ปิดท้ายสัปดาห์นี้...คงต้องขออนุญาตชี้แนะ ชี้นำ ให้หมั่นจับตา “แนวรบตะวันออกกลาง” ไว้แบบมิอาจกะพริบตาได้โดยเด็ดขาด โดยเฉพาะสำหรับบรรดาผู้ที่ “มีทองเท่าหนวดกุ้ง” และต้อง “นอนสะดุ้งจนเรือนไหว” ทั้งหลาย เพราะโอกาสที่ราคาทองคำที่กำลังพุ่งทะลุเพดาน ทะลุหลังคา มันอาจพุ่งไปถึงอวกาศกันเลยหรือไม่? ประการใด? ก็น่าจะขึ้นอยู่กับความเป็นไปของแนวรบด้านนี้เป็นสำคัญนั่นแหละทั่น!!!
หรืออย่างที่ทราบๆ กันไปแล้วตั้งแต่ช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (30 มี.ค.) ว่าผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” ท่านได้ออกอาการ “บ้า...ก็...บ้าวะ” อย่างเห็นได้โดยชัดเจน ระหว่างสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าว “NBC News” ด้วยการประกาศว่าจะ “บอมบ์บ์บ์” อิหร่าน ถ้าหากไม่คิดมาเจ๊าะแจ๊ะเจรจา ทำข้อตกลงเรื่องโครงการนิวเคลียร์กับอเมริกาซะโดยดี หรือ “ถ้าพวกเขา(อิหร่าน)ไม่ทำข้อตกลง...จะมีการทิ้งระเบิดในแบบที่พวกเขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน และผมจะรีดภาษีรอง (secondary tariffs-หรือภาษีสำหรับใครก็ตามที่ซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนกับอิหร่าน) เพื่อเล่นงานพวกเขา เหมือนกับที่ผมเคยทำเมื่อ 4 ปีก่อน” นี่...ต้องเรียกว่าแจ่มแจ้ง ชัดเจน ชนิดแทบไม่ต่างอะไรไปจากมาเฟียอิตาลี หรือ “จิ๊กโก๋ปากซอย” ส่งเสียงคำราม อะไรทำนองนั้น...
และ “ข้อตกลง” ที่อเมริกาหวังให้อิหร่านต้องยอมรับ “ข้อเสนอที่เอ็งมิอาจปฏิเสธ” นั้น ที่ปรึกษาความมั่นคงทำเนียบขาว อย่าง “นายMike Waltz” ที่เพิ่งทำ “ข่าวรั่ว” ในกรณีการโจมตีประเทศเยเมนจนหวิดๆ จะถูกเสนอให้ไล่ออก ก็ได้อธิบายขยายความเอาไว้ก่อนหน้านั้นแล้วกับโทรทัศน์ “CBS” ว่าหมายถึงการ “รื้อทิ้ง” โครงการนิวเคลียร์ไม่ว่าสันติ-ไม่สันติลงไปทั้งแผง หรือ “Full Dismantlement” เอาเลยถึงขั้นนั้น อันเป็นสิ่งที่น่าจะยากส์ส์ส์เอามากๆ ที่พี่เบิ้มแห่งตะวันออกกลางอย่างอิหร่านเขาจะยอมรับได้ เผลอๆ...อาจยิ่งกลายเป็น “แรงกระตุ้น” ให้ต้องเร่งเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ให้บรรลุเป้าหมายการมีอาวุธนิวเคลียร์ยิ่งๆ ขึ้นไปอีก...
