xs
xsm
sm
md
lg

งานสองพ่อลูก“ชุณหะวัณ”(5)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


( ภาพ : วิกิพีเดีย)
“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”


บ่ายวันหนึ่ง.. ผมไป “สนามกอล์ฟรถไฟจตุจักร” ซึ่งในอดีตมีแต่คนรวยๆ โดยเฉพาะ “นักการเมืองใหญ่” มักแฉลบจากรัฐสภาฯ มาตีกอล์ฟที่นี่ ซึ่งอยู่ใจกลางเมือง ปัจจุบันได้ถูกเปลี่ยนเป็น “สวนรถไฟ” ชื่อเป็นทางการคือ สวนวชิรเบญจทัศ ให้ประชาชนทั่วไปใช้เป็นสถานที่พักผ่อนและออกกำลังกาย ทุกวันนี้ผู้คนจำนวนมากใช้บริเวณสวนนี้ทำกิจกรรมเอนกประสงค์.. 
วันนั้นผมได้เจอ หมอสงวน นิตยารัมพงษ์ เพื่อนรุ่นน้องที่ผมไม่สนิทสนมโดยบังเอิญ หมอสงวนทักทายผมด้วยรอยยิ้ม แต่ผมเห็นแววตาหมอมิได้สดใสดังควร ในแววตาแฝงความหม่นหมอง จากอาการป่วยด้วยโรคร้าย “มะเร็ง”!

อย่างไรก็ตาม.. ผมก็ต้องชื่นชมกับภาพตรงหน้า เพราะหมอดีมีอนาคตไกลคนหนึ่งที่ยืนยิ้มอยู่ตรงหน้า มีจิตใจเข้มแข็งไม่ยอมแพ้ต่อมะเร็งร้าย ซึ่งมักมาพร้อมสัญญาณความตายล่วงหน้า แต่หมอสงวนยังยิ้มสู้ ยังมาออกกำลังกายที่สวนรถไฟ

ผมดีใจที่ได้เจอ หมอสงวน ตัวเป็นๆ ที่ยังมีชีวิตชีวาที่สวนรถไฟ สถานที่ซึ่งพี่โต้งกับผมและอีกหลายคนมีส่วนช่วยกันผลักดัน จนโครงการ“ยึดสนามกอล์ฟ”สำเร็จ ผมรู้สึกปลื้มปิติที่ได้พบหมอสงวน คุณหมอจิตใจรักชาติรักประชาชนที่กำลังป่วยด้วยโรคมะเร็ง มาใช้บริการ ณ สวนสาธารณะแห่งนี้

หมอสงวน เป็นหนึ่งในหมอหลายคนในกระทรวงสาธารณสุข ที่ช่วยผลักดันนโยบาย “30 บาทรักษาทุกโรค” อันโด่งดังระบือลือลั่นไปทั่วโลก ซึ่งรัฐบาลทักษิณทำนำร่องจนรัฐบาลต่อๆ มายังคงทำกันอย่างต่อเนื่องและปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น จนนโยบายนี้ยังดำเนินต่อไปจนทุกวันนี้..

ภาพหมอสงวนในวันนั้น ทำให้ผมหวนนึกถึงเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของผม ปลายสายคือ“เพื่อนนักข่าวรุ่นน้อง” ที่ผมเคยร่วมงานบางเรื่องใน“สำนักข่าวหุ้น” แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกสนิทใกล้ชิดกับน้องคนนั้นเป็นพิเศษแต่อย่างใด..

“พี่ชัชครับ.. ผมป่วยเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย.. หมออนุญาตให้ผมโทรลาตาย.. โชคดีที่พี่ชัชรับสาย เพราะพี่เป็นหนึ่งในคนที่ผมเคารพ และอยากโทรมาลาตายกับพี่โดยตรงครับ”

เสียงของ “น้องคนนั้น” ค่อนข้างเบา บางครั้งเบาจนแทบไม่ได้ยิน ทว่า แต่ละคำพูดกลับชัดเจนไม่อ้อแอ้ เขาคงต้องใช้พลังและความพยายามอย่างมากมหาศาล.. เพื่อสื่อสารใน“คำลาตาย”

“ถ้าผมเคยทำผิดอะไรกับพี่ ถ้ามี.. พี่ชัชอโหสิกรรมให้ผมด้วยนะครับ ผมโทรเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อลาตายด้วยตัวเองครับ!”

