xs
xsm
sm
md
lg

“ราคาทองคำ”...เมื่อไหร่ที่ควร“ช้อนซื้อ”หรือ“เทขาย”!!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท



อีกวัน-สองวัน...ก็จะได้เวลา “เลือกตั้ง” บ้านเรากันแล้ว แต่ครั้นจะหวนกลับมา “ด่าใคร-เชียร์ใคร” หรือมาชี้แนะ ชี้นำให้เลือกพรรคโน้น พรรคนี้ ตามแบบที่อดีตกวีและนักปรัชญาชาวอเมริกัน อย่าง “นายGeorge Santana” เคยเอ่ยเป็นวาทะเอาไว้ว่า “A man’s feet must be planted in his country, but his eyes should survey the world.” หรือ “เท้าของคนต้องปักอยู่ในประเทศเขา แต่ดวงตาควรสำรวจดูโลก” อะไรประมาณนั้น มันกลับรู้สึกอีหลักอีเหลื่อ ขยักขย้อน คลื่นเนื้อ-คลื่นไส้ ยังไงก็มิอาจสรุปได้... 

คืออาจคล้ายๆ กับที่ “อาเฮียสนธิ ลิ้ม” ท่านพูดไว้ในรายการ “คุยกับสนธิ” เมื่อช่วงวันศุกร์ที่แล้ว (30 ม.ค.)นั่นแหละว่า โดยส่วนใหญ่...ไม่ว่าพรรคไหนต่อพรรคไหน ออกจะหนักไปทาง “สมรักษ์ คำสิงห์” ไปด้วยกันทั้งนั้น!!! ออกไปทาง “ลด-แลก-แจก-แถม” งัดเอา “ประชานิยม”มา “ซื้อเสียง” หรือมา “ติดสินบน” ใครต่อใครเอาไว้ล่วงหน้า จนทำให้การเลือกตั้งเมืองไทย มันชักจะ“บ้า...ก็...บ้าวะ” ยิ่งเข้าไปทุกที ต้องเสียเวลามานั่งคิด นั่งพิจารณาว่า ระหว่างการ “ถูกหวยใบเสร็จ” กับการเป็น“เศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน 9 ล้าน” หรือการ “วิดพื้น 40 ที ได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์” ฯลฯ อะไรมันจะบ้า-ไม่-บ้า บ้ากว่า-ไม่บ้ากว่า บ้าจริง-บ้าไม่จริง จนหนีไม่พ้นต้องเกิดอาการขยักขย้อน ขยิดเขยียน ปวดหัว เวียนเฮด ขึ้นมาโดยฉับพลัน-ทันที อย่างมิอาจปฏิเสธได้... 

ด้วยเหตุนี้...ปิดท้ายสัปดาห์นี้ เลยคงต้องขออนุญาต “ยกขา” ออกจากประเทศ ไปดูความเป็นไปของโลก ไปสำรวจโลก อย่างเท่าที่เคยเป็นมาน่าจะเหมาะกว่า เพราะการที่ไม่คิดจะดูโลก ไม่ได้สำรวจโลกกันโดยละเอียด ออกไปทาง “หูหนา-ตาเร่อ” หรือ “หน้ามืด-ตามัว” อันเนื่องมาจาก “ความโลภ” เข้าสิง จนต้องแห่ไป “ซื้อทอง”เอาไว้เก็งกำไรชนิดบาทละแปดหมื่น เก้าหมื่น หรือปาเข้าไปเป็นแสน อะไรทำนองนั้น จึงส่งผลให้ใครต่อใครต้องกลายสภาพเป็น “แมงเม่า” หรือ “แมงเต่าทอง” ก็แล้วแต่จะว่ากันไป ในช่วงจังหวะที่เกิด “ศุกร์ทมิฬ” หรือ“Black Friday” เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว อันเนื่องมาจาก “ราคาทอง” ที่ซื้อๆ เอาไว้ มันร่วงพรวดเดียวลงมานับสิบๆ เปอร์เซ็นต์เอาเลยถึงขั้นนั้น หรือจาก 5,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เหลือแค่ 4,680 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแปดหมื่น เก้าหมื่น หรือเป็นแสนๆ เหลือแค่หกหมื่น เจ็ดหมื่น หายไปเป็นพันๆ ดอลลาร์ หรือเป็นไม่รู้กี่หมื่นต่อกี่หมื่นบาท เล่นเอาพวก “แมงเม่า” หรือ “แมงเต่าทอง”ตายในกองไฟไปแล้วไม่รู้กี่รายต่อกี่ราย... 

