“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”
วันหนึ่งท่ามกลางสถานการณ์เลือกตั้งครั้งหนึ่ง “น้าชาติ”นัดพี่โต้งและผม กินอาหารเที่ยงที่บ้านราชครู เพื่อพูดคุยกันอย่างจริงจังระหว่างดื่มกาแฟหลังอาหาร โดยน้าชาติได้พูดในสองเรื่องว่า
“โต้ง-ชัช เลือกตั้งครั้งนี้พ่อดูสถานการณ์แล้ว ต้องใช้นโยบายที่ดีมากๆ เพื่อทำให้ประชาชนมั่นใจในตัวพ่อและพรรคของเรา นโยบายดีจะทำให้ประชาชนอยากได้เรา และทำให้การจ่ายเงินซื้อเสียงง่ายขึ้น อีกทั้งบางจุดจะใช้เงินน้อยลงด้วย
“ถ้านโยบายเราไม่ดี ให้เงินผู้สมัครบางคนไปใช้มากก็ไม่มีประโยชน์ เพราะถ้าประชาชนไม่เชื่อถือผู้สมัครแล้ว เงินมากแค่ไหนก็กลายเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ไร้ผลชนะนะ โต้ง-ชัช.. พ่อไม่ได้ทำบ่อนการพนันเหมือนบางพรรค ที่เขาทำเงินมาซื้อเสียงกันได้ทุกวัน..”
“พ่อ.. โต้งไม่เห็นด้วยที่เลือกตั้งไทยเหมือนกันทุกครั้ง ต้องใช้เงินซื้อเสียงมโหฬาร.. ถ้าเลือกตั้งยังน้ำเน่าอย่างนี้อนาคตก็ต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด นักการเมืองก็คอร์รัปชั่นกันเป็นหลัก ไม่คิดจะพัฒนาชาติบ้านเมือง และสร้างคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนให้ดีขึ้น ให้เหมือนในยุโรปบางประเทศที่โต้งเคยอยู่ การเมืองเขาไม่คอร์รัปชั่น หรือคอร์รัปชั่นกันก็น้อยมากนะพ่อ”
“โต้ง.. นี่เมืองไทยนะ ไม่ใช่ยุโรปที่โต้งเคยเรียน เคยอยู่ ที่ไทยเนี่ย.. ประชาชนยังไม่ตื่นตัวนะโต้ง ทหารเพื่อนพ่อบางคนบอกว่า.. สิ่งชี้ขาดเลือกตั้งเมืองไทยคือ ใช้นโยบายโกหกให้สมจริงมากที่สุด และต้องเด็ดขาดด้วยเงินกับกระสุน กระสุนใช้จัดการกับหัวคะแนนที่รับเงินแล้วโกงหรืออมเงินเรา ไม่ไปจ่ายให้ประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง เด็ดขาดคือจัดการหัวคะแนนที่โกหกและโกงไม่ทำตามที่มันรับปากกับเรา.. เด็ดขาดคือมันต้องเจ็บหนัก-พิการหรือตายให้เห็นเท่านั้น ก็มันเบี้ยวเราก่อนไงโต้ง.. เราต้องเด็ดขาดทำจริงตามคำพูด ไม่งั้นพวกหัวคะแนนจะไม่กลัวเรา จะโกหกและเบี้ยวเราตลอด”
“แต่มันโหดนะพ่อ.. แค่นโยบายโกหกทำได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ทำไม่ได้เลย กกต. ก็ไม่เคยเลยที่จะเปิดโปงพรรคที่โกหกประชาชน หรือเอาผิดพรรคที่มีนโยบายที่ทำตามนโยบายไม่ได้ แต่เอาเถอะ! เรื่องนั้นเป็นเรื่องของพ่อกับพรรค โต้งกับชัชไม่ยุ่งด้วย พ่อมีที่ปรึกษาสูงอายุอดีตข้าราชการเกษียณช่วยพ่อดูแต่ละนโยบายอยู่แล้วนี่..”
“แต่แนวคิดไม่เหมือนคนรุ่นใหม่อย่างโต้งกับชัชน่ะ พ่อชอบโต้งกับชัชและเพื่อนๆ ช่วยคิดอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ไม่เหมือนที่ปรึกษาข้าราชการเกษียณของพ่อ..
