xs
xsm
sm
md
lg

ความพยายามแยกจีนออกจากรัสเซียของตะวันตก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


สี จิ้นผิง
กองทัพหมีขาวรัสเซียได้บุกรุกดินแดนยูเครนไปแล้วถึงขั้นไหน? จะล้อมกรอบเมืองเคียฟเอาไว้สักกี่ด้านต่อกี่ด้าน? จะต้องเผชิญการต่อต้านของบรรดาพวก “นีโอ-นาซี” และ “กองทัพอาสาสมัครต่างชาติ” จนมิอาจรุกคืบหน้าได้ต่อไป ชนิดอาจถึงขั้นต้องงัดเอาอาวุธเคมีออกมาใช้ตามข้อกล่าวหาของคุณพ่ออเมริกาผู้ที่แอบไปสร้างอาวุธเชื้อโรคไว้ในยูเครนหรือไม่? อย่างไร? ฯลฯ ฯลฯ อันนั้น...คงต้องไป “อัพเดต” จาก “ข่าวล่า-มาเรือ” ของพวก “สื่อกระแสหลัก” หรือไม่ก็จากการเจาะ-เกาะ-ติด ของคุณน้าอาเฮีย “สุทธิชัย หยุ่น” ของบ้านเราเอาเองก็แล้วกัน...

แต่ก็อย่างที่อาเฮีย “สนธิ ลิ้มฯ” ของหมู่เฮา...ท่านได้ย้ำแล้ว ย้ำอีก ย้ำนัก ย้ำหนา เอาไว้มานานแสนนานนั่นแหละว่า เวลาจะมองอะไรให้ “มองป่าทั้งป่า” อย่ามองแค่ “ใบไม้เพียงกำมือเดียว” ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่าจะเกิด “สงครามทางทหาร” เกิดการระเบิดตูมๆ ตามๆ ขึ้นมาในพื้นที่เล็กๆ บนแผนที่โลก จะเป็นแคว้นโดเนตสก์ ลูกันสก์ หรือทั่วทั้งประเทศยูเครนก็ตาม มันคงไม่อาจนำมาใช้เป็นตัวชี้วัดตัดสินถึงแนวโน้มความเป็นไปของ “แนวรบยุโรปตะวันออก” ได้มากมายสักเท่าไหร่นัก เพราะสิ่งที่พอจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงความพ่ายแพ้และชัยชนะของแต่ละฝ่าย มันน่าจะอยู่ที่ “สงครามทางเศรษฐกิจ” ระหว่างรัสเซียกับคุณพ่ออเมริกาและพันธมิตรตะวันตก ผู้กำลังใช้ประเทศเล็กๆ อย่างยูเครน เป็นหมาก เป็นเบี้ย ในการบั่นทอนพลังอำนาจของ “มหาอำนาจคู่แข่ง” นั่นแหละ ที่โฆษกรัสเซีย อย่าง “นายDmitry Peskov” ได้ออกมาป่าวประกาศไปเมื่อวัน-สองวันนี้ และกำลังทำให้ “โลกทั้งโลก” พลอยปั่นป่วนและวุ่นวายตามไปด้วยอย่างมิอาจปฏิเสธได้...

เพราะอันนี้นี่เอง...ที่ถือเป็นการปะทะ เป็นการเผชิญหน้าโดยตรง แบบชนิดกะจะให้ “เจ๊ง” กันไปข้าง ไม่ว่าจะด้วยมาตรการ “แซงชั่น” แบบสุดโหดของอเมริกาและพันธมิตรตะวันตก ตั้งแต่ระบบการเงิน การค้า การพลังงาน ฯลฯ แถมล่าสุด...ทั้งอเมริกาและกลุ่มประเทศ G7 ยังตามไปลบล้างสถานะแห่งความเป็นชาติที่ได้รับการอนุเคราะห์เป็นอย่างยิ่ง (Most Favored Nation) ของรัสเซีย หรือที่มุ่งจะตัดขาด โดดเดี่ยวรัสเซีย แบบแทบไม่มีโอกาสเป็นประเทศที่มีที่ตั้งอยู่บนแผนที่โลกเอาเลยถึงขั้นนั้น ชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ของหมีขาวรัสเซียจึงอยู่ที่ตรงจุดๆ นี้ หรือแทบไม่ได้เกี่ยวกับการบุกยึดเมืองเคียฟ หรือเมืองเล็กๆ-เมืองน้อยในประเทศยูเครนแต่อย่างใด อีกทั้งถ้าฟังจาก “ข่าวล่า-มาเรือ” หรือจากการเปิดเผยของตัวแทนเจรจาฝ่ายรัสเซีย “นายLeonid Slutsky” ผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการต่างประเทศสภาดูมา กับตัวแทนฝ่ายยูเครน เมื่อช่วงวันอาทิตย์ (13 มี.ค.) ที่ผ่านมา ทุกสิ่งทุกอย่างก็น่าจะมีความคืบหน้า ก้าวหน้า ไปในทางที่ดี หรือในทางที่น่าจะหาข้อยุติ ข้อลงตัวกันได้ไม่ยาก...