ดังนั้น...นอกจากทางฝ่ายอิหร่านเขาจะออกมาปฏิเสธต่อ “การเจรจาโดยตรง” โดยพร้อมเพรียงกัน ไม่ว่าไล่มาตั้งแต่ผู้นำสูงสุดด้านจิตวิญญาณอย่างท่านอิหม่าม “Ayatollah Ali Khamenei” ที่ออกมาประกาศเมื่อช่วงวันจันทร์ที่ผ่านมา (31มี.ค.) ทำนองว่า... “ถ้าบอมม์ม์ม์มา-ก็บอมม์ม์ม์กลับ” อะไรทำนองนั้น หรือ “ผู้ที่เป็นปฏิปักษ์กับเราอย่างอเมริกาและอิสราเอลมักจะข่มขู่ว่าจะโจมตีเรา อันเป็นสิ่งที่เราไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ แต่ถ้าพวกเขายังคงหมกมุ่นอยู่กับความคิดอันตรายๆ เช่นนี้ แน่นอนว่า...พวกเขาต้องได้รับการโต้กลับในอัตราเดียวกัน หรือแม้หวังจะปลุกระดมให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายภายในประเทศเราเหมือนเมื่อปีที่แล้ว บรรดาประชาชนชาวอิหร่านก็คงไม่ยอมปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวอยู่แล้วแน่ๆ...” เช่นเดียวกับประธานาธิบดีอิหร่าน “นายMasoud Pezeshkian” ที่ได้ออกมาสรุปไว้ชัดเจนในวันเดียวกันว่า “การเจรจาโดยตรงกับอเมริกาได้ถูกอิหร่านปฏิเสธไปเรียบร้อยแล้ว” เหลือแต่เพียงการเจรจาโดยอ้อม หรือผ่านตัวกลางเท่านั้น ที่ยังพอเปิดกว้างเอาไว้อยู่...
แต่ที่ออกจะน่าขนลุกขนพอง ขนหัวลุก ขนคอตั้ง อยู่พอสมควร...ก็คือคำประกาศของผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอวกาศแห่งกองกำลัง “IRGC” ของอิหร่าน “พลเอกAmir Ali Hajizadeh” ที่ได้ออกมาเขย่าขวัญ สั่นประสาท บรรดาทหารอเมริกันจำนวนกว่า 50,000 นาย ที่กระจัดกระจายอยู่ในฐานทัพอเมริกันนับ 10 แห่งในตะวันออกกลาง ไม่ว่าในอิรัก บาห์เรน คูเวต กาตาร์ หรือยูเออี ฯลฯ โดยได้เปรียบเทียบอุปมา-อุปไมยว่าแทบไม่ต่างอะไรจากผู้ที่อาศัยอยู่ใน “เรือนกระจก” ที่ไม่ควรที่จะคิดอะไรพิเรนทร์ๆ หรือไม่ควรคิด “ขว้างก้อนหินไปใส่ผู้อื่นโดยเด็ดขาด” เพราะโอกาสที่จะถูกขว้างกลับจนกระจกแตก กระจกบาดตัวเองไปเป็นชิ้นๆ ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ!!!
คือไม่ต้องถึงขั้นอิหร่านที่ได้ “สมรักษ์ คำสิงห์” เอาไว้ก่อนล่วงหน้าว่าได้ตระเตรียมจรวดนานาชนิดซึ่งมีอานุภาพร้ายแรงเสียยิ่งกว่าครั้งที่ตอบโต้-เอาคืนอิสราเอลในปฏิบัติการ “True Promise 1-2” ถึง 10 เท่าเอาเลยถึงขั้นนั้น แต่เพียงแค่ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น “ตัวแทน” อิหร่าน อย่างนักรบ “Houthi” แห่งเยเมน หรือพวก “Ansar Allah” ที่พยายามขว้างก้อนหินโต้กันไป-โต้กันมากับกองทัพอเมริกัน-อังกฤษในทะเลแดง ไม่ว่าถูกรุมบอมม์ม์ม์ รุมกระทืบ ไปถึงขั้นไหน ก็ยังเพิ่งออกมาป่าวประกาศคราวล่าสุดเมื่อช่วงวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่าได้สาดจรวดและโดรนใต้น้ำ-บนอากาศใส่เรือบรรทุกเครื่องบิน “USS Harry S. Truman” ของกองทัพอเมริกันไป 3 ครั้งซ้อนๆ ภายในชั่วเวลา 24 ชั่วโมง โดยจะส่งผลให้แก้วแตก แก้วละเอียด ไปถึงขั้นไหน? เพียงใด? คงต้องไปเช็กข่าวกันเอาเอง...แต่ที่แน่ๆ ก็คือ มันคงไม่น่าจะ “ง่าย” ไม่น่าจะสะดวกคล่องคอกันสักเท่าไหร่ ในการคิดโจมตีพี่เบิ้มแห่งตะวันออกกลางอย่างอิหร่าน ขณะที่ทหารอเมริกันกว่า 50,000 นาย ยังคงนั่งๆ นอนๆ อยู่ใน “เรือนกระจก” ดังที่ผู้บัญชาการทหารของอิหร่านเขาอุปมา-อุปไมยเอาไว้แล้วนั่นแหละ...
