รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญวันนี้มีสองประเด็นหลัก
ประเด็นแรก คือ ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
ประเด็นนี้อุ๊งอิ๊งรอดไป
ศาลท่านวินิจฉัยว่า ยังไม่ได้ย้ายแม่ทัพภาคที่สอง ความเสียหายยังไม่เกิด ยังไม่ถือว่าทุจริต อะไรทำนองนี้ ผมอาจจะจำได้คลาดเคลื่อน ประเด็นหลักคืออุ๊งอิ๊งยังไม่ได้ทำอะไรให้เกิดความเสียหาย เลยไม่ได้ถือว่าไม่ซื่่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ได้
ประเด็นสอง คือผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง
ประเด็นนี้อุ๊งอิ๊งไม่รอด
โดยส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นแรกครับ ชู้ทางใจ แม้ไม่เคยสอดใส่หรือมีอะไรกัน จะนับว่าสุจริตต่อคู่ชีวิตนั้น ผมคิดว่าไม่ใช่ครับ นอกใจแม้ไม่นอกกาย คือไปรักคนอื่น ไปจีบคนอื่น หวังหาเศษหาเลย แม้ยังไม่มีอะไรกัน ก็ถือว่าไม่ซื่่อสัตย์สุจริต ต่อคู่ชีวิตแล้ว แล้วถ้าเอาใจออกห่าง ไขความลับของชาติให้อริราชศัตรู ผมก็คิดว่าไม่อาจจะถือว่าซื่อสัตย์สุจริตต่อประเทศชาติได้
ผู้นำประเทศนั้นเหมือนกับแต่งงานกับประเทศชาติแล้ว จะนอกใจประเทศตนเอง แม้ยังไม่ได้สอดใส่มีอะไรกัน คือยังไม่นอกกาย แค่นอกใจ เป็นชู้ทางใจ แบบนี้ผมถือว่าไม่ซื่อสัตย์สุจริตต่อประเทศชาติแล้ว
ผมถามว่า หากแฟนคุณที่คุณแต่งงานด้วย ไปแอบคุยจีบกิ๊ก ตลอดเวลา หยอดกันไปหยอดกันมา แต่ยังไม่ได้มีอะไรกันจนได้เสีย แบบนี้ถือว่าซื่อสัตย์สุจริตต่อคุณหรือไม่
พระพุทธเจ้าท่านเทศนาสั่งสอนเรื่อง สุจริตทั้งไตรทวาร
กายสุจริต
ใจสุจริต
วาจาสุจริต
ถ้าไม่สุจริตทั้งไตรทวารแล้ว จะถือว่าสุจริตเป็นที่ประจักษ์ได้อย่างไรกัน ?
มีความคิดเห็นอย่างไรครับ แสดงความคิดเห็นได้ครับ
แสดงความคิดเห็นเล่นต่าง แบบแขก คำ ผกา ก็ได้นะครับ ไม่ว่ากัน
ไอ้ผมมันอาจจะหัวโบราณสักหน่อยครับ นอกใจไม่นอกกาย ผมถือว่าไม่ซื่อสัตย์สุจริตครับ