xs
xsm
sm
md
lg

กองทัพไทยต้องจัดตั้งกองทัพไซเบอร์ เป็นเหล่าทัพที่ 4

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์



ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
สาขาวิชาสถิติศาสตร์ สาขาวิชาพลเมืองวิทยาการข้อมูล
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์


กองทัพไทยมีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวง กลาโหม พุทธศักราช 2551 มาตรา 8 (1)-(5)

มาตรา 8 กระทรวงกลาโหม มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(1) พิทักษ์รักษาเอกราชและความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรจากภัยคุกคามทั้งภายนอกและภายในราชอาณาจักร ปราบปรามการกบฏและการจลาจล โดยจัดให้มีและใช้กำลังทหารตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยหรือตามที่มีกฎหมายกำหนด

(2) พิทักษ์รักษา ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนสนับสนุนภารกิจของสถาบันพระมหากษัตริย์

(3) ปกป้อง พิทักษ์รักษาผลประโยชน์แห่งชาติและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข พัฒนาประเทศเพื่อความมั่นคงตลอดจนสนับสนุนภารกิจอื่นของรัฐในการพัฒนาประเทศ การป้อง กันและแก้ไขปัญหาจากภัยพิบัติ และการช่วยเหลือประชาชน

(4) ศึกษา วิจัย พัฒนา และดำเนินการด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ด้านวิทยา ศาสตร์ และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และด้านกิจการอวกาศเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนภารกิจของกระทรวงกลาโหมและความมั่นคงของประเทศ

(5) ปฏิบัติการอื่นที่เป็นการปฏิบัติการทางทหารนอกเหนือจากสงครามเพื่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือปฏิบัติการอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่มีกฎหมายกำหนดหรือตามมติคณะรัฐมนตรี

ในการดำเนินการตาม (4) กระทรวงกลาโหมอาจมอบหมายให้ส่วนราชการในกระทรวงกลาโหมหรือหน่วยงานอื่นในกำกับของกระทรวงกลาโหมเป็นผู้ดำเนินการก็ได้หรืออาจร่วมงาน ร่วมทุนหรือดำเนินการกับภาคเอกชนตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายก็ได้

การทำ io หรือ information operations หรือปฏิบัติการสารสนเทศ ที่สส. พรรคประชาชนนำมาอภิปรายในรัฐสภา จนถูกห้ามอภิปรายต่อ มีการโจมตีว่านี่คือการคุกคามเสรีภาพของประชาชน เกิดภาวะรัฐซ้อนรัฐ และมีรัฐพันลึก (Deep state) เกิดขึ้น แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่กองทัพไทยต้องทำให้ดีที่สุดและเต็มที่ เพราะเป็นภาระกิจและอำนาจหน้าที่ของกองทัพไทย หากไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 8 พรบ. กลาโหม เท่ากับ ผบ.เหล่าทัพ 4 ท่าน ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐและสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการกระทำผิด มาตรา 157 อาญา

กองทัพไทยเมื่อมีอำนาจหน้าที่ ก็ต้องทำหน้าที่จนสุดกำลังความสามารถ

หน้าที่ต้องปกป้องราชอาณาจักร ความมั่นคง ชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นของกองทัพไทย

เมื่อมีสงครามไซเบอร์ โจมตี ความมั่นคงของชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ กองทัพต้องทำไอโอ ทั้ง การข่าว และการต่อต้านการข่าว

ถ้าไม่ออกรบ ไม่ว่าจะบนบก บนฟ้า หรือ ในน้ำ รวมไปถึงโลกไซเบอร์ ก็อย่ามาเป็นทหาร

เมื่อผู้ไม่หวังดีกับประเทศรบบนโลกไซเบอร์ ทำไมทหารและกองทัพไทยจะทำหน้าที่ รบบนโลกไซเบอร์ไม่ได้

นี่ผมพูดตามหลักกฎหมายล้วน ๆ ครับ

พวกทำลายชาติมารบบนโลกไซเบอร์กันหมดแล้ว

จะให้กองทัพไทย รบบนบก บนน้ำ บนฟ้า อยู่แค่นั้นเหมือนเดิมได้อย่างไร

พวกมึงก่อสงครามไซเบอร์บ่อนทำลายชาติ

กองทัพไทยก็ต้องทำสงครามไซเบอร์สู้กับพวกมึง เกิดเป็นทหาร ก็ต้องรบ จะรบบนบก บนฟ้า บนน้ำ ใต้น้ำ โลกไซเบอร์ ก็ต้องรบ มีหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ ก็ต้องทำ ไม่เช่นนั้นเสียชาติเกิด

