การปกครองในระบอบประชาธิปไตย จะดีหรือไม่ดีจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศ และประชาชนโดยรวมหรือไม่ มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับ สส.หรือผู้แทนฯ ที่ประชาชนเลือกเข้าไปทำหน้าที่แทนปวงชนในด้านนิติบัญญัติ และบริหาร
ดังนั้น ผู้แทนฯ ทุกคนจะต้องมีความรู้ มีความเข้าใจในงานทั้งสองด้านดังกล่าวเป็นอย่างดี และสามารถทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล
แต่ผู้แทนจะเป็นดังเช่นข้างต้นได้จะต้องมีองค์ประกอบ 2 ประการคือ
1. ในฐานะปัจเจกผู้แทนฯ ทุกคนมีคุณภาพเพียบพร้อมด้วยความรู้ ความสามารถ และมีคุณธรรมกำกับการใช้ความรู้ ความสามารถ และมีความเสียสละเพื่อประเทศชาติและประชาชนที่เลือกตนเองเข้ามา
2. พรรคที่ สส.สังกัดจะต้องมีอุดมการณ์และบรรทัดฐานทางด้านวิชาการ และคุณธรรม จริยธรรมในการคัดกรองบุคลากรที่จะส่งลงสมัครเพื่อให้ได้คนดีมีความสามารถเป็นผู้แทนฯ ของพรรค
แต่การเมืองในระบอบประชาธิปไตยของไทย เท่าที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันส่วนใหญ่สวนทางกับองค์ประกอบ 2 ประการข้างต้น ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะพลเมืองของประเทศ จะต้องแยกนักการเมืองดีออกจากนักการเมืองเลว และแยกพรรคการเมืองดีออกจากพรรคการเมืองเลว แล้วเลือกคนดีและพรรคดีเพื่อยกระดับการเมืองให้ดีขึ้น ในขณะเดียวกัน เป็นการลงโทษนักการเมืองเลวและพรรคการเมืองเลวออกจากระบบไปพร้อมกัน
เกี่ยวกับประเด็นที่ว่า อะไรคือความเลวในส่วนที่เกี่ยวกับการเมือง และจะใช้อะไรวัดว่าดีหรือเลว
แต่เกี่ยวกับประเด็นนี้ตอบได้ไม่ยากเพียงแต่ย้อนไปดูพฤติกรรมในอดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งในส่วนของปัจเจกและขององค์กร โดยอาศัยปัจจัยแวดล้อมดังต่อไปนี้
1. อาชีพที่ทำและพฤติกรรมส่วนตัวเข้าข่ายผิดกฎหมาย และผิดศีลธรรมหรือไม่
2. ในการได้รับเลือกเข้ามาเป็นผู้แทนฯ อาศัยทุนเงินทุ่มซื้อเสียงหรืออาศัยทุนทางสังคมเป็นกระแสนิยม
3. ผลงานจากการเป็นผู้แทนฯ ในอดีตที่ผ่านมา ได้ทำอะไรให้แก่ประเทศและประชาชนโดยรวม
ด้วยเหตุปัจจัย 3 ประการข้างต้น ในการเลือกและไม่เลือกใคร และพรรคไหนจะต้องดูให้รอบคอบ แยกคนดีพรรคดีออกจากคนเลวและพรรคเลว เลือกคนดีและพรรคดีแค่นี้ก็ช่วยยกระดับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยได้แล้วในระดับหนึ่ง


