“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”
หลัง พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ ตั้ง พรรคชาติพัฒนา มีลูกชาย อ.ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ เป็นที่ปรึกษา และผมเป็นเลขาฯ ส่วนตัว น้าชาติ-พี่โต้ง ทำงานประสานทางการเมืองให้กับสองนักการเมืองพ่อลูกชุณหะวัณ ผ่าน กองเลขาฯ น้าชาติ สำนักงานตั้งอยู่ที่พหลโยธิน ซอย 3
นั่นทำให้ผมรู้ว่า น้าชาติ-พี่โต้ง ชื่นชอบความคิด คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เจ้าของสื่อฯ เครือผู้จัดการ ยุคสุดฮิต โกลบอลไลเซชั่นทั่วโลกและทั่วไทย ถึงขนาดครั้งหนึ่งจะตั้ง คุณสนธิ ให้เป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี ที่พรรคชาติพัฒนาได้ร่วมตั้งรัฐบาล ซึ่ง น้าชาติ-พี่โต้ง เห็นร่วมกันว่า อยากให้คุณสนธิเป็นรัฐมนตรีช่วยคลัง! โดยพี่โต้งซึ่งเป็นเพื่อนคุณสนธิ ติดต่อทาบทามด้วยตัวเอง และเพื่อมิให้นักการเมืองในพรรคชาติพัฒนาขวาง พี่โต้งจึงได้ขอร้องให้คุณสนธิบริจาคเงินช่วยพรรคน้าชาติ “20 ล้านบาท”!
เงิน 20 ล้านบาทยุคนั้น มีนักการเมืองกับนักธุรกิจหลายคนพร้อมจ่ายให้ทันที ด้วยเชื่อว่า “คุ้มกับตำแหน่ง รมช.คลัง” เพราะเชื่อว่าจะสามารถทำเงินจากการคอร์รัปชั่นได้มากกว่าที่ลงทุนไปนั่นเอง..
ทว่า.. แม้พี่สนธิจะเป็นนักธุรกิจสื่อฯ ที่มีเงินทองมากมาย แต่พี่สนธิได้ปฏิเสธการจ่ายเงินแลกตำแหน่ง รมช. ครับ เพราะพี่สนธิไม่เคยคิดจะเป็น รัฐมนตรีช่วยคลังเพื่อหาเงินจากการคอร์รัปชั่นเงินชาติ นั่นเอง
หลังผมเข้าทำงานกับพี่สนธิที่บ้านพระอาทิตย์ ผมได้เห็นผู้ใหญ่และผู้คนมากมายหลายวงการ แวะมาเยี่ยมเยือนพูดคุยงานกับพี่สนธิเสมอ เพราะพี่สนธิเป็นคนใจกว้าง คอยช่วยเหลือเพื่อนฝูงและผู้คนที่เดือดร้อนอยู่บ่อยๆ ครับ วันหนึ่ง... เสียงโทรศัพท์ภายในบนโต๊ะทำงานผมดังขึ้น “คุณชัช.. คุณมีศักดิ์ นาครัตน์ มาขอพบค่ะ”
เอ๊ะ.. ผมไม่เคยรู้จักกับศิลปินมีศักดิ์ นาครัตน์ นี่นา อีกทั้งไม่มีงานอะไรจะไปเกี่ยวข้องด้วย? แต่ด้วยคุณมีศักดิ์เป็นผู้ใหญ่มีอายุมากกว่า ผมจึงบอกโอเปอร์เรเตอร์ไปทันทีว่า “ช่วยเชิญคุณมีศักดิ์ขึ้นมาพบผมที่ห้องทำงานเลยครับ” เงียบไปชั่วครู่ โทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง “คุณชัชคะ.. คุณมีศักดิ์ขอให้คุณชัชลงมาพบคุณมีศักดิ์ที่ชั้นล่างค่ะ” อืม.. ทำไมพี่เขาไม่ขึ้นมาล่ะ? ผมคิด.. แต่ก็รีบเดินลงไปชั้นล่างทันที
แรกเห็นพี่มีศักดิ์ที่นั่งรออยู่ข้างโต๊ะเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โครงร่างพี่มีศักดิ์อ้วนมาก.. อ้วนมากๆ ผมจึงได้คำตอบแรกทันทีว่า ที่พี่มีศักดิ์ไม่เดินขึ้นไปพบผมที่ห้องทำงานชั้นบน ก็เพราะพี่มีศักดิ์ต้องลำบากอย่างมากๆ แน่ และถ้าพลาดอาจตกบันไดได้รับอันตรายด้วย.. แต่.. เอ๊ะ! แล้วพี่มีศักดิ์มีธุระอะไรกับผมนะ?
