที่สำนักข่าว “Politico”เขาได้รายงานไว้เมื่อวัน-สองวันมานี้ ถึงผลสำรวจความคิดเห็นของผู้คนทั้งในยุโรปและอเมริกาประมาณ 5 ประเทศหลักๆ คืออเมริกา แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว หรือตั้งแต่เดือนมีนาคม ค.ศ. 2025 เป็นต้นมา ที่ต่างมีความรู้สึกเพิ่มขึ้นๆ อย่างเห็นได้ชัด ว่ายังไงๆ คงหนีไม่พ้นต้องเจอกับ “สงครามโลกครั้งที่ 3”แหงๆ ในอเมริกานั้น...จากกลางปีที่แล้วที่เคยมีผู้เชื่อๆ ว่าน่าจะเกิดสงครามที่ว่านี้ราวๆ 38 เปอร์เซ็นต์ แต่ล่าสุด...เพิ่มขึ้นมาถึง 46 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้ดีอังกฤษที่เคยเชื่อๆ อยู่ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ก็พุ่งพรวดๆ พราดๆขึ้นไปถึง 43 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต่างไปจากแคนาดา ฝรั่งเศสและเยอรมนีที่ต่างออกอาการขนหัวลุก ขนคอตั้ง ไปด้วยกันทั้งสิ้น...

แต่ยุโรปและแคนาดานั้นออกจะดีอยู่หน่อย...ที่แม้จะรู้สึกว่าหนีไม่พ้นต้องเจอกับ “สงครามโลก”แหงๆ แต่ผู้คนกลับ “ไม่เห็นควรด้วย” เอามากๆ ที่จะยอมให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณทางการทหาร หรือระดมเกณฑ์ผู้คน “ไปตาย”ในแบบ “Where have on the flowers gone”อะไรทำนองนั้น ต่างไปจากอเมริกาที่ผู้นำอย่าง “ทรัมป์บ้า” ยังคิดว่าตัวเป็นประมุขโลก เป็นจ้าวโลก เลยกะจะเพิ่มงบประมาณทางทหารปีหน้า ไปถึงระดับ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์เอาเลยถึงขั้นนั้น อย่างไรก็ตาม...แม้ไม่มองกันแค่ “ความรู้สึก-นึกคิด”หรือเจาะลงไปถึงพฤติกรรม-ความเคลื่อนไหวให้เห็นกันจะจะ บรรดาฉากสถานการณ์ใน “แนวรบ”สำคัญต่างๆ ที่จะเป็นตัวจุดประกาย จุดชนวน ให้เกิดอภิมหาสงครามในลักษณะที่ว่า ไม่ว่า “แนวรบยุโรปตะวันออก” “แนวรบตะวันออกกลาง” และ “แนวรบทะเลจีนใต้”นับวันก็ดูจะก่อให้เกิดสิ่งที่สอดคล้อง รองรับ กับความคิด ความรู้สึก หรือ “ความเชื่อ” ดังกล่าว อย่างมิอาจปฏิเสธได้เลย...

อย่างใน “แนวรบยุโรปตะวันออก” นั้น...แม้ว่าผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า”พยายามเล่นบทเป็น “นักสันติภาพ”ด้วยการกดดันให้ยูเครนเร่งเจรจาสันติภาพกับรัสเซียแบบวันแล้ว-วันเล่า แต่สันติภาพตามแบบฉบับของ “ทรัมป์บ้า” คงแทบไม่ต่างไปจากการ “สวมหน้ากาก”ปกปิดใบหน้าที่แท้จริงของตัวเอง หรืออาจคล้ายๆ เมื่อครั้งที่บรรดาชาติยุโรปและอเมริการ่วมทำข้อตกลงกับรัสเซียเมื่อหลายปีที่แล้ว ที่รู้จักกันในนาม “ข้อตกลงที่เมืองมินสก์”หรือ “Minsk Agreement”ทำนองนั้น ที่สุดท้าย...ก็คือความพยายาม “ยืดเวลา”หรือ “ถ่วงเวลา”เพื่อให้คู่ขัดแย้งของรัสเซียอย่างยูเครน มีโอกาสตั้งหลัก มีโอกาสจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ในการ “เตะตัดขา” หรือบ่อนทำลายความมั่นคงของรัสเซีย ดังที่อดีตผู้นำเยอรมนี อย่าง “นางAngela Merkle” ได้ออกมารับสารภาพไปเมื่อไม่นานมานี้...

