xs
xsm
sm
md
lg

เกมชิงอำนาจ, ผลประโยชน์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: โสภณ องค์การณ์



จบไปแล้วอีกหนึ่งยกสำหรับเกมการเมืองต่อสู้เพื่อช่วงชิงอำนาจและผลประโยชน์ โดยใช้ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเวทีประลองกำลัง เข้มข้น สร้างความระทึกใจได้ระดับหนึ่ง เป็นพิธีกรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย บางครั้งเป็นศึกชิงเมืองเดิมพันสูง

ครั้งนี้มีทั้งเกมประลองกำลังในพรรคแกนนำรัฐบาล และระหว่างฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ทำเอาคอการเมืองต้องลุ้นว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสำคัญหรือไม่ แต่ก็ผ่านไปด้วยรูปแบบพวกมากลากไป ไม่ต้องพิจารณาถึงความผิดชอบชั่วดีหรือเหตุผล

ข้อเท็จจริงในการอภิปราย การอธิบายหรือแก้ข้อกล่าวหา ไม่เป็นประเด็นสำคัญสำหรับการตัดสินใจในการลงคะแนน แต่ละฝ่ายเตรียมโหวตก่อนวาระอภิปรายด้วยซ้ำ ผู้นำรัฐบาลเป็นผู้บอบช้ำที่สุด แต่พยายามรักษาอาการด้วยลีลาเอาใจตลาดระดับล่าง

ศึกระดับพรรคแกนนำจบเร็วภายใน 2-3 วัน ก็ยังไม่ใช่การปิดเกมถาวร การเมืองเป็นหนึ่งในไม่กี่อาชีพที่ตายแล้วยังแจ้งเกิดใหม่ และเวียนว่ายตายเกิดได้หลายรอบ

ฝ่ายหนึ่งเป็นสิงห์หนุ่มห้าวคึก เต็มไปด้วยเขี้ยวเล็บ พลังแข็งแกร่ง เหลี่ยมชั้นเชิงไม่ธรรมดา มีทั้งเงินและพวก ยังมีเวลาอีกนานในเวทีการเมือง ถ้าไม่พลาดท่าจะแจ้งเกิดไม่ได้ ความพ่ายแพ้ครั้งนี้เพราะความบุ่มบ่าม วางใจเกินไป เชื่อใจเสือเฒ่ามากเกินไป

เป็นการทุ่มพลังอย่างเต็มที่ ฝ่ายหนึ่งมีกล้วย แจกซื้อใจพวกหิวโหยหวังว่าอนาคตจะดีกว่า ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง อาจมีพลังหนุนจากต่างแดนซึ่งต้องการหวังล้มเจ้าสำนัก แต่อาจเป็นการประเมินต่ำ เจ้าสำนักมีพลังงานไฟฟ้าเป็นฝ่ายหนุนทำเอากล้วยสิ้นฤทธิ์

ด้วยเหตุนี้ ฝ่ายกล้วยดูท่าจะเป็นฝ่ายได้เปรียบในช่วงแรกในเชิงเกมรุก เมื่อเสือเฒ่าไม่สิ้นกิเลสในอำนาจยังหวังว่าจะได้นั่งเก้าอี้เจ้าสำนัก แม้จะเป็นระยะหนึ่งก็ตาม ให้สัญญาณว่าพร้อมจะหนุนสิงห์พลังกล้วย แม้จะต้องทำให้น้องรักหลุดจากเก้าอี้ผู้นำ

แต่ว่าเลือดข้นกว่าน้ำ เลือดเสือเฒ่ากับเลือดพยัคฆ์บูรพาเป็นสายเลือดเดียวกัน ผ่านร้อนหนาวเกมชิงอำนาจในกองทัพมาด้วยกัน ความสัมพันธ์แนบแน่นหลายสิบปี ความเป็นเสือเฒ่าสังขารร่วงโรยทำให้วอกแวก ไม่แน่ใจในนาทีสุดท้าย นัดแล้วไม่โผล่

พยัคฆ์บูรพาเจ้าสำนักชนะสิงห์หนุ่มได้เพราะเสือเฒ่าเปลี่ยนท่าทีในช่วงสุดท้าย สิงห์หนุ่มต้องพ่ายเกมในรูปแบบที่ไม่ได้ลุ้นในโอกาสสำคัญ เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ต้องกลืนเลือด ขอขมาต่อผู้ชนะ พร้อมรอรับชะตากรรมจากการเอาคืนโดยเจ้าสำนักห้าวเป้ง

ต้องรอดูว่าโทษทัณฑ์สำหรับการกล้าท้าทายอำนาจเจ้าสำนักจะหนักเบาประการใด เสียงร่ำลือกับความเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นเจ้าอาฆาต อิจฉาริษยา ไม่ใช่ระดับธรรมดา แต่ไม่ว่าจะออกมาในรูปใด จะเป็นการวัดใจเสือเฒ่าอีกรอบว่ายังจะช่วยคุ้มครองหรือไม่