พี่มีศักดิ์เป็นฝ่ายเอ่ยปากทัก ทันทีที่เห็นผมว่า “เอ้อ.. คุณชัชขอโทษนะครับ ก่อนอื่นผมเป็นเพื่อนกับคุณสนธิ ผมมีเรื่องต้องมารบกวนคุณสนธิ พูดตรงๆ มาขอเงินคุณสนธิครับ” พี่มีศักดิ์พูดพร้อมจ้องตาผมเขม็ง
“เดี๋ยวคุยกันครับ พี่มีศักดิ์จะดื่มชาหรือกาแฟดีครับ” ผมกล่าวกับแขกที่มาเยือน “บ้านพระอาทิตย์” แทนพี่สนธิ ซึ่งตอนนั้นไม่อยู่
“ขอแค่น้ำเย็นสักแก้วก็พอครับคุณชัช” พี่มีศักดิ์พูดอย่างเกรงใจ “ผมมาเพื่อรบกวนให้คุณชัชช่วยบอกกับคุณสนธิว่า มีศักดิ์มาขอเงินคุณสนธิสักหลายหมื่นบาท เพื่อไปรักษาตาผมครับ เอ้อ.. ตาผมใกล้จะบอดแล้ว ต้องใช้เงินให้หมอรักษาครับ ผมไม่รู้จะหันไปพึ่งใคร เหลือแต่เพื่อนสนธิคนเดียวเท่านั้น ผมจึงดุ่มๆ มาหาคุณสนธิแต่เขาไม่อยู่ ผมเลยถือวิสาสะขอพบคุณชัชแทน”
วันนั้นผมได้พูดคุยกับพี่มีศักดิ์อยู่พักใหญ่ โดยพี่มีศักดิ์มักพูดเรื่องห่วงดวงตาที่ใกล้จะบอดเป็นหลัก และเน้นแต่เรื่องไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครที่ไหนอีกแล้ว
“พี่มีศักดิ์ครับ ผมรับปากจะรีบบอกพี่สนธิ ส่วนพี่เขาจะช่วยหรือไม่ผมตอบแทนไม่ได้นะครับ”
“พี่ขอแค่คุณชัชช่วยบอกคุณสนธิเท่านั้น ผมมั่นใจว่าสนธิต้องช่วยเพื่อน นั่นคือนิสัยเขาครับ”
พี่มีศักดิ์ย้ำแล้วย้ำอีก.. จนผมอดถามพี่มีศักดิ์ตรงๆ ไม่ได้ว่า..
“เอ๊ะ! พี่มีศักดิ์ทำงานช่อง 3 ซึ่งร่ำรวยมากกว่าคุณสนธิ เงินแค่หลักหมื่นจิ๊บจ๊อยสำหรับเจ้าของช่อง 3 ทำไมพี่มีศักดิ์ไม่ขอเงินพวกเขาล่ะครับ?”
“โอ๊ย!.. คุณชัช.. ผมไม่ขอเงินจากพวกเขาหรอกครับ สนธิเป็นคนมีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อนฝูงมาตลอด ผมถึงบากหน้ามาขอเงินคุณสนธิถึงที่นี่ครับ ต้องมารบกวนคุณชัชทั้งที่เราไม่รู้จักกันมาก่อน”
“แต่พี่มีศักดิ์กับเพื่อนๆ เป็นคนบุกเบิกช่อง 3 มาแต่ต้นนะครับ ถ้าเขารู้ว่าพี่ป่วย เขาน่าจะต้องช่วยพี่นะ ผมเคยเป็นเลขาส่วนตัวน้าชาติ น้าชาติเคยเล่าเรื่องช่อง 3 กับเรื่องคุณวิชัย มาลีนนท์ ให้ผมฟังบางเรื่อง เรื่องการเงิน น้าชาติให้ธนาคารกรุงเทพที่สนิทกับน้าชาติ ช่วยทางช่อง 3 มาตลอด ตอนมีวิกฤติ ธนาคารกรุงเทพก็ให้คุณประจวบ อินอ๊อด ไปช่วยดูแล”
“เฮ้อ.. คุณชัชผมขอไม่พูดอะไรถึงผู้ใหญ่ในช่อง 3 นะครับ เอาเป็นว่าผมกล้ามาขอให้คุณสนธิช่วยผมเรื่องเงิน ส่วนทางช่อง 3 ผมไม่ขอพวกเขาก็แล้วกัน สนธิเป็นเพื่อนคนเดียวที่ผมกล้าพูดถึงความเดือดร้อนและกล้าบากหน้ามาขอเงินครับคุณชัช.. คุณชัชช่วยบอกเรื่องผมเดือดร้อนตาใกล้จะบอดให้กับคุณสนธิทราบด้วยก็แล้วกันครับ”