เพราะถึงทุกวันนี้...นอกจาก “ตัวตลก-ตัวแทน” ของโลกตะวันตก อย่าง “นายVolodymyr Zelensky” ผู้นำยูเครนจะพยายามบ่ายๆเบี่ยงๆ ครั้งแล้ว-ครั้งเล่า ต่อแรงกดดันของอเมริกาในการเจรจาสันติภาพกับรัสเซีย บรรดา “พรมเช็ดเท้า”ของอเมริกาในยุโรป ต่างก็ยังถูกปลุก ถูกกระตุ้น ถูกเติมเชื้อโรค “Russophobia”หรือ “โรคกลัวรัสเซีย”อย่างชนิดยากเอามากๆ ที่จะรักษาให้หายขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...ผู้ที่พยายามเพาะเชื้อ เติมเชื้อ ในลักษณะดังกล่าวก็คือผู้ที่เคยเรียกขานผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า”ว่า “Daddy”หรือ “คุณพ่อ”แบบเต็มปาก เต็มคำ หรือเคยพยายาม “รับใช้”อเมริกา จนนักการเมืองฝรั่งเศสอย่าง“นางNathalie Loiseau”ถึงกับเคยให้ชื่อ ฉายา ว่า “ลูกจ้างดีเด่นประจำเดือนของร้านแมคโดนัลด์” (A McDonald’s employee of the month)เอาเลยถึงขั้นนั้น นั่นก็คือเลขาธิการ “NATO”องค์กรพันธมิตรทางทหารที่อยู่ภายใต้ร่มธงของอเมริกาอย่าง“นายMark Rutte”นั่นเอง...

เมื่อวัน-สองวันนี้...ก็ได้หันไปใช้เวทีประชุมความมั่นคงยุโรป หรือ “MSC” (Munich Security Conference)ปลุกระดมให้บรรดาชาติยุโรปเพิ่มความช่วยเหลือทางทหารต่อยูเครน ไปจนกระทั่งพร้อมที่จะส่งกำลังทหารของตัวเองเข้าไปในดินแดนยูเครนอีกด้วย หรือ “เพื่อให้ยูเครนเกิดความมั่นใจได้ว่า...พวกเขาสามารถที่จะโจมตีเป้าหมายที่ตัวเองต้องการไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายใดๆ ในดินแดนรัสเซีย” นี่...เรียกว่าแทบไม่ได้สนใจขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก หรือกระทั่งขีปนาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซีย ตาม“หลักนิยมนิวเคลียร์ใหม่”ที่ได้ “ขีดเส้นแดง” ไว้สำหรับการโจมตีใดๆ ที่ลึกเข้าไปในพรมแดนรัสเซียเอาเลยแม้แต่น้อย แถมยังหันไปเยาะเย้ยปฏิบัติการทางทหารรัสเซียที่รุกคืบเข้าไปในดินแดน 4 เขต 4 แคว้นของยูเครน เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ของตัวเอง ว่าเหยาะแหยะๆ เชื่องๆ ช้าๆ ไม่ต่างไปจาก “หอยทากในสวน”ไม่ได้เป็นอะไรที่น่ากลัว น่าเกรง แบบ “หมีขาว” แต่อย่างใด...

ไม่เพียงเท่านั้น...การ “ยึดเรือน้ำมันรัสเซีย” คว่ำบาตรบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่รัสเซียอย่าง “Lukoil” และ “Rosneft”ไปจนระเบิดท่อขนส่งพลังงาน “Nord Stream”เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ฯลฯ อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่เอง...ที่ทำให้รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย “นายSergey Lavrov”ท่านเลยเห็นว่า ไปๆ-มาๆ นักสันติภาพอย่าง “ทรัมป์บ้า”ก็แทบไม่ต่างอะไรไปจากผู้นำอเมริกาคนเก่า เช่น “โจ ซึมเซา”หรือ “โจ วิตถาร” เอาเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งไม่ใช่แค่คิด “เตะตัดขา”ด้วยการยึดเรือน้ำมันรัสเซียแต่เพียงเท่านั้น การผนึกกำลังของชาติยุโรปไม่ว่านอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ เพื่อหวังจะ “ปิดล้อม” เรือรบรัสเซียในทะเลบอลติกภูมิภาคอาร์กติก ดังที่ทูตรัสเซียประจำนอร์เวย์ “นายNikolay Korchunov” ได้ออกมากล่าวหากับสำนักข่าว “RIA Novosti”ไปเมื่อวัน-สองวันนี้ ก็ออกจะสอดคล้องกับสิ่งที่ที่ปรึกษาผู้นำรัสเซีย “นายNikolay Patrushev” ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว ถึงความพยายามของ “NATO”ที่จะปิดล้อมท่าเรือเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก แคว้นคาลินินกราดทะเลดำทะเลบอลติก เพื่อ “เตะตัดขา”รัสเซียทั้งในด้านเศรษฐกิจและการทหารอย่างเอาจริง-เอาจัง...

