xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อจีนเลิกเล่น“หมากล้อม”หันมาโขก“หมากรุก”!!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


สี จิ้นผิง
ปิดท้ายสัปดาห์นี้...คงต้องเหลียวไปแล “เล้ง...อยู่สะพานขาวแค่นี้เอง!!!” หรือไปดูคุณพี่จีนกันมั่งแล้วล่ะทั่น!!! เพราะช่วงหลังๆ นี้ โดยลักษณะอาการของพญามังกรตัวนี้ ออกจะผิดแผกแตกต่างไปจากเดิมๆอย่างเห็นได้โดยชัดเจน คือไม่ใช่หนักไปทางเอาแต่เลื้อยๆ ลอดๆ หรือค่อยๆ โอบกระหวัดรัดพันใครต่อใครเหมือนแต่ก่อน แต่ชักจะกางเล็บ อ้าขวา ผวาปีกพึ่บๆ พั่บๆ แถมบางครั้งอาจ “พ่นไฟ” ซะอีกด้วยต่างหาก... 

วัน-สองวันก่อน...ก็เพิ่งงัดเอาจรวด “Hypersonic”ความเร็วระดับ “Mach 5” ที่เคยเอามาอวด มาโชว์ ไว้ในงานฉลองพิธีสวนสนามวันกองทัพประชาชนจีน อย่างจรวด “YingJi-20” หรือ “YJ-20” ออกมาทดสอบด้วยการยิงจากเรือพิฆาต “Wuxi” ให้เห็นกันแบบจะจะคาตา ดังที่สำนักข่าวทางการของจีนอย่าง “Global Times” เขานำมารายงานอย่างชนิดเป็นเรื่อง-เป็นราว และเอาเข้าจริงๆ แล้ว...ในงานฉลองพิธีดังกล่าวก็ไม่ได้มีแต่เฉพาะจรวด “YJ-20” เท่านั้นแต่ยังมี “YJ-19”, “YJ-17” และ“YJ-21” ฯลฯ ที่ถูกแห่มาอวด มาแสดง จนใครต่อใครหนาวๆ-ร้อนๆ กันไปมิใช่น้อย... 

หรือระหว่างที่มหาอำนาจสูงสุดอย่างคุณพ่ออเมริกา...กำลังขนอาวุธ ยุทโธปกรณ์ ไปล้อมกรอบ “สวนหลังบ้าน” ตัวเองในทะเลแคริบเบียน คิดจะบุก-ไม่บุกประเทศเล็กๆ อย่างเวเนซุเอลา หนังสือพิมพ์อังกฤษอย่าง “The Daily Mail” เขาก็ได้ไปนำเอาข่าวคราวอ้างอิงจากสื่อในเมืองจีนเอง ถึงการ “ฝึกซ้อมโจมตีเสมือนจริง” หรือการซ้อมรบทางวิดีโอของกองทัพประชาชาจีน (PLA) ในอ่าวคิวบาและเม็กซิโก รวมทั้งใกล้ฝั่งทะเลญี่ปุ่น-ไต้หวัน ที่ถูกจัดขึ้น ณ เมือง “Xuchang” มณฑลเหอหนาน  โดยจะถือเป็นการ “ส่งสัญญาณ” เป็นการสะบัดหัว สะบัดหาง หรือไม่? อย่างไร? ก็คงต้องไปนึกภาพ ไปจินตนาการกันเอาเอง ตามแต่ใครจะคิดมาก หรือคิดเล็ก-คิดน้อย ในแต่ละราย... 