โอ.. นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตผมที่ได้รับโทรศัพท์จากคนใกล้ตาย ที่โทร.มาลาตายสดๆ แบบนี้ จิตใจเขาต้องเข้มแข็งมากๆ

ตอนนั้นผมกำลังขับรถ.. ผมสับสนจำไม่ได้ นึกไม่ออกว่าเคยไปทำเรื่องอะไร เขาถึงบอกว่าเคารพผม ถึงกับต้องโทรมาลาตาย?.. ผมอดคิดไม่ได้ว่า นี่ผมโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่? ที่จู่ๆ มีคนใกล้ตายโทรศัพท์มาขอขมาลาโทษ..

“เฮ้ย.. เอ็งอยู่โรงพยาบาลไหน.. พี่จะไปเยี่ยมเอ็งเดี๋ยวนี้!” ผมพูดอย่างลำบากเพราะน้ำลายในลำคอพลันเหนียวหนึบฉับพลัน..

“ไม่ทันแล้วพี่.. หมอห้ามเยี่ยม.. หมอแค่อนุญาตให้ผมโทรลาตายกับคนที่ผมเคารพเท่านั้น”

ผมนอนไม่หลับทั้งคืน.. ในหัวคิดวนเวียนยกย่องความพยายามของน้องนักข่าวคนนั้น ที่พยายามสื่อสาร “คำลาตาย” อันน่าหดหู่

ผมหวนนึกถึงตัวเองว่า ก่อนตาย.. ผมจะเข้มแข็งเหมือนน้องนักข่าวคนนั้นไหม? และผมจะโทรลาตายถึงใครที่ผมเคารพบ้าง.. เอ้อ.. ผมมีคนที่ผมเคารพมากๆ ที่ผมอยากลาตายแบบสดๆ ครับ.. มีหลายคนเสียด้วยสิ..

ทว่า.. สำหรับเพื่อนรัก โสภณ องค์การ ผมโชคดีที่ได้ร่ำลาเพื่อนร่วมงานที่น่าเคารพคนนี้ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต ลาจากผมและองค์กรสื่อฯ ผู้จัดการ

โสภณ เป็นสื่อมวลชนอาวุโสที่มากคุณภาพ มากประสบการณ์ ชนิดหาตัวจับยากมาก ที่สำคัญ.. เป็น สื่อฯ ผู้กล้าพูดความจริงมาตลอด ตั้งแต่ผมยังเป็นทั้งที่ปรึกษาและเลขาฯ ส่วนตัว น้าชาติ-พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ และร่วมทำงานกับ อ.โต้ง-ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ

โสภณ เคยเป็นผู้บริหารสื่อฯ เนชั่น ในช่วงการเมืองไทยยุค “เทพ-มาร” ผมเคยเสนอไม่ให้ทุกพรรค “ฝ่ายค้าน” โดยเฉพาะ น้าชาติ อย่าให้สัมภาษณ์ออกรายการกลุ่มสื่อฯ ที่หนุน “พรรคเทพ” อย่าง สุทธิชัย หยุ่น-เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และผู้จัดรายการอื่นๆ อีกหลายคน รวมทั้งรายการของ โสภณ องค์การ ด้วย

เพราะสื่อฯ กลุ่ม “หนุนพรรคเทพ” มิได้เสนอความจริง ด้วย พรรคการเมืองไทย นั้นมิใช่ “เทพ” แต่มีพฤติกรรมเป็น “พรรคพญามาร” สวมเสื้อคลุม “เทพจอมปลอม” ปิดบังความสามานย์ “ความเป็นพญามาร” หลอกลวงประชาชนอย่างหน้าด้านๆ