แต่ก็ไม่ใช่แค่เฉพาะ “แนวรบในตะวันออกกลาง” เท่านั้น ที่คงต้องขนหัวลุก ขนคอตั้ง กันไปโดยตลอด เพราะแม้แต่ “แนวรบยุโรปตะวันออก” ที่ทำท่าว่าน่าจะสิ้นสุด ยุติ น่าจะหาข้อสรุปได้ก่อนจะถึงช่วงวันอีสเตอร์ อันเนื่องมาจากผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” ได้โดดเข้ามาเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยให้แต่ละฝ่ายเลิกคิดโจมตีเป้าหมายสำคัญๆ เช่น “สาธารณูปโภคพลังงาน” กันไปเป็นขั้นๆ แต่เอาไป-เอามา...เมื่อวัน-สองวันที่ผ่านมานี่เอง ท่อส่งแก๊ส “Sudzha Pipeline” ของรัสเซียในดินแดนตัวเอง คือในแคว้น “Kursk” ก็ได้ถูกจรวด “HIMARS” ฝ่ายตรงข้ามโจมตีเผาผลาญชนิดไฟลุกท่วมสุดขอบฟ้ากันเห็นๆ อันไม่เพียงถือเป็นการล่วงละเมิดข้อตกลงระหว่างทั้งสองฝ่าย แต่ยังกลายเป็นการ “จุดชนวน” ให้เกิดปัญหาที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นไปกว่านั้น...
โดยเฉพาะเมื่อโฆษกปากคมแห่งกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย “Maria Zakharova” ได้ออกมาตั้งข้อสมมติฐานต่อเหตุการณ์ดังกล่าวเอาไว้ว่า... “เรามีเหตุผลหลายอย่างพอที่จะเชื่อได้ว่า การกำหนดเป้าหมายและการนำร่องเพื่อโจมตีท่อแก๊สรัสเซียคราวนี้ ได้รับการอำนวยความสะดวกโดยดาวเทียมของฝรั่งเศสและอังกฤษร่วมมือกัน และการบัญชาการโดยตรงมาจากลอนดอนนั่นเอง...” หรือพูดง่ายๆ ว่า...แม้คุณพ่ออเมริกายุค “ทรัมป์บ้า” กำลังคิดจะถีบทิ้งยูเครนหรือไม่? เพียงใด? ก็ตาม แต่บรรดาพวก “พรมเช็ดเท้า” อเมริกาทั้งหลาย กลับเพียรพยายามปรับสภาพตัวเองให้กลายเป็น “ผ้าพันคอ” เอาดื้อๆ!!! หรือพยายามรัดคอรัสเซียด้วยการยืดเวลาสงคราม “ยูเครน-รัสเซีย” ออกไปให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้...
ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า...เมื่ออังกฤษ-ฝรั่งเศส ที่กระเหี้ยนกระหือรือเอามากๆ ในการคิดจะส่ง “กองกำลังสันติภาพ” จำนวน 30,000 นายเข้าไปในยูเครน จนอาจก่อให้เกิดการ “เผชิญหน้าทางทหารโดยตรง” ระหว่างรัสเซียและ NATO กำลังก้าวเดินไปในลักษณะเช่นนี้ ถ้าฝ่ายรัสเซียคิดจะแก้แค้น-เอาคืนตามมาตรฐานที่ผู้นำรัสเซีย ประธานาธิบดี “ปูติน” ท่านเคยได้วางแนวทางเอาไว้ก่อนหน้านั้น ว่าใครก็ตาม...ไม่ว่าผู้ปฏิบัติการหรือสมคบคิดโจมตีลึกเข้ามาในดินแดนรัสเซียด้วยจรวด โดรน และยุทโธปกรณ์ต่างๆ ฯลฯ จะต้องได้รับการตอบโต้ในอัตราส่วนที่ไม่ได้ผิดแผกแตกต่างไปจากกัน อันนี้...ก็เท่ากับว่าโอกาสที่จะเกิดการสิ้นสุด ยุติ ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนภายในปีนี้ อย่างที่ใครคาดหวังกันเอาไว้ ย่อมมีแต่ต้องเลือนหายไปในชนิดไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี อีกจนได้...
ยิ่งเมื่อ “แนวรบในแต่ละด้าน” มันออกจะมีความเกี่ยวโยง เกี่ยวพันกันอย่างชนิดตัดไม่ได้-ขายไม่ขาด แม้แต่การคิดจะจุดไฟนรกในแนวรบตะวันออกกลางด้วยการโจมตีอิหร่าน ยังถึงกับทำให้รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศทั้ง 3 ประเทศ คือประเทศจีนที่กำลังเผชิญหน้ากับแรงกดดันของตะวันตกในแนวรบทะเลจีนใต้ รัสเซียที่อาจต้องเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงกับกองกำลัง “NATO” ในแนวรบยุโรปตะวันออก และอิหร่านที่อาจต้องเจอกับการโจมตีโดยอเมริกาและอิสราเอล ยังต้องร่วมกันออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ “โครงการนิวเคลียร์อิหร่านควรได้รับความเคารพ” ไปจนให้ยกเลิกการคว่ำบาตรอิหร่านด้วยซ้ำ...
ดังนั้น...ถ้าหากผู้ที่อยากจะให้ผู้คนจดจำตัวเองในฐานะ “นักสันติภาพ” อย่าง “ทรัมป์บ้า” ดันหันมา “บ้า...สงคราม” กันซะแทนที่ แม้ว่าโลกใบนี้จะกลายเป็น “โลกหลายขั้วอำนาจ” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าหาก “ขั้วอำนาจ” ขั้วหนึ่งขั้วใด ไม่คิดจะประคับประคอง “สมดุลอำนาจ” เพื่อหาทาง “อยู่ร่วมกันโดยสันติ” ให้จงได้ โอกาสที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะเข้าสู่ภาวะ “เตร๊งเตรง...เตร่งต๋อย...ไฟไหม้มูลฝอยดังพรึ่บบ์บ์บ์” ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ และนั่นเองที่น่าจะทำให้ “ราคาทองคำ” ที่พุ่งทะลุเพดาน ทะลุหลังคา อาจพุ่งเลยขึ้นไปถึงอวกาศเอาเลยก็ไม่แน่!!! ด้วยเหตุนี้บรรดา “นักลงทุน” ทั้งหลาย คงต้องเก็บเอาไปคิด ไปคำนวณกันเอาเอง โดยมิอาจลืมคำพูดแบบหวัดๆ พูดรัวๆ แบบลิ้นพันกัน จนแทบฟังไม่ออก อันถือเป็นคำขวัญ สโลแกนของบรรดานักลงทุนทั้งหลาย นั่นคือ... “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน” ไว้โดยตลอด ส่วนใครจะเจ๊ง-ไม่เจ๊ง รวยจริงหรือรวยแต่มะเขือ คงต้องถือเป็นเรื่อง “ตัวใคร-ตัวมัน” ที่จะไปว่ากันเอาเอง...