อันนี้นี่แหละ...ที่อาจเป็นเพราะมัวแต่ปักเท้าเอาไว้ในประเทศ จนจมแทบมิดหัวไปแล้วก็ว่าได้ เลยไม่ได้มองความเป็นไปของโลกอย่างที่มันเป็นของมันจริงๆ หันไป “ตามแห่” แบบที่กำลังตามแห่ไปกับการโฆษณาหาเสียงของบรรดาพรรคการเมืองทั้งหลาย เลยมีอันต้อง “เสียค่าโง่” กันไปเป็นรายๆ เพราะมองไม่เห็น “ราคาที่เป็นจริง” ของสินทรัพย์ที่มี “อัตราเสี่ยง” น้อยที่สุดกว่าสินทรัพย์ใดๆ ก็ตาม ส่วนถ้าจะถามว่า “ราคาที่เป็นจริง”ของบรรดาโลหะมีค่าอย่างประเภท “ราคาทองคำ” ณ ช่วงนี้ไปจนตลอดปีข้างหน้า มันน่าจะอยู่ที่จุดไหน? ระดับไหน? อันนี้...บรรดาธนาคารในเมืองจีน ไม่ว่า “Bank of China”, “Agricultural Bank”, “China Construction Bank” ไปจนถึง “Postal Saving Bank” ฯลฯ เขาก็ได้ออกมาประเมิน ออกมาคาดการณ์ ไปในแนวเดียวกัน นั่นก็คือ...น่าจะอยู่ที่ระดับ 3,750-5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ไปตลอดช่วงปีนี้อย่างมิอาจผันแปรไปอื่นๆ... 

เพราะโดยเหตุ-โดยผล หรือโดย “ตรรกะ”นั่นเอง...ที่ทำให้ราคาโลหะมีค่าประเภทนี้ พุ่งพรวดๆพราดๆ มาตลอดช่วงปีที่แล้ว และน่าจะคงระดับต่อไป อันเนื่องมาจาก “เหตุปัจจัย” ที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเอาเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะ 2 หลักใหญ่ๆ นั่นก็คือ 1. ความตึงเครียดในทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลกทั้งโลก และ 2.ความเสื่อมโทรม ทรุดโทรม ของเงินตราสกุลหลักของโลกอย่าง “เงินยูเอสดอลลาร์” ที่เป็นตัวทำให้ระดับราคาของสินทรัพย์ที่มีอัตราเสี่ยงน้อยที่สุดประเภทนี้ ยังคงน่าจะอยู่ในระดับที่ได้ประมาณการเอาไว้ ส่วนที่มันขึ้นไปถึง 5,100-5,200-5,300 ไปจนถึง 5,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์นั้น ก็เนื่องมาจาก “การปั่น” หรือการอาศัยความโลภและความโง่ของบรรดา “แมงเม่า” หรือ “แมงเต่าทอง” ทั้งหลายนั่นแหละเป็นปัจจัย ไม่ใช่ด้วยความเป็นเหตุ-เป็นผล หรือเป็นไปโดย “ตรรกะ” ใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย... 

