xs
xsm
sm
md
lg

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ : วันพิสูจน์ผลโพล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: สามารถ มังสัง



จากนี้ไปถึง 8 กุมภาพันธ์ เป็นห้วงเวลาแห่งการทุ่มเทเพื่อการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะพรรคที่มีโอกาสเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และพรรคที่มีโอกาสในการเข้าร่วมรัฐบาล

ในห้วงแห่งเวลาเดียวกันนี้ เป็นห้วงเวลาแห่งการทำโพลของสำนักต่างๆ รวมไปถึงการออกมาวิเคราะห์และคาดการณ์ผลของการเลือกตั้ง แม้กระทั่งหมอดูก็ออกมาทำนายผลการเลือกตั้ง รวมทั้งทำนายว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ด้วย

ผลของโพลส่วนใหญ่เป็นไปในทางเดียวกันว่า พรรคประชาชนหรือพรรคภูมิใจไทยพรรคใดพรรคหนึ่งจะได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่ง แต่ในทั้งสองพรรคนี้พรรคที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

ส่วนพรรคประชาชนมีโอกาสเป็นฝ่ายค้าน เว้นไว้แต่ว่าจะได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับหนึ่งด้วยจำนวนเกิน 250 เสียง เป็นรัฐบาลพรรคเดียวหรือกับพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลสองพรรค แต่โอกาสเช่นนี้เกิดขึ้นได้ยาก
ส่วนพรรคที่จะได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับ 3 และ 4 ซึ่งมีโอกาสเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ น่าจะได้แก่พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม หรือพรรคประชาธิปัตย์ในกรณีที่พรรคกล้าธรรมได้รับเลือกน้อยกว่าพรรคประชาธิปัตย์ และเมื่อรวมกับพรรคเพื่อไทยและ พรรคภูมิใจไทยเสียงไม่พอ ทั้งไม่มีพรรคขนาดเล็กที่จะนำมาร่วมแล้วเสียงพอที่จะทำให้รัฐบาลมีเอกภาพด้วย

แต่ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน จากการติดตามการหาเสียง และการดีเบตของพรรคต่างๆ แล้วอนุมานผลได้ดังต่อไปนี้

1. พรรคภูมิใจไทยจะได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับหนึ่ง สวนทางกับผลของโพลส่วนใหญ่ ทั้งนี้ด้วยเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

1.1 พรรคประชาชนคะแนนนิยมลดลงจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เนื่องจากวาทกรรมของตนเองเช่น ทหารมีไว้ทำไม รบกับใครก็ไม่ชนะ เป็นต้น ได้กลายเป็นอาวุธทางการเมืองทิ่มแทงตนเอง เข้าทำนองหอกเล็กแทงเจ๊ก รวมไปถึงความพยายามที่จะแก้รัฐธรรมนูญ

ส่วนพรรคภูมิใจไทยจะได้เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้ว เนื่องจากมีโอกาสได้แสดงจุดยืนในการปกป้องเขตแดน และนำผลงานในด้านการส่งออกผลผลิตทางด้านการเกษตร ประกอบกับมีบ้านใหญ่บ้านเล็กเข้ามาอยู่ในสังกัด ทำให้ได้เปรียบในการเลือก สส.เขต

1.2 การที่พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลรักษาการมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ ทำให้ข้าราชการประจำเกรงใจ และเอื้อต่อการเลือกตั้ง

2. ส่วนพรรคที่จะได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับ 3 และ 4 ซึ่งเป็นพรรคที่มีโอกาสเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย น่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยและพรรคกล้าธรรม หรือพรรคประชาธิปัตย์ แต่ พรรคประชาธิปัตย์ได้รับเลือกเข้ามามากกว่าพรรคกล้าธรรม พรรค ปชป.จะเป็นตัวแปรใหญ่ในการจัดตั้งรัฐบาล

แต่ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคประชาชนเป็นแกนนำในการเป็นรัฐบาล จะต้องประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงแน่นอน และจะอยู่ไม่ครบเทอมต้องยุบสภาฯ

สุดท้ายขอจบด้วยกลอน 2 บทนี้

เทาอ่อนแก่ ก็คือเทา เราต้องเว้น
ข้างนอก เป็นสีขาว สกาวใส
ปอกเปลือกนอก ออกทิ้ง เหลือแก่นใน
ไม่ขาวใส เหมือนข้างนอก หลอกคนดู
เลือกคนเทา เป็นผู้แทน ทำลายชาติ
ความพินาศ อัปยศ แสนอดสู
ความทุกข์เข็ญ ทั่วพารามาพรั่งพรู
พร้อมกับผู้ แทนเลว ที่เลือกมา



กำลังโหลดความคิดเห็น