เพราะส่วนที่เอากันจริงๆ หรือ “ซ้อมรบ” กันจริงๆ แถมยังใช้ “กระสุนจริง” อีกซะด้วย ก็ได้อุบัติขึ้นมาก่อนสิ้นปีใหม่แค่ไม่กี่วัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หรือตั้งแต่ช่วงวันจันทร์ที่ผ่านมา (29 ธ.ค.) ปฏิบัติการซ้อมรบภายใต้รหัส “Justice Mission 2025” ด้วยการเคลื่อนกำลังทางบก ทางทะเล ทางอากาศ ไปยัง 5 เขต 5 พื้นที่ในน่านน้ำและน่านฟ้าใกล้เกาะไต้หวัน โดยที่โฆษกกองบัญชาการภาคตะวันออกของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน “PLA” พันเอกอาวุโส “Shi Yi” ท่านได้ออกมาป่าวประกาศเตือนให้บรรดาเรือหรืออากาศยานใดๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ให้รีบหลีกเลี่ยงที่จะย่างกรายเข้าสู่น่านน้ำและน่านฟ้าในบริเวณดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย แถมยังได้กล่าวเน้นถึง “เป้าหมาย” การซ้อมรบคราวนี้เอาไว้ด้วยว่า เพื่อฝึกการปิดล้อมท่าเรือหลักๆ ของไต้หวัน รวมทั้งการปิดเกาะทั้งเกาะควบคู่ไปด้วย อีกทั้ง... “การซ้อมรบครั้งนี้ถือเป็นการเตือนอย่างจริงๆ จังๆ ต่อผู้ที่คิดจะแยกดินแดนไต้หวันให้เป็นเอกราช รวมทั้งต่อกองกำลังใดๆก็ตามที่คิดจะแทรกแซงจากภายนอก”... 

นี่...ต้องเรียกว่าออกอาการแยกเขี้ยว สยายเขี้ยว สยายเล็บ ชนิดเล่นเอารัฐบาลไต้หวันถึงกับขนหัวลุก ขนคอตั้ง อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ ถึงกับต้องงัดเอาอาวุธต่างๆ นานาที่ซื้อจากคุณพ่ออเมริกา ไม่ว่าจรวดพิสัยใกล้อย่างจรวด “HIMARS” รวมทั้งเรือรบ เรือตรวจการณ์ ออกมาอวด มาโชว์ มาช่วย “ปลอบขวัญ”บรรดาชาวไต้หวันให้พออุ่นอก-อุ่นใจขึ้นมามั่งนี๊ดๆโหน่ยๆ และนั่นคงไม่ได้รวมไปถึงอาวุธล็อตใหม่ที่คุณพ่ออเมริกาเพิ่งอนุมัติขายให้กับไต้หวันเป็นมูลค่าระดับ 11,000 ล้านดอลลาร์ อันเป็นตัวกระตุ้นให้ฝ่ายจีนเขาเลยต้องออกมา “พ่นไฟ” กันเป็นระลอกๆ... 

ส่วนบรรดาประเทศที่คิดจะ “แทรกแซงจากภายนอก” เพื่อช่วยเหลือไต้หวันจากเงื้อมมือคุณพี่จีน ไม่ว่าวันหนึ่ง-วันใด หรือไม่ว่าจะอเมริกา หรือญี่ปุ่น คงหนีไม่พ้นต้องคิดหน้า-คิดหลัง คิดไป-คิดมาประมาณ 5 ตลบหรือ 8 ตลบเป็นอย่างน้อย เพราะถ้าว่ากันตาม “รายงานข่าว” ของสื่ออเมริกันอย่าง “The New York Times” ที่เพิ่งนำมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมานี่เอง ด้วยการอ้างอิงรายงาน “ลับสุดยอด” ของกระทรวงกลาโหม หรือกระทรวงสงครามอเมริกา ที่ได้ทำการทดสอบแสนยานุภาพของกองทัพอเมริกันในการแทรกแซง ช่วยเหลือไต้หวัน ถ้าหากถูกจีนบุกขึ้นมา หรือที่เรียกๆ กันว่า “War Games” อะไรทำนองนั้น โดยผลสรุปที่ปรากฏออกมาจากการทดสอบคราวนี้ ว่ากันว่า...ก่อให้เกิดอาการขนหัวลุก ขนคอตั้ง ต่อบรรดาทวยทหารอเมริกันในระดับผู้นำ ผู้บริหารเอามากๆ คือไม่เพียงแต่จะสรุปว่า กองทัพอเมริกันมีแต่จะพ่ายแพ้แบบราบคาบ แบบไม่มีหูรูด เมื่อต้องเจอกับบรรดาจรวด “Hypersonic” ที่ถูกคุณพี่จีนตระเตรียมไว้รับมือกับฉากสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ต่ำกว่า 600 ลูกเอาเลยถึงขั้นนั้น!!! 

