xs
xsm
sm
md
lg

โลกตะวันตกกับความป่วยไข้ทางความรู้สึกนึกคิด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย
ปิดท้ายสัปดาห์นี้...คงต้องขออนุญาตไปทบทวนและเสริมเพิ่มเติมรายละเอียดเกี่ยวกับฉากสถานการณ์ใน “แนวรบยุโรปตะวันออก” เอาไว้อีกสักหน่อย เพราะถือเป็นแนวรบที่มีความ “อ่อนไหว” เอามากๆ สามารถก่อให้เกิดการ “ลั่นไก” หรือการ “จุดชนวน” สงครามระดับโลก กระทั่งสงครามนิวเคลียร์ ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้!!!

คืออย่างที่ว่าเอาไว้เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั่นแหละว่า...ถ้าว่ากันโดย “ภาพรวม” ความเสื่อมโทรม โดดเดี่ยว ของบรรดาผู้ที่ให้การส่งเสริม สนับสนุน ต่อ “ตัวตลก-ตัวแทน” อย่างยูเครน พวกที่ยังยึดมั่น ถือมั่นกับแนวคิดแบบ “โลกขั้วอำนาจเดียว” ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่ออเมริกาหรือบรรดา “พรมเช็ดเท้า” ในโลกตะวันตกทั้งหลาย ต่างก็ออกอาการ “สาละวันเตี้ยลง...เตี้ยลง” ไปตามลำดับ ต่างไปจากพวก “โลกหลายขั้วอำนาจ” ไม่ว่าคุณพี่จีนหรือคุณน้ารัสเซียก็แล้วแต่ ถึงจะถูกต่อต้าน บอยคอต แซงชั่น หรือถึงขั้นต้องปะทะกันด้วยอาวุธก็ตามที แต่ความมั่นคง แข็งแกร่ง ไม่ว่าในทางการเมือง เศรษฐกิจ ไปจนถึงการขยายแนวร่วมและพันธมิตร กลับเป็นอะไรที่ยิ่งมาแรงแซงโค้ง ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะดูจากซีกโลกไหนๆ แนวรบไหนๆ ก็เถอะ ยิ่งใน “แนวรบยุโรปตะวันออก” ด้วยแล้ว เรียกว่า...ถึงขั้นที่รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย “นายSergei Lavrov” ท่านถึงกับสรุปเอาไว้ด้วยความมั่นอก มั่นใจว่า... “วิกฤตยูเครนคือตัวเร่งให้กระบวนการที่นำไปสู่โลกยุคใหม่ หรือระเบียบโลกแบบใหม่ ยิ่งเป็นไปได้เร็วขึ้น” เท่านั้น...

แต่ก็นั่นแหละ...ด้วยอาการ “ป่วย” หรือที่รัฐมนตรีต่างประเทศรายนี้ท่านให้คำนิยามเอาไว้ว่า “ill-conceived” หรือการป่วยทางความรู้สึกนึกคิดอะไรทำนองนั้น ไม่ว่าจะของคุณพ่ออเมริกาและบรรดาพวกพรมเช็ดเท้าทั้งหลาย ที่ทำให้เกิดการมองความเป็นไปของโลกในลักษณะที่วิปริต ผิดเพี้ยน ไปจากความจริงข้อเท็จจริง จนก่อให้เกิดการกำหนดแนวทางนโยบายไปจนยุทธศาสตร์ ที่ไม่เพียงไม่สอดคล้องกับฉากสถานการณ์ในแต่ละเรื่อง แต่ละกรณีมาโดยตลอด แต่ยังก่อให้เกิดอาการดื้อรั้น-ดันทุรัง ทำให้กลายเป็นตัวเพิ่ม “อัตราเสี่ยง” ให้กับการปะทะ ขัดแย้ง ระหว่างโลก 2 โลก หรือ 2 ขั้วอำนาจ จนอาจนำไปสู่การลั่นไก “สงครามโลก” หรือ “สงครามนิวเคลียร์” อย่างที่ว่าเอาไว้แล้ว...