แต่การที่ต้องเผชิญหน้าโดยตรงกับคุณพ่ออเมริกาและพันธมิตรตะวันตกใน “สงครามเศรษฐกิจ” นี่สิ!!! อันนี้นี่เอง...ที่ทำให้ความอยู่รอดปลอดภัยของหมีขาวรัสเซีย ย่อมหนีไม่พ้นต้องขึ้นอยู่กับสายสัมพันธ์ที่ถูกสร้าง ถูกถักทอ บูรณาการ ไว้กับ “มหาอำนาจคู่แข่ง” ของคุณพ่ออเมริกาอีกรายหนึ่ง นั่นก็คือประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับสอง หรืออาจถึงขั้นอันดับหนึ่งของโลกไปแล้วก็ว่าได้ อย่างพญามังกรจีน ว่าจะแน่นเหนียว หนึบหนับ กันไปถึงขั้นไหน โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับมาตรการแซงชั่นแบบสุดแสนจะหฤโหดของฝ่ายตรงข้าม จะถึงขั้น “Back-to-Back” ไม่ใช่แค่ “Side-by-Side” หรือพร้อมจะหนุนช่วย หนุนหลัง แบบชนิด “ไม่มีขีดจำกัด” ไม่ใช่แค่การเคียงบ่า-เคียงไหล่ หรือการ “งดออกเสียง” ในการร่วมประณามรัสเซียในสหประชาชาติแต่เพียงเท่านั้น...

อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้แม้แต่คุณพ่ออเมริกา ก็ยังไม่ถึงกับ “แน่ใจ” มากมายสักเท่าไหร่ กับบทบาทของจีนต่อรัสเซียในเรื่องนี้ เห็นได้จากกรณีที่ผู้อำนวยการซีไอเอ “นายWilliam J. Burns” ได้ไปให้การกับคณะกรรมาธิการสภาล่างสหรัฐฯ ว่าผู้นำจีนอย่างประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” น่าจะรู้สึก “หวั่นไหว” อยู่พอประมาณ กับการหนุนช่วยรัสเซียในกรณียูเครน ที่อาจทำให้ตัวเองพลอยต้อง “ซวยไปด้วย” ไม่ว่าในแง่ภาพลักษณ์ หรือในแง่แรงกดดันของโลกทั้งโลก อะไรทำนองนั้น รวมทั้งกรณีที่ปรึกษาความมั่นคงทำเนียบขาว “นายJake Sullivan” ถึงกับบินด่วนไปกรุงโรม ประเทศอิตาลี เพื่อเจอกับตัวแทนของฝ่ายจีน “นายYang Jiechi” เจ้าหน้าที่การทูตระดับอาวุโสและหนึ่งในคณะกรรมการโปลิตบิวโร ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ก่อนที่จะออกมาแถลงข่าวกับสำนักข่าว “CNN” เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่าอเมริกากำลัง “จับตาอย่างใกล้ชิด” ว่าจีนจะขยายความช่วยเหลือต่อรัสเซียกันไปถึงขั้นไหน หรือ... “เราได้สื่อสารโดยตรงและโดยส่วนตัวกับปักกิ่ง ว่าพวกเขาจะต้องเจอกับผลกระทบแบบเบ็ดเสร็จและเด็ดขาด ถ้าหากคิดหาช่องทางหลบหลีกเพื่อช่วยเหลือรัสเซียจากการแซงชั่นของอเมริกาและพันธมิตรตะวันตก” นี่...ต้องเรียกว่า ขู่กันเอาไว้ก่อนแบบซึ่งๆหน้า...

