xs
xsm
sm
md
lg

นกสีเหลืองอเมริกา-ยุโรป...เจ้าบินไปสู่เสรี-บัดนี้เจ้าชีวาวาย!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ
เห็นข่าวคราวเรื่องบรรดาคนหนุ่ม-คนสาว นักศึกษาอเมริกัน ถูกตำรวจอเมริกาไล่ทุบ ไล่กระทืบ ถูกปราบ ถูกจับกุม นับเป็นร้อยๆ แล้วออกจะเป็นอะไรที่เศร้าสลด หดหู่ น่าอเนจอนาถน่าเวทนาเอามากๆ แม้แต่คุณป้า “Jill Stine” ที่ดันไปร่วมเป็นกำลังใจให้กับการประท้วงของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ก็ยังถูกจับมัดมือไขว้หลัง ทั้งๆ ที่อายุ-อานามของคุณป้าปาเข้าไป 73 ปีเข้าไปแล้ว แถมยังเคยลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอเมริกันมาแล้วถึง 2 ครั้ง 2 ครา โดยไม่คิดจะยกเว้นเอาเลยแม้แต่น้อย...

อันเนื่องมาจากความอดรนทนไม่ไหวต่อ “ความเหี้ย...ย์ย์ย์ม” ของรัฐบาลและกองทัพอิสราเอล ที่สังหารพล่าผลาญ บรรดาพลเรือนผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ชาวปาเลสไตน์ไปแล้วนับเป็นหมื่นๆ รายเลยทำให้บรรดาคนหนุ่ม-คนสาวชาวอเมริกันเขาต้องลุกขึ้นมาประท้วงชนิดแพร่สะพัดไปทั่วทั้งประเทศ หรือแทบทั่วทุกมหาวิทยาลัย แถมยังลุกลามเป็นประกายไฟไหม้ลามทุ่งไปทั่วทั้งประเทศยุโรปเอาเลยก็ว่าได้ แต่ก็อย่างว่า...ไม่ว่ารัฐบาลอเมริกันหรือยุโรปที่ต่างเต็มไปด้วยพวก “เสรีนิยมใหม่” หรือพวก “ลิเบอร่าน” ไปด้วยกันทั้งสิ้น พวกที่ถูกครอบงำด้วย “แนวคิด” ที่นายกรัฐมนตรีฮังการี “นายViktor Orban” ท่านเรียกว่าพวก “Western Liberal Hegemony” ที่มุ่งจะครองโลก ดำรงรักษาความเป็นจ้าวโลก ให้ต้องสยบยอมอยู่ภายใต้อำนาจอิทธิพลของบรรดา “บรรษัทข้ามชาติ” ทั้งหลาย ที่เต็มไปด้วยนักธุรกิจชาวยิวไปด้วยกันทั้งนั้น การประท้วงของบรรดานักศึกษาเยาวชนคนหนุ่มสาวเหล่านี้ เลยถูกแปลความ ตีความว่าเป็นการกระทำของพวก “Pro-Palestine” หรือพวก “Anti-Semitism” อะไรไปโน่น ถึงขั้น สส.อเมริกันไม่ว่าเดโมแครตหรือรีพับลิกัน คิดจะนำเสนอกฎหมายจัดตั้งหน่วยงานเพื่อสอดส่อง ตรวจเช็กพวก “Anti-Semitism” ไว้ในมหาวิทยาลัยทุกๆ แห่งเอาเลยถึงขั้นนั้น...