ไม่ว่าจะเป็นความมุ่งมั่น ที่ออกจะหนักไปทาง “หมกมุ่น” ของรัฐบาลอเมริกัน ในการขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐสภา เพื่อช่วยเหลือทางทหารต่อยูเครนขึ้นไปอีก 24,000 ล้านดอลลาร์ ทั้งที่โดยสภาพความเป็นไปของการเมืองอเมริกันระหว่างนี้ หรือระหว่างที่หลายต่อหลายฝ่ายต่างต้องหันมายอมรับความเป็นจริง ข้อเท็จจริง ว่าการโจมตี-ตอบโต้ของผู้ที่ฝ่ายตะวันตกให้การหนุนหลังอย่างรัฐบาลและกองทัพยูเครนต่อหมีขาวรัสเซียนั้น ออกอาการ “ล้มเหลว” อย่างเห็นได้โดยชัดเจน อันส่งผลให้เกิดความคิด ความเห็นที่ย่อยแยกแตกกระจายชนิดแทบคนละเรื่อง-คนละม้วน หรือถ้าว่ากันตามรายงานข่าวสำนักข่าว “Politico” เมื่อวัน-สองวันที่ผ่านมา ขณะที่เหลืออยู่แค่คุณปู่ “โจ ซึมเซา” กับรัฐมนตรีต่างประเทศ “Antony Blinken” เท่านั้น ที่ยังคงแสดงอาการเร่าร้อน รุนแรง ในการช่วยเหลือทางทหารต่อยูเครนและปฏิเสธการเจรจากับรัสเซีย แต่สำหรับบรรดาพวก “มืออาชีพ” ทั้งหลาย ไม่ว่าจะระดับประธานเสนาธิการร่วม “พลเอกMark Milley” หรือแม้แต่ชุมชนข่าวกรอง หน่วยข่าวกรองอย่าง “CIA” ต่างเริ่มเห็นไปในทิศทางตรงกันข้ามกับรัฐบาลยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตัวประธานเสนาธิการร่วมถึงกับออกมาบ่นเสียดายต่อ “การสูญเสียโอกาสสำหรับการเจรจาสันติภาพยูเครน” เอาเลยถึงขั้นนั้น แถมยังยอมรับอย่างตรงไป-ตรงมาว่า “การเอาชนะรัสเซียทางทหาร” นั้น อาจต้องใช้เวลาเป็นปีๆ โดยแทบไม่รู้ว่าจะอีกกี่ปีต่อกี่ปีกันแน่...

ยิ่งการ “เปิดไฟเขียว” ให้พันธมิตรนาโตอย่างเดนมาร์กและเนเธอร์แลนด์ ส่งเครื่องบิน “F-16” ไปช่วยเหลือยูเครนในการต่อสู้กับรัสเซีย แม้ว่าจะ “ได้ใจ” จะก่อให้เกิดอาการกระดี้กระด้าต่อผู้นำยูเครนอย่าง “นายZelensky” หรือไม่? เพียงใด? ก็เถอะ แต่ถ้าว่ากันตามคำพูด คำให้สัมภาษณ์ ของรัฐมนตรีกลาโหม “นายJakob Ellemann” และนายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก “นางMette Frederiksen” กว่าเครื่องบิน “F-16” จำนวน 19 ลำ จะถูกส่งไปถึงยูเครน ก็ปาเข้าไปถึงอีก 2 ปีข้างหน้า หรือต้องรอไปจนปี ค.ศ. 2025 โน่นเลย คือปลายปีนี้ส่งไปได้แค่ 6 ลำ ปี ค.ศ. 2024 อีก 8 ลำ และปี ค.ศ. 2025 อีก 5 ลำ ชนิดกว่าจะส่งได้ครบหมด คุณปู่ “โจ ซึมเซา” ก็อาจหมดสภาพความเป็นประธานาธิบดีแพ้เลือกตั้งปีหน้า เหลืออยู่แค่ความเป็นคนแก่ที่หลงๆ ลืมๆ ไปแล้วก็ไม่รู้??? การยอมเป็น “พรมเช็ดเท้า” ให้กับอเมริกา ของพันธมิตรนาโตอย่างเดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์รวมทั้งสมาชิกอีกหลายประเทศ เลยเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงอาการ “ป่วย” ของบรรดาชาติยุโรป อย่างมิอาจปฏิเสธได้เลย...

อีกทั้งความพยายามจูงมือญี่ปุ่นและเกาหลีใต้...ให้ร่วมกันต่อต้านประเทศในภูมิภาคเดียวกันอย่างคุณพี่จีน อย่างออกหน้าออกตา อันแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะ “เปิดศึก 2 ด้าน” อย่างไม่คิดจะบันยะ-บันยัง เอาเลยแม้แต่น้อย ยังสะท้อนให้เห็นถึงความรุ่มร่าม ความผิดพลาดในการประเมินตนเอง เพราะเพียงแค่เจอกับรัสเซียในแนวรบยุโรปตะวันออกแนวเดียวเท่านั้น ก็เล่นเอาอาวุธยุทโธปกรณ์อเมริกา ตลอดไปจนประเทศพันธมิตรตะวันตกทั้งหลาย เกิดอาการร่อยหรอ ขาดแคลน จนแทบไม่เหลือศักยภาพในการป้องกันตนเองอย่างเท่าที่ควรจะเป็นไปแล้วก็ว่าได้ แต่สิ่งเหล่านี้...ดูจะไม่ได้ช่วยให้รัฐบาลอเมริกันและพันธมิตร เกิดสติ-สตังค์ เกิดความยับยั้งชั่งใจ ในการดำเนินนโยบายและมาตรการต่างๆ เอาเลยแม้แต่น้อย กลับหนักไปทางดื้อรั้น ดันทุรัง ไม่คิดจะยอมรับความพ่ายแพ้เอาง่ายๆ หรือยิ่งหนักไปทาง “แพ้ไม่ได้” โดยหัวเด็ด ตีนขาด...