มึงรบได้ ทำไมทหารจะรบไม่ได้

IO ที่กล่าวถึงและทำท่ารังเกียจเดียดฉันท์กันนี้แท้จริงมาจากตำราของมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ปฏิบัติการจิตวิทยา (Psychological operations) ของกองทัพไทย นั้น กองทัพสหรัฐอเมริกาเป็นผู้มาถ่ายทอดวิชาเอาไว้ให้กองทัพไทยเองเมี่อราวหกสิบปีก่อน จนมีการจัดตั้งสถาบันจิตวิทยาความมั่นคงขึ้น ปฏิบัติการจิตวิทยานั้น เรียกสั้นว่า ไซออพ มีทั้ง ขาว เทา และ ดำ เพื่อต่อสู้กับลัทธิคอมมิวนิสต์ ตามที่สหรัฐอเมริกาเชื่อในทฤษฎีโดมิโนและลัทธิแมคคาร์ธี

เมื่อโลกปรับเปลี่ยนกันไปรบบนโลกไซเบอร์ ผมก็ยังทักท้วงว่ากองทัพไทยต้องปรับตัว จะลงชุมชน ทำ ปจว. แบบเดิมไม่ได้แล้ว ต้องปรับเป็นปฏิบัติการจิตวิทยาไซเบอร์ (Cyber Psychological Operations) หรือจะเรียกว่า ปจว. ไซเบอร์ ก็ได้ แน่นอนว่า ปจว. ไซเบอร์ ย่อมมีทั้งขาว เทา ดำ

พรรคการเมืองไทยขายชาติเกิดจะดัดจริตอะไรไม่ทราบ ปกติก็เป็นขี้ข้าชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกามาตลอด แต่นี่กลับทำท่ารังเกียจตำราของอเมริกา พี่เบิ้มของตนเองไปเสีย อันที่จริงชาติทีทำปจว. ไซเบอร์เก่งที่สุดในโลกคือสหรัฐอเมริกา การที่มาร์คอส จูเนียร์ กลับเข้ามาครองอำนาจในฟิลิปปินส์ได้ จนสหรัฐอเมริกาสามารถกลับเข้าไปตั้งฐานทัพในฟิลิปปินส์ได้ ทุกคนก็ทราบดีว่ามีปจว. ไซเบอร์หรือสงครามไซเบอร์ ชั้นครูเป็นภาษากาตาล็อก ดำเนินการหรือสนับสนุนโดยชาติมหาอำนาจ

ณ วันนี้ กองทัพไทย ยังใช้ตำราปฏิบัติการจิตวิทยาเล่มเก่า เมื่อหกสิบปีก่อนที่สหรัฐอเมริกามอบให้ แต่สหรัฐอเมริกามหามิตรคงมิได้มอบตำราปฏิบัติการจิตวิทยาไซเบอร์ เล่มใหม่ ให้กองทัพไทย เหมือนเมื่อหกสิบปีก่อน กองทัพไทยจำเป็นต้องจัดตั้งกองทัพไซเบอร์ด้วยตนเอง ต้องบัญญัติวิชาปฏิบัติการจิตวิทยาไซเบอร์ขึ้นมาเอง เพราะไม่ได้รับมอบตำเราเหมือนประวัติศาสตร์สงครามเย็นในอดีต ก็ต้องหาวิชาทำไอโอกันไปเอง เท่าที่พอมีศักยภาพและความสามารถ ซึ่งผมคิดว่า กองทัพไทย ยังไม่เก่งเรื่องนี้มากนัก

ผมขอเสนอว่า กองทัพไทย ต้องประกอบด้วย 1. กองทัพไซเบอร์ 2. กองทัพบก 3. กองทัพเรือ และ
4. กองทัพอากาศ

สภากลาโหมและกองทัพไทย ต้องจัดตั้งเหล่าทัพที่สี่ คือ กองทัพไซเบอร์

เพราะวันนี้ กองทัพบก รบบนบก กองทัพเรือ รบในน้ำและบนน้ำ กองทัพอากาศ รบบนฟ้า ไม่เพียงพอแล้ว ไม่ทันเหตุการณ์แล้ว ความมั่นคงของชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ถูกเซาะกร่อนบ่อนทำลาย จากทั้งโดยต่างชาติและคนไทยนักการเมืองขายชาติ อย่างต่อเนื่องหนักหน่วง

สงครามไซเบอร์ (Cyberwarfare) เกิดขึ้นแล้วอย่างหนักหน่วง บ่อนทำลายประเทศชาติ มีโจรออนไลน์ มีอริราชศัตรูเต็มไปหมด

กองทัพไซเบอร์ จึงจำเป็นเพื่อความอยู่รอดของบ้านเมือง

เกิดมาเป็นทหาร ต้องทำหน้าที่รบ จะรบที่ไหนก็ต้องรบ

รบเถิดอรชุน! หากท่านตายในสนามรบ สวรรค์ยังรอท่านอยู่ ยังเปิดประตูรอผู้ปราชัย แม้นหากว่าท่านชนะ ความเป็นใหญ่ในแผ่นดินนี้ ทุกพงพื้นปัฐพี รอให้ท่านเข้ามาครอบครอง


กำลังโหลดความคิดเห็น