จากข่าวคราวดังกล่าว...เลยทำให้อดไม่ได้ต้องย้อนไปทบทวน หวนคิดถึงบรรดาคนหนุ่ม-คนสาวเมื่อยุคอดีต ที่เคยเป็นไม้เบื่อ-ไม้เมากับรัฐบาลตะวันตก มาตั้งแต่ยุคเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว อย่างเช่นคนหนุ่ม-คนสาวชาวเยอรมัน ที่เคยถูกเรียกขานในนามพวก “Wondervogel” (Migratory Bird) พวกวิหคร่อนเร่ หรือถ้าเรียกกันตามสำบัด สำนวนของนักคิด-นักเขียนบ้านเรา อย่างคุณพี่ “วินัย อุกฤษณ์” ก็คงเป็นประเภท “นกสีเหลือง” อะไรประมาณนั้น คือพวกที่ใฝ่ฝัน ใฝ่หาเสรีภาพ เกลียดการดูหมิ่น ดูถูก เกลียดความไม่ถูกต้อง-เป็นธรรม รักเสียงเพลง ธรรมชาติสายลม-แสงแดด ฯลฯ ที่เคยเกาะกลุ่มรวมตัวกันมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1896 โน่นเลย เคยลุกฮือต่อต้านเผด็จการนาซีฮิตเลอร์มาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ถึงขั้นเคยร่วมขับขานบทเพลงนกสีเหลืองฉบับเยอรมัน หรือเพลง “Edelweiss Pirates” ที่เนื้อร้องบางท่อนว่าเอาไว้ถึงขั้นว่า... “Hark the hearty fellows sing-Stream that banjo, pluck that string-And all lasses join in-We’re going to get rid Hitlers-And he can’t do a thing” หรือคิดจะกำจัดฮิตเลอร์ โดยที่พวกเขาหรือพวกมันไม่สามารถทำอะไรได้ถึงขั้นนั้น...

แต่ก็นั่นแหละ...หลังจากรัฐบาลนาซีของฮิตเลอร์ ประกาศให้พวก “Wondervogel” ทั้งมวลถือเป็นพวกนอกกฎหมายเมื่อปี ค.ศ. 1933 และจับบรรดาผู้นำเยาวชนคนหนุ่ม-สาวเยอรมันมา “แขวนคอ” ไปถึง 13 ราย บรรดานกสีเหลืองเหล่านี้เลยต้องหลบลี้หนีภัยจากเยอรมนีมาปักหลักอยู่ในอเมริกาแถวๆ แคลิฟอร์เนียใต้ และได้หอบเอาแนวคิด อุดมการณ์-อุดมคติตามแบบฉบับพวก “Wondervogel” มาเผยแพร่ ส่งต่อให้กับคนหนุ่ม-สาวชาวอเมริกัน จนก่อให้เกิดพวก “Hippies” หรือพวก “ขบวนการบุปผาชน” ขึ้นมาในสังคมอเมริกันนับตั้งแต่บัดนั้น โดยที่อีกไม่นาน-ไม่ช้านับจากนั้น บรรดาพวกบุปผาชนพวกเยาวชนคนหนุ่ม-สาวเหล่านั้น ก็ได้กลายมาเป็นขบวนการต่อต้าน “สงครามเวียดนาม” ไม่ต่างไปจากเยาวชนคนหนุ่ม-สาวชาวอเมริกันที่ลุกฮือขึ้นมาประท้วง ต่อต้าน คัดค้าน “สงครามอิสราเอล-ฮามาส” ในทุกวันนี้ ที่กระจัดกระจายไปตั้งแคมป์อยู่ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ เรียกร้องให้รัฐบาลอเมริกันเลิกส่งเงิน ส่งอาวุธไปช่วยเหลือรัฐบาลอิสราเอล เรียกร้องมหาวิทยาลัยให้ตัดสัมพันธ์กับบรรดาบรรษัทธุรกิจต่างๆ ที่ช่วยเหลืออิสราเอล ไม่ว่า Amazon, Google, Microsoft หรือ Lockheed Martin ฯลฯ เป็นต้น...

