xs
xsm
sm
md
lg

เส้นทางหลังเลือกตั้งครั้งหน้า กับอนาคตของทักษิณ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หนึ่งความคิด
สุรวิชช์ วีรวรรณ

การอภิปรายไม่ไว้วางใจผ่านไปแล้ว ไม่ต้องฟังหรอกว่าฝ่ายไหนมีข้อมูลที่ดีกว่าข้อกล่าวหากับคำชี้แจงเป็นอย่างไร เพราะสุดท้ายแล้วก็วัดกันด้วยมือที่มากกว่าจะไปสนใจข้อเท็จจริงเหล่านั้น นี่แหละคือปัญหาของระบอบประชาธิปไตยที่วัดกันด้วยเสียงข้างมาก ใครมีมือมากกว่าคนนั้นก็ชนะไม่ใช่เรื่องของผิดถูก

การเลือกตั้งก็เช่นเดียวกันใครมีพรรคพวกหรือคนนิยมชมชอบหรือมีคนอยู่ใต้อุปถัมภ์มากกว่าคนนั้นชนะ ระบบการเลือกตั้งจึงไม่ใช่วิธีการคัดคนที่ดีที่สุด เพียงแต่ยังนึกไม่ออกว่าจะมีการปกครองไหนที่ดีกว่าระบอบประชาธิปไตย บางคนอาจจะบอกว่าระบอบประชาธิปไตยแบบจีนยังไงเล่า เขาคัดคนโดยสร้างคนจากตำแหน่งระดับล่างไต่ขึ้นมาตามลำดับ แต่แม้ว่าระบบจีนจะได้ผู้นำที่มีประสิทธิภาพ แต่ก็ต้องแลกด้วยเสรีภาพบางด้านของประชาชนซึ่งเป็นหลักการใหญ่ของระบอบประชาธิปไตย

เมื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจผ่านไปแล้ว ด่านสำคัญของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตอนนี้ก็คือ วาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่กำลังจะครบ 8 ปีต่อเนื่องกันตั้งแต่รัฐบาลเผด็จการคสช.นั้นจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งเมื่อถึงกำหนดนั้นก็คงจะมีคนไปยื่น ซึ่งต้องดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะให้พล.อ.ประยุทธ์ยุติการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีไว้ก่อนในระหว่างที่ยังไม่มีการวินิจฉัยหรือไม่ เพราะการทำหน้าที่ในสภาพที่ยังไม่ชัดเจนว่าต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ก็อาจจะมีผลกระทบไม่น้อยเหมือนกัน

หลังผลลัพธ์การอภิปรายไม่ไว้วางใจผ่านไป ในฐานะเป็นคนผมยาว ผมต้องเข้าร้านทำผมของสุภาพสตรีเป็นประจำ แม้ส่วนใหญ่ในร้านจะเป็นสุภาพสตรี แต่สิ่งที่ได้ยินเขาสนทนากันหลายครั้งเป็นเรื่องการเมือง ล่าสุดช่างตัดผมกับลูกค้าบ่นกันว่า “ของแพง แก๊สก็ขึ้นราคา ไฟฟ้าจะขึ้นหน่วยละ 5 บาท แต่โหวตในสภาประยุทธ์ได้อยู่ต่อ คงต้องรอเสียงโหวตประชาชน”

แม้ว่าเรื่องของแพงที่เกิดจากเงินเฟ้อและผลเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกจากวิกฤตโรคระบาดและสงคราม แต่ชาวบ้านเขาไม่ได้สนใจหรอกว่าจะมีที่มาที่ไปอย่างไร เขารับรู้ว่าเขาได้รับผลกระทบก็ต้องโทษรัฐบาลอยู่ดี แถมนายกรัฐมนตรีอยู่มายาวนานตั้ง 8 ปีแล้ว จะไม่ให้โทษนายกฯแล้วจะให้โทษใคร

ต้องยอมรับนะครับว่ากระแสบ่นเบื่อรัฐบาลและต้องการการเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำนั้นมาแรงมาก ไม่ว่าพล.อ.ประยุทธ์จะยกผลงานมาอย่างไรก็ไม่ทำให้คนจำนวนหนึ่งเปลี่ยนใจได้ ไม่แปลกหรอกที่ผลโพลจะออกมาว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนจะเลือกพรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลในตอนนี้โดยเฉพาะพรรคของทักษิณ