“เอาเป็นว่า ถ้านโยบายไหนดี พ่อจะทำทันทีเลยโต้ง.. แต่ต้องคิดกันให้รอบด้านนะจะได้ไม่เสียเวลา.. อย่างคราวที่พ่อเป็นนายกฯ พวกโต้งเสนอจะให้ทำโรงไฟฟ้าปรมาณู แต่คิดไม่ครบถ้วนเรื่องกากปรมาณู จะทำลายหรือทิ้งที่ไหนถึงจะปลอดภัย เพราะมันอันตรายมาก ตอนพ่อถามเรื่องนี้ พวกโต้งตอบพ่อไม่ได้ พ่อถึงบอกให้คิดเรื่องจะทิ้งหรือทำลายกากปรมาณูให้ได้ก่อน ค่อยมาคิดเรื่องจะทำโรงไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์”
“อ้อ.. อีกเรื่องหนึ่ง โต้ง-ชัช ต้องช่วยคิดเรื่องเปลี่ยนตัวเลขาพรรคชาติพัฒนา ว่าควรเป็นใครด้วยนะ”
อืม.. น้าชาติให้พี่โต้งคิดเรื่องเปลี่ยนตัวเลขาพรรค? การเปลี่ยนเลขาพรรคจะทำให้คนในพรรคมีปัญหาภายในหรือเปล่าวะ?
พี่โต้งถามพ่อขึ้นทันทีว่า “แล้วพ่อคิดจะเอาใครเป็นแทนพี่จวบล่ะ?”
“พ่อคิดว่า คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ น่าจะเหมาะ เพราะมีความคิดดี แล้วเป็นคนวัยใกล้เคียงกับพวกโต้ง”
วันรุ่งขึ้นพี่โต้งได้ประชุมคนในกองเลขาฯ เรื่องนโยบายการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้คุยเรื่องเลขาพรรคในวงกว้าง ด้วยกลัวความลับพรรคจะรั่วไหลก่อนเวลาอันควร และพี่ประจวบจะเสียใจ
พี่โต้งกับผมได้คุยกันและคุยกับคนในพรรค จนได้รู้ว่าพี่ประจวบมีจุดอ่อนอยู่ไม่น้อย เรื่องการเงินและการบริหารพรรค และไม่ได้คิดอะไรใหม่ๆ ที่จะทำให้พรรคเติบโตอย่างมั่นคง อีกทั้งน้าชาติบอกด้วยว่า “ถ้าสุวัจน์เป็นเลขาฯ ทางครอบครัวสุวัจน์บอกจะให้เงินบริหารพรรค 150 ล้านบาททันที”
“แบบนี้พี่กับชัชก็ไม่ต้องคิดให้เสียเวลาแล้ว พ่อกับแกนนำพรรค อยากได้สุวัจน์แน่นอน!”
โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งในครั้งนั้น มีการเปิดเผยว่า “แกนนำพรรคคนหนึ่ง”ได้นำเงินเลือกตั้งมากถึง 60 ล้านบาท ไปกับการระดมคนมาฟังการปราศรัยของน้าชาติ จนล้นสนามฟุตบอลจังหวัดอุดรธานี ทำให้ผู้สมัคร สส. ที่เก่งและฉลาด คนหนึ่งไม่ได้รับเงินตามจำนวนที่พรรคจัดให้สำหรับหาเสียง ผลคือ อดีต สส. คนนั้นสอบตก ชนิดที่น้าชาติ-พี่โต้ง-ผมและคนในพรรค ตกตะลึงเพราะคาดไม่ถึง!!
นั่นยิ่งทำให้กระแสหนุนสุวัจน์เป็นเลขาฯ มีคนในพรรคเรียกร้องมากขึ้นจากทุกฝ่าย จนการเปลี่ยนเลขาฯ พรรคผ่านไปด้วยดี สุวัจน์ได้ขึ้นเป็นเลขาฯ พรรคชาติพัฒนา โดยไม่มีปัญหาภายในพรรคให้น้าชาติและพี่โต้งต้องกังวลใดๆ เลย
ส่วนเงิน 150 ล้านบาท ที่บอกว่า ถ้าสุวัจน์ได้เป็นเลขาฯ พรรคแล้วจะมาทันทีหรือไม่มา.. ผมไม่รู้ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย แต่มีใครบางคนบ่นอุบว่า “เป็นเลขาฯ แล้ว แต่เงิน 150 ล้านบาทยังไม่เคยเห็นเลยว่ะ!”
การเลือกตั้งครั้งนั้น พี่โต้งกับผมได้ไปพบปะพูดคุยกับ “เจ้าของธุรกิจโทรคมนาคมรายหนึ่ง” ว่า
“พี่รวยได้ในวันนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะน้าชาติ.. แต่พี่ไม่เคยสนับสนุนน้าชาติสักครั้งเลยนะ..”