แต่เผอิญว่า...ในช่วงที่พวก “Wondervogel” หนีจากเยอรมนีมาปักหลักเผยแพร่แนวคิด อุดมการณ์-อุมดคติอยู่ในอเมริการัฐบาลอเมริกันที่กำลังเตรียมตัวรับมือกับ “สงครามเย็น” ก็เกิดแนวคิดที่จะรวบรวมเอาบรรดา “นักวิทยาศาสตร์นาซี” ไม่ว่าพวกวิศวกร นักเคมี นักประดิษฐ์คิดค้นอาวุธร้ายๆ หรือแม้แต่พวก “อาชญากรสงคราม” ฯลฯ มาใช้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับพวกคอมมิวนิสต์โซเวียตรัสเซีย ด้วยการจัดตั้งหน่วยงานชื่อว่า “JIOA” (The Joint Intelligence Objective Agency)ขึ้นมารองรับในปี ค.ศ. 1945 และในบรรดานักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ บางรายได้นำเสนอโครงการต่อหน่วยงานข่าวกรองสหรัฐฯ หรือ “CIA” ให้ศึกษา ค้นคว้า ถึงการหาทางควบคุม “จิตสำนึก” ของฝ่ายตรงข้าม โดยอาศัยสารเคมีและตัวยาต่างๆ จนกลายมาเป็นโครงการที่ชื่อว่า “Project MK-Ultra” โดยได้นำเอาสารเคมีบางชนิดอย่าง “Nicotinic Acid Diethylamide” หรือ “Delysid” ที่เรียกย่อๆ ว่า “LSD” มาใช้เป็นเครื่องทดลอง และได้กวาดต้อนอาสาสมัครเยาวชนคนหนุ่ม-สาวทั้งหลายในมหาวิทยาลัยต่างๆ มาเป็น “หนูทดลอง” รวมทั้งเพื่อหาทางสกัดกั้น แทรกแซง ทำลาย ขบวนการเยาวชนคนหนุ่ม-สาวที่ได้กลายมาเป็นพวกต่อต้านรัฐบาล หรือต่อต้าน “สงครามเวียดนาม” ในขณะนั้น ให้ย่อยยับ ดับสูญลงไปให้จงได้...

โครงการ “MK-Ultra” ของ “CIA” และโดยความร่วมมือของ “FBI” ที่ได้จัดตั้งโครงการ “Counter Intelligence Program” หรือ “COINTETPRO” ขึ้นมาเพื่อแทรกแซง สกัดกั้น ทำลายการต่อต้าน การประท้วงของเยาวชนคนหนุ่ม-สาวชาวอเมริกันแบบเดียวกับการคิดจะออกกฎหมายจัดตั้งหน่วยงานสอดส่อง ดูแล พวก “Anti-Semitism” ของ สส.เดโมแครตและรีพับลิกันในยุคนี้นี่เอง ที่ทำให้ขบวนการบุปผาชนในอเมริกาผู้สืบทอดแนวคิดอุดมคติมาจากพวก “Wondervogel” เมื่อครั้งอดีต และได้กลายมาเป็นพวกต่อต้าน “สงครามเวียดนาม” เลยต้องกลายเป็นพวกขี้ยา พวกเสพติดตัวยา “LSD” แบบงอมๆ แงมๆ กันไปทั้งแถบ จนต้องล่มสลายลงไปในท้ายที่สุด ส่วนบรรดาเยาวชนคนหนุ่ม-สาวชาวอเมริกันที่ลุกฮือขึ้นมาต่อต้าน “สงครามอิสราเอล-ฮามาส” คราวนี้ จะต้องเจอกับ “จุดจบ” แบบเดียวกับพวกรุ่นพี่ รุ่นพ่อ พวก “Hippies” หรือพวก “Wondervogel” หรือไม่? อย่างไร? ก็ยังยากที่จะสรุปได้...

แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...นอกจากจะถูกไล่ทุบ ไล่กระทืบ ถูกจับมัดมือไขว้หลังโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถูกรัฐบาลและนักการเมืองอเมริกันกล่าวหาว่าเป็นพวก “Anti-Semitism” แล้ว ยังถูกอาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก “นายScott Galloway” ออกมาให้ข้อสรุปกับพิธีกรในรายการ “Real Times” เมื่อวัน-สองวันนี้ว่าเป็นเพราะเยาวชนคนหนุ่ม-สาวเหล่านี้ “มีเซ็กซ์น้อยไป” หรือมีเพศสัมพันธ์ไม่มากพอเลยเป็นเหตุให้เกิดความอัดอั้นตันใจต้องหันมาระบายออกด้วยการ “ต่อต้านยิว” แบบเดียวกับยุวชนนาซียุคฮิตเลอร์ นี่...ต้องเรียกว่าแทบไม่น่าเชื่อว่ามันจะ “บ้า” ไปได้ถึงขั้นนั้น!!!