แต่ก็นั่นแหละ...โดยทัศนะ มุมมอง ที่มีต่อสายสัมพันธ์ระหว่างจีนและรัสเซียในลักษณะทำนองนี้ ก็ออกจะเป็นอะไรที่ขัดแย้งกับผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ของประเทศผู้ช่วยนายอำเภอออสเตรเลีย อย่าง “นายAndrew Shearer” อดีตผู้อำนวยการสถาบัน “CSIS” (Center for Strategic International Studies) และที่ปรึกษาอาวุโสยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ที่ได้ไปพูด ณ ที่ประชุมสมาคมผู้สื่อข่าวออสเตรเลียช่วงวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่าสายสัมพันธ์ระหว่างจีนและรัสเซียนั้นคงไม่ใช่สัมพันธภาพระดับ “ธรรมดาๆ” แต่ถือเป็น “การบรรจบทางยุทธศาสตร์ครั้งใหม่” ระหว่างประเทศทั้งสอง ที่อาจนำไปสู่ “การขัดแย้งโดยตรง” ระหว่างมหาอำนาจแห่งโลกขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ หรือพูดง่ายๆ ว่า...เป็นสายสัมพันธ์ที่มุ่งไปสู่ความต้องการที่จะ “เปลี่ยนโลก” หรือ “เปลี่ยนระเบียบโลก” เอาเลยถึงขั้นนั้น ไม่ใช่แค่คิดจะเปลี่ยนอะไรต่อมิอะไรในพื้นที่เล็กๆ ระดับแมวดิ้นตาย อย่างประเทศยูเครน โดเนตสก์ หรือลูกันสก์ อย่างที่ได้ว่าๆ เอาไว้แล้ว...

ส่วนในการพบปะการประชุมเสมือนจริง ระหว่างผู้นำจีนประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” กับผู้นำประเทศยุโรปอย่างประธานาธิบดีฝรั่งเศส “นายEmmanuel Macron” และผู้นำเยอรมนี “นายOlaf Scholz” ต่อกรณีการบุกยูเครนของรัสเซีย เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา การที่ผู้นำจีนได้บอกให้ทุกฝ่ายพยายามอดทน อดกลั้นให้มากๆ เข้าไว้ และการที่จีนตัดสินใจ “งดออกเสียง” ในการประณามรัสเซีย ก็ยากที่จะนำไปใช้เป็นข้อสรุปได้ชัดเจนว่า สุดท้ายแล้ว...บทบาทของจีนต่อรัสเซียภายในอนาคตเบื้องหน้า จะเป็นไปแบบที่ผู้อำนวยการซีไอเอให้การต่อคณะกรรมาธิการสภาฯ หรือแบบที่ปรึกษาความมั่นคงทำเนียบขาวออกมาขู่จีนไว้ก่อนล่วงหน้า หรือแบบที่นักยุทธศาสตร์ออสเตรเลียได้ให้ข้อสรุปเอาไว้กันแน่???

อันนี้นี่แหละ...ที่เลยทำให้หนีไม่พ้นต้องไปนำเอาคำพูด คำปราศรัย ของผู้นำจีน ประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” ที่ได้เคยไปกล่าวกับบรรดาสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อช่วง 6 ปีที่แล้ว หรือเมื่อช่วงครบรอบ 95 ปีแห่งการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมปี ค.ศ. 2016 มาย้ำเอาไว้ให้เป็นที่รับรู้ รับทราบอีกครั้ง แม้จะเคยนำมาย้ำแล้ว ย้ำอีก ไปไม่รู้จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งกันแล้วก็ตาม โดยเฉพาะคำพูดในช่วงที่ว่า... “โลกกำลังอยู่ ณ ริมขอบแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง และเรากำลังเป็นประจักษ์พยานแห่งการล้มละลายของกลุ่มประเทศมหาอำนาจอย่าง EU รวมทั้งกำลังจะได้เห็นว่าระบบเศรษฐกิจของประเทศอภิมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ จะล่มสลายลงไปอย่างไร และนี่เอง...ที่จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงการสิ้นสุดของระเบียบโลกแบบเดิม ดังนั้น...ในช่วงอีกประมาณ 10 ปีนับจากนี้ เราจะมีโอกาสได้เห็นระเบียบโลกอีกแบบหนึ่ง ซึ่งไม่เหมือนกับที่เคยเป็นมาก่อนหน้านี้ โดยมี...กุญแจสำคัญ...ที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้เป็นจริงขึ้นมา นั่นก็คือ...ความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ระหว่างจีนกับรัสเซีย...” นี่...ต้องเรียกว่า อันที่จริงผู้นำประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับแทบจะสูงสุดของโลกและมหาอำนาจคู่แข่งของอเมริกา ท่านได้ให้คำตอบ คำอธิบาย เอาไว้ตั้งแต่เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ก่อนหน้าที่ผู้อำนวยการซีไอเอ หรือที่ปรึกษาความมั่นคงทำเนียบขาว พยายาม “แยกจีนออกไปจากรัสเซีย” หรือพยายาม “ขู่จีนไม่ให้ช่วยรัสเซีย” เมื่อช่วงวัน-สองวันมานี้นั่นเอง...


กำลังโหลดความคิดเห็น