“อืม.. จริงตามที่ชัชพูด.. เลือกตั้งครั้งนี้พี่ขอสนับสนุนพ่อโต้งนะ โต้งนัดน้าชาติเจอพี่พรุ่งนี้ได้เลย”
“แต่ต้องสนับสนุนสักเท่าไหร่ล่ะ?” เจ้าของธุรกิจโทรคมนาคมคนนั้นถาม “ชัช.. อยู่กับน้าชาติ ช่วยบอกพี่ด้วย!”
ก่อนกลับ ผมบอกเจ้าของธุรกิจโทรคมนาคมคนนั้นว่า “ผมคิดว่าไม่ควรต่ำกว่า 100 ล้านบาทครับพี่”
เขาตอบมาทันทีว่า “โต้งหรือชัชช่วยนัดน้าชาติเจอกับพี่พรุ่งนี้ที่ธนาคารส่งออกเลยนะ”
เย็นนั้น.. พี่โต้งบอกเรื่องนี้กับน้าชาติ ก่อนจะให้ผมโทรบอกเวลานัดหมาย
วันรุ่งขึ้นตามเวลานัดหมาย พี่โต้งไม่ไปด้วย ให้ผมนั่งรถไปกับน้าชาติ ทั้งสองฝ่ายได้พบกันที่ห้องหนึ่งของธนาคาร เราทั้งสามคนนั่งคุยอย่างเป็นกันเอง.. “ชายคนนั้น” พูดกับน้าชาติว่า
“ผมยังไม่เคยช่วยพี่ชาติเลย.. เลือกตั้งครั้งนี้ผมขอมีส่วนร่วมสนับสนุนพี่ชาติกับพรรคนะครับ”
“ขอบคุณมากๆ.. เอ้อ.. แล้วผมจะให้คุณสุวัจน์เลขาฯ พรรค ประสานกับทางคุณโดยตรงเลยนะครับ”
“ได้เลยครับพี่ชาติ.. เพราะคุณสุวัจน์ก็รู้จักกับทางผมเป็นอย่างดีอยู่แล้วครับ”
การพูดคุยของน้าชาติกับเจ้าของธุรกิจโทรคมนาคมคนนั้นจบลงอย่างรวดเร็ว.. แต่“ความรู้สึกในใจผม”ยังไม่จบ เมื่อนั่งอยู่ในรถ ผมจึงพูดถึงเรื่องนี้ว่า
“ทำไมพ่อให้สุวัจน์ไปรับเงิน?.. ทำไมพ่อไม่ให้ผมเป็นคนไปรับเงินจากเขาครับ?”
ผมถามตรงไปตรงมา ด้วยงานนี้สำเร็จเพราะผมเป็นคนคิดริเริ่ม บอกพี่โต้ง แล้วเสนอน้าชาติ จนเกิดการนัดหมาย แล้วไฉนจึงให้สุวัจน์โกยคะแนนพรรคไปล่ะ..
“ชัช.. ลื้อจะเล่นการเมืองไหม?” น้าชาติถาม “ไม่เล่นครับพ่อ” ผมตอบ
“ถ้าลื้อไม่เล่นการเมือง ลื้ออย่าไปรับเงินทางการเมืองเด็ดขาด เพราะพวกนี้ชอบพูดเกินจริง.. ให้ร้อยมันบอกให้สอง-สามหรือห้าร้อยล้านบาท มันจะไม่พูดตามจริงหรอก ลื้อไม่เล่นการเมืองจะโดนครหา แล้วลื้อจะตอบความจริงได้ที่ไหนล่ะ?”
“อ้อ.. ลื้ออย่าห่วงเรื่องเงินทองนะ ลื้อต้องใช้เงินเท่าไหร่มาเอาที่พ่อ.. พ่อมีเงินให้ลื้อใช้เสมอ เงินในกระสอบที่ลื้อเห็นบนบ้าน ลื้อจะเอาเท่าไหร่ ลื้อหยิบเอาไปได้เลย.. แค่บอกกับแม่บ้านออให้รู้ไว้เท่านั้น”
ผมมารู้ความจริงภายหลัง เมื่อพี่โต้งเล่าให้ผมฟังว่า “พี่คนนั้น”ให้เงินกับน้าชาติเท่าไหร่ไม่รู้.. “ชายคนนั้น”ยืนยันเขาให้ 300 ล้าน แต่คนไปรับเงินยืนยันว่ารับมาแค่ “150 ล้านบาท”
จนวันนี้คนในพรรคชาติพัฒนายังไม่รู้จะเชื่อใครดี? ใครโกหก? แต่ผมรอดปลอดภัยจากข้อครหา ตามที่น้าชาติไม่ให้ไปรับเงินนักธุรกิจโทรคมนาคมคนนั้นครับ!!!