หรือถึงขั้นที่จะทำให้ “เรือบรรทุกเครื่องบิน” ลำที่ใหญ่ที่สุดในโลก อย่างเรือ “USS Gerald R. Ford” ซึ่งมีมูลค่าปาเข้าไปถึง 13,000 ล้านดอลลาร์ อาจต้องหงายท้องแหงแก๋ จมลงไปใต้ก้นทะเลจีนใต้เอาง่ายๆ หรือถ้าว่ากันตามรายงานของสื่อฉบับดังกล่าว ว่ากันว่าบรรดาบริษัทผลิตอาวุธอเมริกันบางรายที่ได้เห็นบทสรุปการทดสอบ “War Games” คราวนี้ ถึงขั้น “หน้าซีดเป็นไก่ต้ม” หรือ “Turn pale” กันไปเป็นรายๆ ส่วนคุณพี่ญี่ปุ่น-ยุ่นปี่ที่ผู้นำอย่างนายกรัฐมนตรีหญิง “Sanae Takaichi”เพิ่งออกมายืนหยัด ยืนยัน ไว้ทำนองว่า การบุกไต้หวันของจีนถือเป็นการสร้างความกระทบกระเทือนต่อยุทธศาสตร์ความมั่นคงของญี่ปุ่น จะยังคง “เหลือใจ”หรือต้อง “ถอดใจ” หรือไม่? ประการใด? ก็ยังมิอาจสรุปได้ เพราะแค่เจอกับจรวดเกาหลีเหนือ พันธมิตรรายสำคัญของคุณพี่จีน วิ่งข้ามหัวไปตกแหมะอยู่แถวๆ ทะเลญี่ปุ่น ในระหว่างการทดสอบขีปนาวุธลูกแล้ว-ลูกเล่า ก็หนีไม่พ้นต้อง “หรี่แอร์” กันไปเป็นพักๆ... 

และด้วยลักษณะอาการที่มันชักจะออกไปในแนวนี้นั่นแหละ ที่น่าจะทำให้นักเขียน คอลัมนิสต์ ของหนังสือพิมพ์ “The Wall Street Journal” อย่าง “นายYaroslav Trofimov” เขาเลยต้องร่ายเรียงไว้ในข้อเขียน บทความ ว่าด้วยเรื่อง “A Newly Confident China Is Jockeying for More Global Clout as Trump Pulls Back” หรือที่สำนักข่าว “ผู้จัดการ” ของหมู่เฮานำมาแปลและถ่ายทอดไว้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในชื่อว่า “ประเทศจีนที่มีความมั่นอก-มั่นใจใหม่ๆ เดินหน้าสร้างอิทธิพลบารมีเพิ่มขึ้นทั่วโลก ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์นำอเมริกาล่าถอย” หรือขณะที่ “ทรัมป์บ้า” พยายามไปตั้งรับมหาอำนาจคู่แข่งอยู่แถวๆ “Western Hemisphere” หรือแถวๆ สวนหลังบ้านของตัวเองอะไรทำนองนั้น โดยจะจริง-ไม่จริง น่าเชื่อ-ไม่น่าเชื่อ ก็ลองไป “คลิก” อ่านเอาเองก็แล้วกัน... 

แต่สิ่งที่น่าสนใจ ที่ควรจะนำมาใคร่ครวญหวนคิดเอาไว้สัก 5 รอบ 8 รอบ ก็คือการกางเล็บ กางปีก อ้าขา ผวาปีกของคุณพี่จีนในลักษณะเช่นนี้ มันจะนำไปสู่ผลบวก-ผลลบ ผลดี-ผลร้าย โดยเฉพาะต่อบรรดาประเทศเล็ก ประเทศน้อย หรือประเทศ “หญ้าแพรก” ทั้งหลาย...ยังไงกันแน่??? เพราะในแง่หนึ่ง...มันคงหนีไม่พ้นที่จะส่งผลให้ฉากสถานการณ์การเผชิญหน้า ระหว่าง “ขั้วอำนาจ”ต่างๆ ทั้งหลาย มีแต่จะร้อนแรง ร้อนฉ่าขึ้นไปตามลำดับ ไม่ต่างไปจากการไต่ขอบเหว แง้มประตูนรก หรือทำท่าว่าชักจะใกล้ๆ “สงครามโลก” ยิ่งเข้าไปทุกที แต่ในอีกแง่หนึ่ง...ก็อาจออกไปทางการ “เกทับ-บลัฟแหลก” หรือ“การป้องปราม” ก็เป็นได้ คือเป็นการ “ส่งสัญญาณ” เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามหรือฝ่ายผู้ที่ “กระหายสงคราม” คิดจะเปิดฉาก เปิดประตูนรกกันง่ายๆ เกิดความยินยอมพร้อมใจที่จะหันมา “อยู่ร่วมกันโดยสันติ” ดีกว่าต้องฉิบหาย-วายวอดไปด้วยกันทุกฝ่าย... 