สิงห์หนุ่มไม่ใช่ไส้ตะเกียงที่ขาดน้ำมัน อนาคตยังอยู่อีกยาวไกล ชายชาตรียืดได้หดได้ สิบปีล้างแค้นยังมิสาย ตัวเองเพิ่งเข้าสู่การเมืองได้ไม่กี่ปี ได้ตำแหน่งพ่อบ้านพรรคถือได้ว่ามีระดับบารมีไม่ธรรมดา ฝ่ายเจ้าสำนักอยู่ใกล้ปลายทางสุดท้ายของการเมืองแล้ว

ยิ่งคะแนนเสียงในสภาฯ ได้เห็นชี้ชัดแล้วว่าเจ้าสำนักเป็นผู้ไม่น่าไว้วางใจที่สุดในกลุ่มเป้าหมายของศึกน้ำลาย เป็นความอัปยศอดสูอย่างยิ่ง ถูกประณามหยามเหยียดสารพัด ถ้ายังมียางอายเหมือนคนการเมืองในประเทศพัฒนาแล้ว คงไม่ตากหน้าสู้โลก

เป็นข้อกล่าวหาเรื่องความล้มเหลวด้านการบริหาร สร้างวิกฤตศรัทธารุนแรง

เกียรติภูมิ ความน่าเชื่อถือไม่เหลือ ถ้อยคำหยามหมิ่นประเดประดังเข้าสู่ตัวโดยฝ่ายค้าน ทำให้ชาวบ้านมองว่าบ้านเมืองมีคนชั่วร้ายดังคำกล่าวหาเป็นผู้นำประเทศจริงหรือ ถ้าเป็นจริงแม้เพียงครึ่งเดียว คนทั้งประเทศยังคงทนอยู่กับความอัปยศได้อย่างไร

จากนี้ไป อะไรจะเกิดขึ้น “การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร มีแต่ผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้นที่ถาวร” ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นจริงในทุกยุค เกมชิงอำนาจทั้งในและนอกสภาฯ ยิ่งทำให้เห็นว่า นักการเมืองและผลประโยชน์แยกกันไม่ออก ขาดอย่างใดก็ไม่ได้

การเปลี่ยนแปลงจะต้องมี มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับท่าทีของทุกฝ่ายที่อยู่ในเกมศึก ถ้าเบาะๆ ก็อาจปรับคณะรัฐมนตรี วางสายกำลังกันใหม่ ทดแทนผู้ให้ประโยชน์ ลงโทษผู้ทำให้โกรธแค้น เสียหน้า โอกาสที่จะยุบสภาฯ ให้เลือกตั้งใหม่ยังไม่น่าจะเกิดขึ้น

อาจมีการประลองกำลังอีกยก เมื่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเข้าสภาฯ เพื่อโหวตวาระ 3 จะผ่านหรือไม่ผ่าน แล้วแต่ควันหลง หรือมีอะไรยังค้างคาในใจของคนกุมอำนาจ ความแค้น ฝ่ายค้านก็ยังไม่หมดเกม หวังขออภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงคะแนนเสียง

บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ดูสถานการณ์แล้วฝ่ายผู้กุมอำนาจยังไม่น่าจะมีความคิดอ่านอย่างไร นอกจากพะวงเรื่องการเมืองที่ยังไม่จบเกม คลื่นใต้น้ำที่ยังจะต้องชำระให้สะเด็ดน้ำ ประชาชนยังต้องจมอยู่ในกองทุกข์ กองหนี้สิน ขาดรายได้ อนาคตมืดมน

ถ้าจะปรับคณะรัฐมนตรี หวังจะเอาคนดี มีฝีมือเข้ามา ก็ยาก การเมืองชิงอำนาจ ผลประโยชน์สีเทา สีดำ เข้มข้นอย่างนี้ คนมีเกียรติภูมิ ชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ เคารพตัวเองไม่อยากเข้ามาเสี่ยงกับการแปดเปื้อนสกปรกแน่ จะอยู่ได้อีกนานหรือไม่ก็ยังไม่รู้

ที่มีอยู่ทุกวันนี้ ก็เห็นอยู่แล้วว่าฝีมืออยู่ระดับไหน ล้วนแต่รักษาเก้าอี้ตัวเองทั้งนั้น

ยิ่งตัวผู้นำมีปัญหาด้านอารมณ์ ทัศนคติ ความคับแคบ ลำพองในอำนาจด้วยแล้ว ความหวังจะแก้ปัญหาด้วยการปรับทีมงานไม่ใช่เรื่องง่าย จะติดเรื่องโควตา ผลประโยชน์ ความเป็นเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ถูกยกให้อยู่เหนือผลประโยชน์ของชาติ ทุกข์สุขของประชาชน

นอกจากวิกฤตเรื่องการระบาดของโควิด-19 ปัญหาเศรษฐกิจจะยังคงยืดเยื้อ อยู่ในสภาวะตายซาก คนตกงาน คนมีงานทำเสี่ยงกับรายได้ลดลงหรือตกงาน มาตรการที่เป็นอยู่ไม่ใช่แผนที่จะช่วยฟื้นฟูแบบยั่งยืน จะยิ่งฟ้องให้เห็นความล้มเหลวหนักกว่าเดิม


กำลังโหลดความคิดเห็น...