ส่วนในแนวรบในตะวันออกกลาง” ที่กรุงเจนีวาระหว่างอเมริกา-อิหร่านจะเป็นไปในรูปไหน? อย่างไร? ก็ตามที แต่โอกาสที่จะเกิด “สันติภาพ” หรือแม้แต่การลดราวาศอกในแนวรบด้านนี้ แทบมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เอาเลยก็ว่าได้ เพราะไม่เพียงแต่การลดการเสริมสมรรถนะยูเนียมจาก 60 เปอร์เซ็นต์ให้เหลือแค่ 0 เปอร์เซ็นต์ตามข้อเสนอของอเมริกา แทบไม่ต่างอะไรไปจากการ “ยกตีนลูบหน้า”อิหร่านกันเห็นๆ แต่ความพยายามรวมเอาการห้ามไม่ให้อิหร่านคิดจะพัฒนาอาวุธป้องกันตัวเอง อย่างบรรดาขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกทั้งหลาย ไปจนถึงการห้ามไม่ให้สนับสนุนพวก “Hamas” ในปาเลสไตน์ พวก “Houthis”ในเยเมน ไปจนถึงพวก “Hezbollah” ในเลบานอน ฯลฯ อันเป็นสิ่งที่ผู้นำอิสราเอล “นายBenjamin Netanyahu”พันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์ของอเมริกาที่พยายามเดินทางมายุแยงตะแคงรั่วผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” เป็นครั้งที่ 6 ที่ 7 หรือครั้งที่เท่าไหร่ก็แทบจำไม่ได้ ออกมายืนหยัด ยืนกรานแบบหัวเด็ด-ตีนขาด ว่าจะต้องรวมเอาสิ่งเหล่านี้เข้าไปเป็นเงื่อนไขในการเจรจาอีกด้วย ไม่งั้น...อาจเปิดศึกกับอิหร่านโดยลำพัง อันนี้...ก็ยิ่งมีแต่ฉิบหาย-กับ-ฉิบหาย ลูกเดียวเท่านั้นเอง...

ยิ่งไปกว่านั้น...การประชุมความมั่นคงยุโรป หรือ“MSC” ที่ไม่เพียงแต่จะปฏิเสธไม่ยอมเชิญรัฐบาลอิหร่านเข้าร่วมแต่กลับหันไปเชื้อเชิญลูกชายอดีตกษัตริย์อิหร่าน “Reza Pahlavi” ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการประท้วงใหญ่ในอิหร่าน หรือผู้ที่กะจะให้เป็นหุ่น เป็นตัวแทนในการ “เปลี่ยนระบอบการปกครองอิสลามอิหร่าน” อันเป็นสิ่งที่ผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” ได้บอกเอาไว้ล่วงหน้าเมื่อช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา (13 ก.พ.) ว่า “เป็นสิ่งที่ดีที่สุด...ที่ควรจะเกิดขึ้น” หลังจากที่ได้สั่งให้ “เรือบรรทุกเครื่องบิน” ลำที่ 2 แล่นเข้าไปล้อมกรอบอิหร่านกันถึงหน้าปากประตูบ้าน อันนี้...นี่แหละที่เลยทำให้รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน “นายAbbas Araghchi” ท่านเลยมองว่าเวทีประชุม “MSC” คราวนี้แทบไม่ต่างอะไรไปจาก “สวนสัตว์” หรือเป็นสถานที่ที่บรรดาผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหลาย สามารถใช้ “กฎแห่งป่า” ได้แบบถนัดถนี่การเตรียมพร้อม เตรียมรบของอิหร่าน จึงต้องเป็นไปดังที่รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ “นายMajid Takht-Ravanchi” เขาได้ให้สัมภาษณ์ไว้กับสำนักข่าว “BBC” ประจำอิหร่านนั่นแหละว่า...“มันจะเป็นสงครามที่จะสร้างความเจ็บปวดและความเลวร้ายให้กับทุกๆ คน” ไม่ว่าผู้ที่คิดโจมตี ตอบโต้ ตลอดไปจนผู้ที่ต้องถูกลูกหลง อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ หรือ “แทบไม่ต้องเสียเวลาจินตนาการถึงฉากสถานการณ์เลวร้ายที่จะเกิดขึ้น เพราะมันจะเละไปทั่วทั้งภูมิภาค”!!!