เพราะไม่เพียงแต่คุณพี่จีนเท่านั้น...ที่ได้ออกมา “โชว์พาว” ไม่ว่าในแง่การทหาร การเมือง เศรษฐกิจ ไปจนถึงการเทคโนโลยี ฯลฯ จนทำให้มหาอำนาจสูงสุดอย่างคุณพ่ออเมริกาใจหาย-ใจคว่ำครั้งแล้ว ครั้งเล่าแต่ยังรวมไปถึง “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่ไร้ขีดจำกัด” ของคุณพี่จีน อย่างคุณน้าหมีขาวรัสเซีย ก็พร้อมที่จะหันมาแยกเขี้ยว สยายเล็บให้เห็นกันไปเป็นระยะๆ คือถึงแม้จะนั่งยัน ยืนยัน นอนยัน ไม่รู้กี่ต่อกี่สิบครั้งที่ผ่านมา ว่ารัสเซียไม่ได้คิดจะบุกยุโรปหรือไม่ได้คิดจะสู้รบกับ “NATO” โดยเด็ดขาด แต่การเปิดเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ในมือของกองทัพรัสเซียในแต่ละแท่ง แต่ละด้าม หรือบรรดาอาวุธที่ถือเป็น “ตัวเปลี่ยนเกม” ไม่ว่าจรวด “Oreshnik” ที่ว่ากันว่ายังไม่มีระบบป้องกันภัยทางอากาศใดๆ ในโลกนี้สามารถสกัดกั้นได้ หรือขีปนาวุธนิวเคลียร์ที่ถูกเรียกขานกันในนาม “เชอร์โนบิล ลอยฟ้า” หรือขีปนาวุธ “Burevestnik” ที่มีพิสัยทำการไกลเกินกว่า 14,000 กิโลเมตร จนถือเป็นพิสัยทำการที่ไร้ขีดจำกัด ไปจนถึงโดรนใต้น้ำนิวเคลียร์ อย่าง “Poseidon” ที่สามารถจมเกาะทั้งเกาะ หรือทำลายเมืองชายฝั่งแทบทุกเมืองให้ราพณาสูรได้ทุกเมื่อ ฯลฯ ฯลฯ... 

อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่เอง...ที่อาจทำให้พวก “กระหายสงคราม” ทั้งหลาย น่าจะเริ่มคิดหน้า-คิดหลัง หรือคิดกันประมาณ 5 ตลบ 8 ตลบเป็นอย่างน้อย อันเนื่องมาจาก “มหาอำนาจคู่แข่งอเมริกา” อย่างคุณพี่จีนและคุณน้ารัสเซียไม่ได้เอาแต่เล่น “หมากล้อม” ต่อไปอีกแล้ว แต่หันมาคว้า “หมากรุก” โขกกันกลางกระดานกันเห็นๆ ชนิดใครที่คิดจะและๆเล็มๆ ค่อยๆ กินเบี้ยแต่ละเบี้ย ไม่ว่าเบี้ยคว่ำ เบี้ยหงาย แม้แต่แถวๆ สวนหลังบ้านของตัวเอง หรือใน “แนวรบ” แต่ละแนว อาจต้องถูกกินม้า กินเรือ ไปจนถึงอาจเจอกับการ “รุกฆาต” รับประทาน “ตัวขุน” เอาง่ายๆ ตราบใดที่ยังไม่คิดหันมาสู่ “แนวทางแห่งสันติ” หรือยังไม่คิดยอมรับว่า...โลกใบนี้มันได้เปลี่ยนแปลงไปสู่ “โลกหลายขั้วอำนาจ” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่ “โลกขั้วอำนาจเดียว” หรือ “โลกที่อยู่ภายใต้ตะวันตก” อีกเช่นเคย!!!


กำลังโหลดความคิดเห็น