แถมพล.อ.ประยุทธ์เป็นคนสื่อสารไม่เก่งเมื่อเทียบกับชัชชาติที่ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย แต่คนส่วนหนึ่งก็พอใจชัชชาติเหมือนกับเชื่อมั่นว่าชัชชาติจะทำทุกปัญหาที่เคยประสบให้หมดไปได้ ชัชชาติทำให้คนจำนวนหนึ่งเริ่มเข้าใจว่า กรุงเทพฯฝนตกน้ำก็ต้องท่วมให้กำลังใจผู้ว่าฯแทนที่จะโทษผู้ว่าฯแบบในอดีต

เมื่อเราเป็นสังคมที่ต่างฝ่ายต่างเชียร์คนที่ตัวเองชอบ ถ้าฝ่ายเดียวกันทำอะไรก็ไม่ผิด ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจแม้จะฝ่ายค้านจะมีข้อมูลอย่างไร ฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาลก็ไม่รับฟังข้อมูลของฝ่ายค้าน เช่นเดียวกันแม้ฝ่ายรัฐบาลจะชี้แจงข้อกล่าวหาได้ดีอย่างไร ประชาชนฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลก็ไม่ฟังคำชี้แจงของฝ่ายรัฐบาล แต่ข้อกล่าวหาและคำชี้แจงมันส่งผลต่อคนกลางๆที่ไม่ได้เป็นติ่งของฝ่ายไหน เขาใช้วิจารณญาณได้ว่าข้อมูลและความน่าเชื่อถือของฝ่ายไหนดีกว่ากันนี่ต่างหากที่จะมีผลต่อคะแนนเสียงที่เขาจะเข้าไปกาในคูหาเมื่อถึงวันเลือกตั้ง

ผมเคยยกตัวเลขจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมามาให้ดูหลายครั้งแล้วว่า มวลชนของสองฟากฝั่งอุดมการณ์ทางการเมืองซ้ายกับขวา เหลืองกับแดง ฝ่ายที่อ้างตัวว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายอนุรักษนิยมมีมวลชนที่ก้ำกึ่งกัน แต่คนที่จะตัดสินก็คือคนกลางๆ นี่แหละครับที่จะชี้ขาดผู้แพ้ผู้ชนะ

แต่คนจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ปัจจัยในการขึ้นสู่อำนาจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนั้น อาจจะไม่ใช่มาจากเสียงของประชาชนฝ่ายเดียว แต่มีปัจจัยเรื่องความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติอยู่ด้วย ในขณะที่ห้วงเวลานี้เหมือนกับการต่อสู้ของสองฟากฝั่งความคิดที่มีอุดมการณ์ละขั้ว มวลชนฝ่ายหนึ่งมีความมุ่งมั่นและจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ในขณะที่อีกฝ่ายนั้นมีกลุ่มคนที่มีความคิดต้องการลดทอนบทบาทและสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ กระทั่งต้องการเปลี่ยนแปลงไปสู่การปกครองในระบอบสาธารณรัฐรวมอยู่ด้วย

แม้ว่าในฝ่ายอ้างตัวว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยอาจจะไม่ได้มีความคิดท้าทายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไปเสียทั้งหมด แต่ต้องยอมรับว่าในฝ่ายที่อ้างตัวว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยนั้นมีคนที่มีความคิดนี้อยู่ เช่นเดียวกับคำกล่าวที่ว่า ไม่ใช่คนเสื้อแดงทั้งหมดที่ไม่เอาเจ้า แต่มีคนไม่เอาเจ้าในหมู่คนเสื้อแดง

คำถามว่าสังคมไทยจะยอมให้ฝ่ายที่ท้าทายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ขึ้นสู่อำนาจหรือ ถ้าฝ่ายที่อ้างตัวว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยชนะได้เสียงข้างมากได้ ฝ่ายความมั่นคงหรือกองทัพจะยอมรับรัฐบาลที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่