แต่แล้วเช้าวันหนึ่ง ที่บ้านราชครู ผมเจอ น้าชาติ กำลังจะให้สัมภาษณ์พิเศษกับ โสภณ ผมตกใจเพราะห่วงว่า น้าชาติ จะพลาดพลั้งกับการถามตรงๆ ของ โสภณ

เอ๊ะ!.. แล้ว โสภณ โผล่มาสัมภาษณ์ น้าชาติ ได้ไงหว่า? คนที่ทำเรื่องนี้ได้ก็มีแต่ อ.โต้ง เท่านั้น

“พี่โต้งให้โสภณจากเนชั่นมาสัมภาษณ์พ่อใช่ไหม?” หลังจากถามกับ พี่โต้ง ผมก็ถึงบางอ้อ เพราะคนที่ทำเรื่องนี้ “ชื่อเป็นแมลง-ตัวเป็นคน” เธอคือ “จิ้งหรีด” อีกหนึ่งสาวของ น้าชาติ นั่นเอง

ผมไปที่ห้องรับแขกบ้านน้าชาติทันที ก่อนจะได้พูดกับโสภณว่า “โส.. ยูเป็นสื่อฯ ที่เก่งมาก.. ใช้เส้นมาสัมภาษณ์น้าชาติได้.. ผมพยายามสกัดแล้วนะ.. ยูนี่สมเป็นสื่อที่เก๋าและเก่งจริงๆ ว่ะ!”

โสภณยิ้มก่อนตอบผมว่า..

“ชัช.. ไอรู้ว่ายูขวาง.. น้าชาติก็ฟังยู ไอเลยบอกลูกน้องที่ติดต่อว่า “ถลาเข้าใส่ไม่ได้ ก็อ้อมเข้าหาสิวะ”

นี่แหละครับ.. ความเก๋าของโสภณ!

ก่อนวันที่โสภณจะป่วยเส้นโลหิตก้านสมองแตก เพื่อนคนนี้ห่วงใยอาการป่วยเป็นสโตรกของผม

เขาบอกกับผมว่า “ชัช.. ไอเคยป่วยแบบยูมาแล้ว ยูอย่าประมาท ต้องรักษาตัวนะโว้ย!”

โสภณห่วงผมและแนะนำให้กินยานั้นยานี้ โดยเฉพาะเตือนผมทุกครั้งที่เจอว่า “ชัช.. ยูต้องกิน บี 12 ทุกเช้าอย่าขาดนะ”

ผมเองก็ห่วงโสภณโดยเตือนว่า “โส.. ยูอย่าประมาทนะ ผมแค่เส้นเลือดตีบยังไม่แตกเลยยังไม่ตาย.. ต้องใช้เวลาฟื้นฟูตัวเอง พยายามให้กลับมาเป็นปกติให้ได้.. ถ้าเส้นโลหิตแตก.. ไอคงขึ้นสวรรค์หรือลงนรกแล้วล่ะ”

ผมมีโอกาสได้ร่ำลา โสภณ องค์การ หลายครั้งในช่วงโสภณไม่รู้สึกตัว เพื่อนสื่อฯ ที่น่ารักน่าเคารพของ “ผู้จัดการ” เขาเป็นสื่อฯ คุณภาพที่ซื่อตรง กล้าหาญ ไม่ยอมค้อมหัวให้คนชั่วทุกวงการ ฯลฯ

โสภณจากไปชั่วนิรันดร์แล้ว.. แต่ความดีของเขายังอยู่ตราตรึงใจผมและชาว “ผู้จัดการ” ที่ยังคงทำงานอย่างตรงไปตรงมาต่อไป.. ผมดีใจที่ได้ร่วมงานในทุกเวทีกับ “โสภณ องค์การ” ครับ..

ฉบับหน้าผมจะเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวกว่าจะได้สวนรถไฟ ต้องฟันฝ่าอุปสรรคอะไรบ้าง!


กำลังโหลดความคิดเห็น