อันนี้นี่แหละ...ที่มันเลยก่อให้เกิด “ความเสี่ยง” หรือ “อัตราเสี่ยง” ที่สูงยิ่งเข้าไปทุกที เพราะด้วยความดื้อรั้น ดันทุรัง ของอเมริกาและโลกตะวันตกที่ไม่คิดจะยอมรับว่าตัวเอง “แพ้แล้ว!!!” เมื่อบวกกับความ “อันตราย” หรือการ “ไร้ขีดความสามารถในการเป็นผู้นำ” ของตัวตลก-ตัวแทนอย่าง “นายZelensky” ดังที่อดีตผู้ช่วยประธานาธิบดียูเครน 2 สมัย “นายOleg Soskin” ได้ออกมาบรรยายถึงสรรพคุณของผู้นำยูเครนรายนี้ มันเลยทำให้อาการ “แพ้ไม่ได้” หรือความพยายามที่จะเอาชนะรัสเซียให้จงได้ในแนวรบด้านนี้ เลยกลายเป็นตัว “ยกระดับความรุนแรง” แห่งการเผชิญหน้า การปะทะ ขัดแย้ง ให้ยิ่งเตลิดเปิดเปิง ให้ยิ่งเข้ารก-เข้าพง หนักขึ้นไปใหญ่ ชนิดอาจเลยเถิด ลุกลาม ลามปาม ไปไกลถึงพันธมิตรนาโตที่กำลังคิดจะผนวกดินแดนด้านตะวันตกของยูเครน อย่างเช่น โปแลนด์ จนอาจถึงขั้นต้องลงมือ-ลงตีนกับพันธมิตรนิวเคลียร์ของรัสเซีย อย่างเบลารุส ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ไม่แน่!!!

ดังนั้น...แม้ว่าพวก “โลกขั้วอำนาจเดียว” จะออกอาการเสื่อมโทรม ทรุดโทรมลงไปทุกที แต่ด้วยเหตุเพราะไม่คิดที่จะยอมรับความจริง ข้อเท็จจริง แห่งความเป็นไปของโลก อันมิอาจปฏิเสธความเป็น “โลกหลายขั้วอำนาจ” ได้อีกต่อไปแล้ว หรือเพราะด้วยอาการ “ป่วยทางความรู้สึกนึกคิด” อย่างที่รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียท่านได้ให้คำนิยามเอาไว้ก็แล้วแต่ ความพยายามที่จะ “เอาชนะรัสเซีย” ภายในแนวรบด้านนี้ให้จงได้ พยายามที่จะโค่นล้มระบอบปกครองปูติน พยายามที่จะฉีกประเทศนี้ออกไปเป็นชิ้นๆ มันจึงกลายเป็น “ยุทธศาสตร์ที่อันตราย” เอามากๆ ไม่ใช่แต่เฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ระดับโลกทั้งโลกเอาเลยก็ว่าได้...

เพราะอย่างที่อดีตประธานาธิบดีรัสเซียและรองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติคนปัจจุบัน “นายDmitry Medvedev” ท่านได้ออกสรุปถึงความเป็นไปของฉากสถานการณ์ในแนวรบด้านนี้ ในแบบที่ไม่ต้องเสียเวลาประเมินความได้-เสียเปรียบ หรือชัยชนะ-ความพ่ายแพ้ของฝ่ายใด-ฝ่ายหนึ่งอีกต่อไป ด้วยคำพูดที่สั้นๆ-ง่ายๆ แต่ฟังแล้วขนหัวลุก ขนคอตั้งเอาง่ายๆ นั่นก็คือข้อสรุปที่ว่า... “ไม่ว่ามัน (สงครามยูเครน) จะใช้เวลานานอีกหลายๆ ปี หรือกระทั่งหลายทศวรรษก็ช่างเถอะ เพราะเราไม่มีทางเลือกอื่น...สำหรับความพยายามที่จะทำลายระบอบการเมือง-การปกครองที่เป็นปรปักษ์ของพวกเขา (ตะวันตก) หรือความคิดที่จะฉีกประเทศรัสเซียออกไปเป็นชิ้นๆ โดยถ้าหากมันต้องเป็นไปเช่นนั้น พวกเขาคงต้องย่อยยับไปพร้อมๆ กับเรา แม้ว่าไม่มีใครต้องการที่จะให้เกิดเรื่องแบบนี้...” พูดง่ายๆ ก็คือ...ด้วยเหตุเพราะความป่วยไข้ทางความรู้สึกนึกคิดของอเมริกาและโลกตะวันตกนั่นเอง ที่เป็นตัวการสำคัญในการลั่นไก จุดชนวน “สงครามนิวเคลียร์” ให้ต่างฝ่ายต่างต้องฉิบหายวายวอดไปด้วยกันทุกฝ่าย ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้!!!


กำลังโหลดความคิดเห็น