แม้ว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าชัยชนะของฝั่งรัฐบาลเวลานี้อาจจะยังมีอยู่แม้ว่าเสียงโพลจะตอกย้ำว่าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสมากที่จะชนะเลือกตั้ง แต่แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะได้เสียงข้างมากเป็นแกนนำจัดตังรัฐบาลก็ตาม การเมืองไทยก็ไม่ใช่ว่าจะยืนหยัดฝั่งขั้วกันอย่างเหนียวแน่นมั่นคง เมื่อถึงเวลาพรรคการเมืองสองฝั่งก็อาจจะกลับรวมเพื่อร่วมกันเป็นรัฐบาลก็ได้ เพราะปัจจัยสำคัญสำหรับฝ่ายที่จะมาเป็นรัฐบาลก็คือ ต้องไม่มีพรรคการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงต่อสถาบันหลักของชาตินั่นเอง ทักษิณเองก็น่าจะรู้เงื่อนไขสำคัญข้อนี้

ผมจึงเชื่อเสมอมาว่า แม้พรรคของทักษิณจะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ทักษิณก็ไม่มีวันที่จะดึงพรรคที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวบนท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์เขามาเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล ทักษิณน่าจะรู้ดีกว่า ถ้าการจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้าสามารถดึงพรรคจากฝั่งรัฐบาลในเวลานี้เข้าร่วมก็อาจจะมีความมั่นคงมากกว่า การดึงพรรคฝ่ายค้านร่วมตอนนี้ที่มีพฤติกรรมท้าทายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

เพราะดูเหมือนว่า ความต้องการของทักษิณสูงสุดกว่าการมีอำนาจรัฐก็คือ การได้กลับมาตายที่ประเทศบ้านเกิด แม้ว่าถึงตอนนี้ด้วยเงื่อนไขของกฎหมายยังไม่เห็นหนทางว่า ทักษิณจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขโดยไม่ติดคุกอย่างไร แต่ในสังคมไทยสิ่งที่ไม่อาจเป็นไปได้ก็เกิดขึ้นให้เห็นอยู่เสมอ

แต่ก็มีคำถามนั่นแหละว่า คนอย่างทักษิณถ้าพรรคการเมืองของเขามีอำนาจ เขาจะไม่เข้ามาแทรกแซงหรือขับเคลื่อนการทำงานของรัฐบาลภายใต้พรรคการเมืองของเขาก็เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ารัฐบาลหน้าเป็นรัฐบาลที่นำโดยอุ๊งอิ๊ง แพรทองธาร ชินวัตร ลูกสาวของเขา

มีคนบอกว่าถ้ารัฐบาลของพรรคเพื่อไทยที่นำโดยอุ๊งอิ๊งขึ้นสู่อำนาจได้ ทักษิณย่อมจะมีบทเรียนอยู่แล้วจากรัฐบาลตัวเองและรัฐบาลยิ่งลักษณ์ คนอย่างทักษิณย่อมจะรักลูกและคงไม่ทำอะไรให้เกิดความผิดพลาดจนลูกสาวของตัวเองติดคุกติดตะรางอีก โดยเฉพาะถ้าเป้าหมายสำคัญสุดคือการกลับประเทศ ทักษิณก็น่าจะรู้ดีว่าจะต้องทำตัวอย่างไร

แต่คนบางคนบอกว่า ทักษิณไม่กลัวหรอกที่จะทำอะไร เพราะสุดท้ายแล้วประเทศนี้ก็ไม่ได้จะเล่นงานกันจริงและอย่างเลวร้ายที่สุดก็คงจะปล่อยให้อุ๊งอิ๊งไปอยู่ต่างประเทศอย่างตัวเองและน้องสาว

การเลือกตั้งครั้งหน้าหากพรรคเพื่อไทยสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ เราอาจจะเห็นพรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายรัฐบาลตอนนี้เข้าร่วมมากกว่าจะเป็นพรรคก้าวไกล แม้ว่าอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะเพิ่งประกาศว่า ไม่เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่การเมืองไทยก็มีความเป็นไปได้ทั้งนั้น พรรคการเมืองอื่นก็ไม่ต่างกัน

อนาคตของทักษิณคงจะฝากไว้กับการเลือกตั้งครั้งหน้า และตอนนี้เขาคงจะเห็นความหวังของตัวเองอยู่รำไรแล้ว

ติดตามผู้เขียนได้ที่ https://www.facebook.com/surawich.verawan


กำลังโหลดความคิดเห็น