เมื่อพี่มีศักดิ์พูดกับผมเช่นนี้ ผมก็ต้องเงียบและรับปากจะรีบบอกเรื่องนี้กับพี่สนธิ พี่มีศักดิ์ย้ำทิ้งท้ายว่า
“คุณชัช.. ผมรู้จักคนอย่างสนธิดี ใจเขากว้างและเขารักเพื่อน คุณชัชช่วยบอกคุณสนธิก็แล้วกัน”
เช้าวันรุ่งขึ้น ผมได้เล่าเรื่องพี่มีศักดิ์ให้พี่สนธิฟังถึงความเดือดร้อนเรื่องดวงตา พี่สนธินั่งฟังอย่างตั้งใจบอกทันทีว่า “ชัช.. ติดต่อบอกมีศักดิ์อย่ากังวล ให้เขารีบมาเอาเงินพี่ไปรักษาตาได้เลย”
พี่สนธิย้ำให้ผมรีบติดต่อให้พี่มีศักดิ์มารับเงินเพื่อไปรักษาตาโดยเร็ว.. และย้ำว่า.. อย่าลืมเด็ดขาด
นั่นคือเรื่อง “ตา” เรื่อง “เงิน” ของพี่มีศักดิ์กับพี่สนธิที่เกิดขึ้น ณ บ้านพระอาทิตย์ ครับ
สำหรับผม.. การได้พบพี่มีศักดิ์ พาผมย้อนอดีตสมัยผมในวัยเด็ก ที่บ้านบางกระบือ ซอยท่าเขียวไข่กา ซึ่งพ่อกับแม่เปิดร้านขายกาแฟ แม่มักเปิดวิทยุให้ลูกค้าได้ฟังทั้งข่าวสารและเพลง ส่วนใหญ่เป็นเพลงไทยทั้งลูกทุ่งลูกกรุง ผมเลยได้ฟังเพลงมากมาย
เพลงที่โด่งดังมากในยุคนั้น มีเพลงที่พี่มีศักดิ์แต่งเอง และเพลงที่พี่มีศักดิ์แปลงจากเพลงฝรั่ง วิทยุเปิดเผยแพร่จนคุ้นหู ด้วยเสียงร้องเริ่มต้นว่า “แด๊ดดดดดดด ออก..” ซึ่งแปลงมาจากเพลง “DAY-O” (ขับร้องโดยแฮร์รี่ เบลาฟอนเต) เป็นหนึ่งในหลายๆ เพลงที่พี่มีศักดิ์ร้องได้สนุกมากๆ ได้ฟังเมื่อไรก็รู้สึกครึกครื้นทุกครั้ง..
เมื่อนึกถึงมีศักดิ์ นาครัตน์ พลันจะนึกถึง “คณะสามศักดิ์” ซึ่งมี มีศักดิ์ นาครัตน์-ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา-สักรินทร์ ปุญญฤทธิ์ และอรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นวงที่โด่งดังมากใต้ฟ้าเมืองไทยเมื่อห้าสิบหกสิบปีก่อน.. ผมอดคิดไม่ได้ว่า.. ไฉนใยบั้นปลายชีวิต มีศักดิ์ นาครัตน์ จึงต้องลำบากลำบนขนาดนี้? ในขณะที่เจ้าของช่อง 3 ร่ำรวยมหาศาล
หลังได้พบพี่มีศักดิ์ ผมได้เปิดคลิปดูและฟังเพลงของ “มีศักดิ์ นาครัตน์” ติดต่อกันหลายวันอย่างมีความสุข ผมได้เห็นกิจกรรมหลากหลายในยุคก่อตั้งทีวีสีช่อง 3 ทำให้ผมทึ่งกับเหล่าศิลปินช่วงบุกเบิกที่มีความสามารถ มีความคิดก้าวหน้า ทันยุคสมัย และได้ส่งต่อสืบทอดวัฒนธรรมองค์กรจนเป็นทีวีสีช่อง 3 ในปัจจุบันที่โดดเด่นกว่าทีวีช่องอื่น
การได้พบพี่มีศักดิ์ นาครัตน์ ครั้งเดียวในชีวิต เป็นอีกครั้งที่ผมชื่นชมซาบซึ้งในน้ำใจ พี่สนธิ ลิ้มทองกุล ที่มักช่วยเพื่อนและผู้คน(ที่ควรช่วย)โดยไม่ลังเล สมคำร่ำลือใน ความใจบุญและชอบทำบุญ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน....