ด้วยเหตุนี้...การจะมองความเป็นไป หรือการขึ้นๆ-ลงๆ ของ “ราคาทอง” กันให้ชัดๆ คงหนีไม่พ้นต้องอาศัยหลัก 2 ประการใหญ่ๆ นั่นคือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความเสื่อมทรุด เสื่อมโทรม ของเงินดอลลาร์ที่เคยเป็น “ทุนสำรอง” ของประเทศต่างๆ ถึง 70 เปอร์เซ็นต์แต่ลดลงมาเหลือแค่ 50 เปอร์เซ็นต์ในทุกวันนี้ นั่นแหละเป็นสำคัญ ดังนั้น...การที่ราคาทองจะร่วงลงไปนับสิบๆ เปอร์เซ็นต์เพียงแค่ไม่กี่วัน แต่ในเมื่อมันยังอยู่ในระดับไม่น้อยไปกว่า 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ย่อมถือเป็นตัวสะท้อนให้เห็นอย่างเป็นที่ชัดเจนว่า โลกทั้งโลก...ก็ยังเต็มไปด้วย “ปัญหา” ที่ออกจะหนักหนา-สาหัส ไม่ว่าในแง่การเมือง การทหาร ไปจนถึงเศรษฐกิจ และทำให้สินทรัพย์ที่มี “อัตราเสี่ยง” น้อยที่สุด อย่างบรรดาโลหะมีค่าทั้งหลาย ยังคงถือเป็น “หลักประกัน” ที่สำคัญเอามากๆ ไม่ว่ามันจะถูก “ปั่น” ให้ขึ้นๆ ลงๆ ไปตามความโลภ หรือตามอารมณ์-ความรู้สึกของ “ตลาด” ที่อดีตผู้นำนักสังคมนิยมชาวคิวบา อย่างคุณปู่ “Fidel Castro” ท่านเคยให้คำนิยามเอาไว้มานานแล้วว่าคือ “บ่อนกาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในโลก” นั่นเอง!!! 

สำหรับเรื่อง “ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์”นั้น...มาถึงทุกวันนี้ ยิ่งน่าจะหาจุดจบ จุดลงตัวกันไม่เจอ ไม่ว่าไล่มาตั้งแต่ “สวนหลังบ้าน” ของคุณพ่ออเมริกา แม้จะถึงขั้นจับตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลาไป “เรียกค่าไถ่” กันแบบไหน? ลักษณะไหน? ก็ตามที แต่ความพยายามดิ้นรนเพื่อที่จะปกป้องรักษา “อธิปไตยของชาติ”ให้ดำรงคงอยู่อีกต่อไป ส่งผลให้รองประธานาธิบดี หรือรักษาการประธานาธิบดี อย่าง “Delcy Rodriguez” เธอยังคงยืนหยัด ยืนยัน ที่จะมีสัมพันธภาพกับมิตรประเทศอย่างจีน รัสเซีย และอิหร่านอย่างไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงไปตามการข่มขู่ คุกคามของผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า”ที่พยายามส่งเจ้าหน้าที่ “CIA” เข้าไปจัดตั้งฐานปฏิบัติการถาวรเพื่อหันซ้าย-หันขวาประเทศนี้ให้จงได้ แต่ถึงกระนั้น...การจัดส่งเรือบรรทุกแก๊สเหลว “Chrysopigi”ของเวเนซุเอลาออกสู่ตลาดได้เป็นครั้งแรก ก็น่าจะถือเป็นตัวสะท้อนว่าความพยายามของผู้นำอเมริกาในการหันซ้าย-หันขวาประเทศสวนหลังบ้านของตัวเอง มันคงไม่น่าจะ “ปอกกล้วยเข้าปาก” กันสักเท่าไหร่นัก... 

ไม่ต่างไปจากการอาศัย “กฎแห่งป่า” ข่มขู่ คุกคามประเทศที่เคยเป็นพันธมิตรเคียงบ่าเคียงไหล่ในยุโรป อย่างบรรดาประเทศตะวันตกทั้งหลาย ที่กลับทำให้ใครต่อใครในโลกตะวันตกหันไปจูบปากกับมหาอำนาจคู่แข่งอย่างคุณพี่จีนกันไปเป็นสายๆ ไม่ว่าฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมนี แคนาดา ฟินแลนด์หรือเบลเยียมที่ผู้นำประเทศอย่างนายกรัฐมนตรี “Bart De Wever” ท่านถึงกับต้องไประบายความในใจไว้ ณ เวทีประชุมประจำปี “The Future of Europe” เมื่อไม่กี่วันมานี้ ว่าด้วยแรงกด แรงบีบ ของอเมริกานั่นเอง ที่กำลังจะเปลี่ยนยุโรปทั้งยุโรปจาก “บริวารที่มีความสุข” (Happy vassal) ให้กลายไปเป็น “ทาสที่เต็มไปด้วยความระทมทุกข์” (Miserable slave) จนใครที่ไม่อยากจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ มีแต่ต้องหันไปหาจีน หันไปพูดคุยกับรัสเซีย กันไปตามสภาพ... 