แต่ก็นั่นแหละ...ผู้ที่ให้คำจำกัดความถึงความหมายของสิ่งที่เรียกว่า “Anti-Semitism” ได้อย่างชัดเจนและตรงไป-ตรงมามิใช่น้อย ก็คือวุฒิสมาชิกอเมริกันอย่าง “นายBernie Sanders” ที่แม้เป็นยิวโดยสายเลือดก็ตามที แต่ก็ได้ออกมา “ตบปาก” รัฐบาล-นักการเมืองอเมริกัน รวมทั้งผู้นำอิสราเอลที่พยายามกล่าวหาเยาวชนคนหนุ่ม-สาวชาวอเมริกันในลักษณะดังกล่าวด้วยคำพูดประโยคที่ว่า...“ไม่ใช่เลยคุณ Netanyahu นี่ไม่ใช่ Anti-Semitism หรือการ Pro-Hamas แต่อย่างใด แต่เพราะกว่า 6 เดือนแห่งความรุนแรงที่รัฐบาลของคุณได้ฆ่าชาวปาเลสไตน์ไปแล้วถึง 34,000 คน บาดเจ็บอีก 78,000 รายด้วยต่างหาก สิ่งที่เรียกว่า Anti-Semitism นั้นก็คือความชั่วร้ายและความน่ารังเกียจอันเนื่องมาจากความดื้อด้านแห่งการทำลายล้างผู้คนนับล้านๆ ที่ไม่มีโอกาสจะพูด จะแสดงความคิดเห็น ดังนั้น...ขอจงโปรดอย่าได้ตำหนิติติงสติปัญญาของชาวอเมริกัน ด้วยการสร้างความว้าวุ่นใจ จนไม่อาจให้ความใส่ใจต่อความไร้ศีลธรรม ต่อนโยบายที่ผิดกฎหมายและความรุนแรงของรัฐบาลที่เหยียดเชื้อชาติอีกต่อไป...”

สรุปเอาเป็นว่า...การที่รัฐบาลอเมริกันและรัฐบาลตะวันตก หรือพวก “Western Liberal Hegemony” ทั้งหลาย หันมาเล่นงานบรรดาเยาวชนคนหนุ่ม-สาวภายในประเทศตัวเอง หันมาไล่ทุบ ไล่กระทืบ สาดสี สาดโคลน หรือกระทั่งคิดจะแทรกแซงเพื่อโค่นล้ม ทำลาย ขบวนการคนหนุ่ม-สาวในมหาวิทยาลัยต่างๆ อย่างเป็นระบบและกิจการมาตั้งแต่ยุคอดีตจนตราบเท่าทุกวันนี้ อาจถือเป็น “ภาพสะท้อน” ให้เห็นถึงอำนาจ อิทธิพล ของบรรดา “บรรษัทข้ามชาติ” ที่เต็มไปด้วยนักธุรกิจชาวยิวทั้งหลายว่าสามารถหันซ้าย-หันขวารัฐบาลต่างๆ อย่างเป็นเรื่อง-เป็นราวมาโดยตลอด อันทำให้สิ่งที่เรียกว่า “ประชาธิปไตย” ตามมาตรฐานตะวันตก ไม่ได้ถือเป็นประชาธิปไตยของประชาชน-โดยประชาชน-และเพื่อประชาชนอีกต่อไป แต่กลายสภาพเป็นประชาธิปไตยของพ่อค้า-โดยพ่อค้า-และเพื่อพ่อค้า มานานแล้ว...นั่นแล!!!


กำลังโหลดความคิดเห็น