xs
xsm
sm
md
lg

ปชป.ไม่จับมือกับกล้าธรรม : มาตรฐานของ ปชป.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: สามารถ มังสัง


อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย พรรคการเมืองคือองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่คัดกรองบุคลากรที่สมัครใจเข้ามาสังกัดพรรค เพื่อลงสมัครในตำแหน่งการเมือง ทั้งในระดับชาติและในระดับท้องถิ่น

ดังนั้น พรรคทุกพรรคจะต้องมีอุดมการณ์และระเบียบปฏิบัติเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองร่วมกัน

พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเก่าแก่มีอายุการจัดตั้ง 80 ปีมาแล้ว และเป็นพรรคเดียวที่ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อเนื่องภายใต้อุดมการณ์ต่อต้านระบอบเผด็จการ และต่อต้านทุจริต คอร์รัปชันและยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ปฏิเสธการซื้อเสียงและการขายสิทธิ จึงทำให้พรรคนี้ได้รับความนิยมจากคนชั้นกลาง และมีฐานเสียงทางการเมืองในภาคใต้และในกรุงเทพมหานคร มีบทบาทโดดเด่นในการเป็นฝ่ายค้านมากกว่าเป็นรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมา

ด้วยเหตุนี้ ปชป.จึงเป็นพรรคที่จัดอยู่ในประเภทอนุรักษนิยม และนี่เองทำให้ ปชป.ต้องพ่ายแพ้การเลือกตั้งในยุคที่กระแสความนิยมได้เปลี่ยนไป เมื่อพรรคเกิดขึ้นใหม่เช่น ไทยรักไทย ภายใต้การนำของทักษิณ ชินวัตร และพรรคภายใต้ชื่ออื่นแต่อยู่ภายใต้การชี้นำของอดีตนายกฯ ทักษิณ เรื่อยมาจนถึงปี 67

แต่เวลานี้ ปชป.ภายใต้การนำของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงวิธีการต่อสู้ทางการเมืองเข้ามานับตั้งแต่ พ.ศ. 2544 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

แต่เวลานี้ ปชป.ภายใต้การนำของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวิธีการต่อสู้ทางการเมืองจากการที่เคยตั้งรับมาเป็นการเมืองเชิงรุก แต่ยังยึดอุดมการณ์เดิมไว้ครบถ้วน โดยเฉพาะการต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชัน และนี่เองที่ทำให้ผู้นำ ปชป.ปฏิเสธที่จะจับมือกับพรรคกล้าธรรมในการร่วมรัฐบาล

จากการที่ผู้นำ ปชป.แสดงถึงมาตรฐานทางจริยธรรมชัดเจนนี้เอง ทำให้ผู้นำ ปชป.ต้องพูดถึงมาตรฐานของ ปชป.ที่จะไม่โหวตให้ผู้นำพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกรัฐมนตรี และปฏิเสธที่จะร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม ซึ่ง ปชป.ได้ประกาศจุดยืนไว้ก่อนแล้วว่ามีเทาไม่มีเรา แต่ไม่ได้บอกว่า ใครเทา เฉกเช่น ปชป.ที่ระบุลงลึกถึงอย่างเป็นรูปธรรม

ดังนั้น การแสดงถึงมาตรฐานทางจริยธรรมทั้งของ ปชป.และ ปชน.จึงเป็นความกล้าหาญทางการเมืองที่ทุกพรรคควรถือเป็นแบบอย่าง อย่าแทงกักเพื่อผลประโยชน์ตนเองโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายอันอาจเกิดขึ้นจากการที่พรรคการเมือง และนักการเมืองไม่มีจริยธรรม

แต่ทั้ง ปชป.และ ปชน.อย่าลืมมองพรรคตัวเอง
ด้วยว่ามีสีเทาซุกซ่อนอยู่บ้างหรือไม่ ถ้ามีและไม่จัดการก็จะเข้าทำนองช่างทาสีที่นำสีขาวมาทากลบสีเทารอบๆ พื้นที่ตนเองนั่ง และบอกว่าไม่มีสีเทาแล้ว โดยลืมไปว่าพื้นใต้ที่ตนเองนั่งเป็นสีเทา

ไม่ว่า ปชป.และ ปชน.จะต่อต้านการเมืองสีเทาอย่างจริงจังขนาดไหน ถ้ายังมีสีเทาในระบบการเมืองและประชาชนยังเลือกสีเทาเพราะเห็นแก่เงินเล็กน้อย การเมืองไทยก็จะคงยังมีสีเทาอยู่ เข้าทำนอง ถ้ามีน้ำปลาก็อยู่ได้


กำลังโหลดความคิดเห็น