ส่วนการเงื้อง่า ราคาแพง เงื้อแล้ว เงื้อเล่า ในการเล่นงานพี่เบิ้มแห่งตะวันออกกลางอย่างอิหร่านนั้น แม้ว่าจะลดๆ ความตึงเครียดลงไปได้มั่ง ไม่ว่าเพราะ “ความไม่พร้อม” ของคุณพ่ออเมริกาเองในการเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ดังที่สื่ออเมริกันอย่าง “The Wall StreetJournal” ได้รายงานไปเมื่อวัน-สองวันนี้ หรือเพราะจรวด เพราะขีปนาวุธของกองทัพอเมริกันเองในการโจมตี ปกป้องตัวเองไปจนพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์อย่างอิสราเอล มันผลิตไม่พอที่จะรับมือกับการตอบโต้ของอิหร่านเขา ไปจนถึงการคัดค้านของพันธมิตรในตะวันออกกลาง ไม่ว่าซาอุฯ กาตาร์ โอมาน ยูเออี ฯลฯต่อการโจมตีอิหร่าน การแสดงออกถึงความผูกพันอันแน่นเหนียวระหว่างจีน-รัสเซีย-อิหร่าน ถึงขั้นมีข่าวว่าได้จัดส่งอาวุธ ยุทโธปกรณ์ที่สุดแสนจะก้าวหน้า ก้าวไกล ไปให้กับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในตะวันออกกลางไว้ปกป้องตัวเอง จนอาจนำมาใช้ “จมเรือบรรทุกเครื่องบิน” ของอเมริกาเอาเลยก็ไม่แน่... 

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้การคิดจะหันมา “เจรจา” กับอิหร่านกันแทนที่ ก่อให้เกิดการ “ขจัดเงื่อนไข” ความตึงเครียดลงไปแต่อย่างใด เพราะการโจมตีอิหร่านใน“สงคราม 12 วัน” ครั้งที่เพิ่งผ่านมา ก็เกิดขึ้นระหว่างการเจรจานั่นแหละ และแม้ว่าผู้นำอเมริกาจะป่าวประกาศว่าได้ขจัดโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านราพณาสูรลงไปแล้ว แต่ในเมื่อยังคิดจะมาเปิดฉากเจรจารอบใหม่นั่นก็เท่ากับว่าสิ่งที่เคยป่าวประกาศ ถ้าไม่ใช่ “สมรักษ์ คำสิงห์” ไปวันๆ ก็คงไม่ต่างอะไรไปจากคำพูดของ “หมาป่า” กับ “ลูกแกะ” ทั้งหลาย...นั่นเอง... 

อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่เอง...ที่มันเลยทำให้ “ราคาทองคำ” ไม่น่าจะต่ำไปกว่า 3,750-5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปจนตลอดช่วงปีนี้ ดังที่บรรดาธนาคารจีนทั้งหลายเขาคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า ส่วนมันจะมีโอกาสทะลุเพดาน ทะลุหลังคา ไปถึง 5,100-5,200-5,700 ฯลฯ แบบเดียวกับ “ราคาน้ำมัน” ที่อาจพุ่งขึ้นไปถึง 130-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลกันเลยหรือไม่? อย่างไร? อันนี้...คงไม่ต้องไปเงี่ยหูฟังพวก “กูรู-กูรู้” ให้เสียเวลาแต่อย่างใด รอแค่จังหวะว่าเมื่อไหร่? ที่เกิด “ตูมๆ-ตามๆ” ขึ้นมา เมื่อนั้นนั่นแหละ...ถึงค่อยโดดเข้ามา “ช้อนซื้อ” หรือ “เทขาย” โดยไม่ต้องกลัวว่าตัวเองจะต้องกลายเป็น “แมงเม่า” หรือ“แมงเต่าทอง” เอาเลยก็ย่อมได้...


กำลังโหลดความคิดเห็น