และถ้าหากข่าวคราวของนิตยสาร “Military Watch” รวมทั้งเว็บไซต์ “News Pravda” ไม่ได้เป็น “ข่าวเต้า” เพื่อหวังอะไรก็ตาม การที่เรือจีน 2 ลำ คือเรือพิฆาต 005 และ 052-D รวมทั้งเรือตรวจจับสัญญาณดาวเทียม“Liaowang-1” ได้แล่นเข้าไปในน่านน้ำทะเลโอมานเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา รวมทั้งการส่งสาส์นจากผู้นำรัสเซียไปยังประธานาธิบดีอิหร่าน “นายMasoud Pezeshkian” เนื่องในวาระครบรอบ 47 ปีแห่งการปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน เพื่อยืนหยัดยืนยันว่ารัสเซียพร้อมแล้วที่จะปฏิบัติตาม “สนธิสัญญาความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์” ระหว่างอิหร่าน-รัสเซียที่ได้ลงนามไว้ตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว อันนี้...ก็ยิ่งจะใกล้เปิดประตูนรก ใกล้จุดไฟนรกสุดขอบฟ้า ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น...

ส่วน “แนวรบในทะเลจีนใต้” นั้น...การผงาดขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีแบบ “แลนด์สไลด์” ของ “นางSanae Takashi” ผู้นำญี่ปุ่นคนใหม่ ก็คงแทบไม่ต่างอะไรไปจากการ “ส่งสัญญาณ” ถึงการละทิ้งแนวคิดความมั่นคงแบบเดิมๆ ที่เรียกๆ กันว่า “ลัทธิโยชิดะ” (Yoshida Doctrine-Yoshida Strategy) หรือแนวคิดที่ไม่ต้องการกลับไปฟื้นฟูให้เกิดลัทธิทางทหารขึ้นมาในญี่ปุ่นโดยเด็ดขาด เพราะสามารถอาศัย “สุนัขเฝ้าบ้านผู้ทรงเกียรติ” อย่างกองทัพอเมริกันช่วยปกป้อง คุ้มครองตัวเองตามมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญไปโดยตลอด กองกำลัง “SDP” หรือ “Self Defense Force” ของญี่ปุ่นจึงเป็นอะไรที่ไม่ถึงกับต้องน่าขนหัวลุก ขนคอตั้งมากมายสักเท่าไหร่ แต่ถ้ารัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มคิดจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตอบสนองต่อการ “แลนด์สไลด์” ของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ อันนี้...ไฟนรกก็น่าจะลุกพึ่บๆ พั่บๆ ขึ้นมาใกล้ๆ บ้านหรือภายในภูมิภาคเอเชีย ไม่ต่างไปจากแนวรบด้านอื่นๆ อีกเช่นกัน...

สรุปรวมความแล้ว...สิ่งที่เรียกกันว่า “สงครามโลกครั้งที่ 3” หรือเผลอๆ อาจต้องต่อท้ายว่า “สงครามนิวเคลียร์” ไว้อีกด้วย ท่าทางมันน่าจะยากลำบากเอามากๆ ที่จะหลีกๆ เลี่ยงๆ นอกจากต้องหวังให้ “เอเลี่ยน”หรือ “มนุษย์ต่างดาว” ที่ “หมอดูตาบอด” ชาวบัลแกเรีย“นางBaba Vanga” เคยทำนายทายทัก ไว้เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว โผล่เข้ามาหยุดยั้งไม่ให้ฉากเหตุการณ์ดังกล่าวอุบัติขึ้นมาได้ง่ายๆ ไม่งั้น...คงต้องเตรียมมุดเข้าไปในอุโมงค์กันไปเป็นรายๆ เท่านั้นเอง